กมลศักดิ์ ชี้รายงานกลุ่มชาติพันธุ์เว้นมลายูใต้ ห่วงไม่เท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือถึงความบกพร่องในการศึกษาปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์มลายูในรายงานของคณะกรรมาธิการ พร้อมเรียกร้องให้รับรองสิทธิ ความเสมอภาค และการคุ้มครองอัตลักษณ์ทางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมของพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามรัฐธรรมนูญ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของการพิจารณาศึกษา สภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมคุ้มครอง กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติเรา ส.ส. ส่วนใหญ่ก็อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีพี่น้องส่วนใหญ่ ผมรู้สึกได้ว่าพี่น้องของผมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้คือหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ในประเทศไทย นั่นก็คือกลุ่มชาติพันธุ์มลายู แต่ว่าเสียใจครับ น้อยใจอยู่นิด ๆ ครับว่า รายงานของคณะกรรมาธิการ ถ้าดูพิจารณาของการศึกษาดูงานตั้งแต่วันที่ ๒๕-๒๖ กันยายน ๒๕๖๒ มาถึงกระทั่งปี ๒๕๖๓ มีการศึกษาดูงานเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือ แต่ว่าท่านไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์มลายูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย ถ้าดูหัวข้อ การศึกษาก็คือสภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ผมว่ารายงาน ฉบับนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ความรู้สึกน้อยใจกับคนพี่น้อง ๓ จังหวัดมันมีอยู่เรื่อย ๆ แม้แต่รายงานของคณะกรรมาธิการ ผมเองในฐานะเป็น ส.ส. อยู่ในพื้นที่ก็ยังมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วก็มันก็ตรงกับสภาพ ปัญหาของคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษา ความรู้สึกนี้มันมีมานานครับ มันมีตลอดระยะเวลาที่มี การปกครอง แล้วก็มีปัญหาระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองในพื้นที่มาโดยตลอด เพราะสภาพปัญหาอย่างนี้นะครับ การไม่ให้ความสำคัญโดยเท่าเทียมกัน เมื่อสักครู่ ท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งได้ชี้แจงยกกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ก็คือทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ต้องได้รับการคุ้มครองสามารถที่จะประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนาของตนเองได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าคำว่า ชาติพันธุ์ ผมไม่อยากให้เป็นเพียงนามธรรมนะครับ อยากให้มีความสำคัญที่เป็นรูปธรรมชัดเจนแล้วก็ให้มีการศึกษาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ กลุ่มชาติพันธุ์มลายู ถ้าพูดถึงกลุ่มชาติพันธุ์มลายูแล้วมันจะโยงถึงเรื่องของศาสนา แต่ผม เรียนให้ท่านกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่ากลุ่มชาติพันธุ์มลายูตอนนี้เมื่อรายงานฉบับนี้ ไม่ได้กล่าวถึง ผมขออนุญาตพูดถึงเวลาที่เหลืออยู่นี้ให้ท่านได้รับทราบว่ากลุ่มชาติพันธุ์มลายู ตอนนี้มันยึดโยงถึงศาสนา ยึดโยงถึงภาษา ภาษามลายู ความเป็นอัตลักษณ์ของพี่น้องตอนนี้ มันกลายเป็นถูกมองในมิติของความมั่นคงไปหมด การให้ความสำคัญที่ไม่เท่าเทียมกันกับ ผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองยังคงเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ การศึกษาของพี่น้องมลายูตอนนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าวัดการศึกษาแล้วระดับประเทศถือว่าต่ำที่สุด แต่ก่อนอยู่ที่อันดับ ๖๐ กว่า ตอนนี้ลงมาอยู่ที่อันดับสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษาและเศรษฐกิจ รายได้ต่อครัวเรือนก็ต่ำมันเกิดอะไรขึ้นครับ เสียดายที่คณะกรรมาธิการไม่ได้ศึกษาสิ่งเหล่านี้ เพราะถือว่ากลุ่มชาติพันธุ์มลายูก็ต้องได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ เรากำลังจะแก้รัฐธรรมนูญในวันข้างหน้า แต่ตราบใดที่ยังคงใช้บังคับรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๗๐ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มลายูใน ๓ จังหวัดก็ต้องได้รับการคุ้มครอง ที่เห็นชัดก็คือในเรื่องอาหารกลางวันตาดีกา ผมแล้วก็ ส.ส. พรรคประชาชาติเรียกร้อง มาตลอดว่าให้รัฐบาลให้ความสำคัญการศึกษาในระดับจริยธรรมที่มีอยู่แล้วก็ไม่เหมือนใคร เพราะวันเสาร์ วันอาทิตย์ลูกหลานพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาต้องเรียนโรงเรียน ตาดีกาประจำมัสยิด อาหารกลางวันต้องหากินเอง บางโรงเรียนต้องเลี้ยงปลา บางโรงเรียน ต้องเก็บขวดเพื่อนำรายได้มาเป็นอาหารกลางวันให้กับลูกหลาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมอยากเป็นข้อเสนอแนะให้กับทางคณะกรรมาธิการบันทึกในรายงานฉบับนี้ว่ามันยังมี ข้อตกหล่น ข้อบกพร่องในเรื่องของชาติพันธุ์มลายู โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้พยายาม มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามเอาเรื่องความเป็นชาติพันธุ์มลายู มีคนกลุ่มหนึ่งพยายาม เอาเรื่องของศาสนาอิสลามเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราในฐานะที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องหันมาสนใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าผมมองแล้ว ถ้าหากปล่อยปละละเลยให้มีการสื่อสารโดยที่มีการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง นาน ๆ เข้ามันจะไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของปัญหาความไม่สงบ ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งพยายาม ที่จะนำเรื่องความเป็นชาติพันธุ์มลายู เรื่องศาสนาเป็นเรื่องที่แปลกแยกออกจากประเทศไทย ให้มองว่าคน ๓ จังหวัดศาสนาอิสลามเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ โดยอาศัยสื่อโซเชียล (Social) ในยุคปัจจุบันเป็นตัวสื่อนำ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก แล้วก็ ผมอยากให้มีการศึกษาเพิ่มเติม แล้วก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาดูแลเรื่องเหล่านี้ อย่างจริงจังเสียที เพราะอยากให้พี่น้องความเป็นชาติพันธุ์มลายูในประเทศไทยนี้มีความรู้สึกว่า ถูกบังคับใช้กฎหมายโดยเท่าเทียมกันเหมือนคนอื่น ๆ ในภาคอื่น ๆ เช่นกัน ขอขอบคุณครับ