นริศ หารือปัญหาชาติพันธุ์ ผลักดันสิทธิเท่าเทียม-คุ้มครองวัฒนธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓

นริศ ขำนุรักษ์ หารือปัญหาความไม่เป็นธรรมและความไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาวมานิในพัทลุง ที่ถูกผลักดันออกจากพื้นที่ดั้งเดิม พร้อมเรียกร้องให้รัฐจดทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ อนุญาตให้อยู่และทำมาหากินในป่าได้ สนับสนุนการมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ฟื้นฟูวัฒนธรรมและภาษา ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในกรณีป่าตระที่ถูกบุกรุกแต่ไม่ใช่โดยชาวมานิ พร้อมเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ได้อภิปรายเพื่อมีข้อเสนอแนะบางประการต่อคณะกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อมีข้อเสนอแนะ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของสภาพปัญหาและแนวทางการส่งเสริมและคุ้มครอง กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าจังหวัดพัทลุงมีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่ ประมาณ ๑๐๐ คน อยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัด ประกอบกับผมเคยรับราชการในพื้นที่อนุรักษ์ ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่ ทั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จึงขออนุญาตได้มีความเห็นในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะพี่น้องชาวมานิ กลุ่มชาติพันธุ์ อย่างที่ประธานกรรมาธิการได้รายงานแล้วว่ากระจายตัวอยู่ทั่วประเทศนะครับ ตั้งแต่บนที่สูง ที่ราบ ในทะเล และในป่า ซึ่งในจังหวัดพัทลุงก็มีอยู่ส่วนหนึ่งจำนวนประมาณ ๑๐๐ คนนะครับ ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทย และที่กระจายอยู่ทั่วโลกถือว่า เป็นความงดงามทางด้านกลุ่มชน ทางด้านวัฒนธรรมความเชื่อ ทางด้านประเพณี และวิถีชีวิต แต่ว่ากลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวมีปัญหาร่วมกันอยู่ ๒ ประการ

ประการที่ ๑ คือการไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐทั้งโดยกฎหมาย โดยนโยบาย ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวอยู่และทำมาหากินอย่างยากลำบากนะครับ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญมี ทั้ง ๆ ที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมี ทั้ง ๆ ที่กฎหมายทั่วไปมี แต่ว่าการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่รัฐต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์นั้นยังไม่ได้ปฏิบัติด้วยดีทำให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เข้าไม่ถึง สวัสดิการของรัฐเท่าที่ควร

ประการที่ ๒ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ต้องยอมรับว่าบางกลุ่มชาติพันธุ์อยู่เป็นพันปี มากกว่าก่อนการประกาศเขตอนุรักษ์ ก่อนพวกเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ว่าราชการ ได้ผลักขับให้พ้นจากพื้นที่ที่เขาอยู่อย่างดั้งเดิมด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมนะครับ ทำให้กระทบ ต่อการดำรงอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งภาษา ทั้งประเพณี วัฒนธรรม จนทั้งภาษาและวัฒนธรรม ได้สูญเสียไปเป็นจำนวนมาก ผมมีข้อเสนอผ่านท่านประธานคณะกรรมาธิการไป ๑. ขอให้ รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ขึ้นทะเบียน จดทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ให้ครบถ้วน และให้เขา เข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐทั้งการศึกษา สาธารณสุข เหมือนกับคนไทยทั่วไป ๒. ให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องให้เขาอยู่ในป่า และทำมาหากินได้ภายใต้เงื่อนไข เช่น เงื่อนไขโฉนดชุมชนที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเอามาใช้ และเป็นนโยบายของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์และประสบความสำเร็จมาแล้ว เหมือนกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ที่ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ก็รองรับให้คนชาติพันธุ์ได้ทำมาหากินอยู่ใน ป่าอนุรักษ์นะครับ ผมเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีเจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในหน่วยงาน เพราะป่าอนุรักษ์ที่เป็น อุทยาน ป่าอนุรักษ์ที่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีกลุ่มชาติพันธุ์กระจายตัวอยู่ แต่ว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้มีการเผาบ้าน ทำให้มีการอุ้มหาย พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เป็นกรณีที่เป็นข่าวอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้ ผมอยากให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ ช่วยกันอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมซึ่งสูญหายไปแล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะภาษา ประเทศไทย มีภาษาทั้งหมดอยู่ ๗๔ ภาษา มีภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์สูญหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ขณะนี้ เหลืออยู่ ๓๐ กว่าภาษา สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกที่มีค่า มีความสำคัญของแผ่นดิน กระทรวง วัฒนธรรมควรเข้าไปเก็บอนุรักษ์และรักษา ทั้งประเพณี วัฒนธรรม และภาษาให้คงอยู่ต่อไป เพราะเป็นสิ่งล้ำค่า ผมอยากให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าถึงการรักษาพยาบาล ขณะนี้กลุ่ม มานิเป็นโรคผิวหนังเป็นจำนวนมาก เพราะว่าไม่มีสมุนไพร พืชที่เอามาใช้ทาแก้ผิวหนัง สูญพันธุ์ไปในป่าเกือบหมดแล้ว แล้วก็กลุ่มมานิไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกินยา หมอให้กินยาก็กิน เฉพาะมื้อแรกนะครับ มื้อที่ ๒ ก็ไม่ได้กิน มื้อที่ ๓ ก็ไม่ได้กิน ผมอยากให้กำแพงการสื่อสาร เรื่องนี้ถูกทลายลงโดยกระทรวงสาธารณสุข ผมอยากเรียนกับท่านประธานว่ากรณีป่าจังหวัดพัทลุง ตรัง และสตูล ชื่อป่าตระ ที่ถูกบุกรุกพันกว่าไร่ในขณะนี้ ผมขอความเป็นธรรมนะครับ ไม่ถูกบุกรุก โดยพี่น้องชาวมานิแม้แต่ไร่เดียว เป็นคนจากพื้นราบขึ้นไปทำลายป่ากลางป่าเขาบรรทัด ซึ่งเป็นป่าที่เป็นหัวใจของ ๓ จังหวัด เป็นป่าต้นน้ำ ๓ จังหวัด ไม่ใช่เป็นการบุกรุกของพี่น้องชาวมานิ แต่อย่างใด อันนี้ผมขออนุญาตขอความเป็นธรรม

สุดท้ายก็คือขอให้รัฐบาลได้สนับสนุนโครงการหลวง โครงการเกษตรที่สูง โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ที่ทำให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีอาชีพ ได้มีรายได้ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้มีที่อยู่อันเป็นหลักแหล่ง และสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ และโครงการดังกล่าวทำให้ต้นน้ำยังอยู่ ทำให้มีเกษตรอินทรีย์ ทำให้มีเกษตรปลอดภัย และทำให้วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ประทานไว้อยู่กับพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ต่อไปจนถึงขณะนี้ กราบขอบคุณครับ