สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

ทวี สอดส่อง พูดเรื่องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเรียกร้องให้โครงการบรรเทาอุทกภัยที่มีงบประมาณ 9,800 ล้านบาทดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามแผน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นผู้แทนของประชาชนทั้งประเทศ หลังจากได้รับการเลือกตั้งแล้ว เมื่อประชาชนมีความทุกข์ก็เป็นความทุกข์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ผมต้อง ขอขอบคุณท่านชินวรณ์ที่ได้เอาญัตติเป็นเรื่องด่วนขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ปัญหาของพี่น้องในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสบกับอุทกภัยซึ่งเป็น ภัยธรรมชาติ เราก็ได้เรียนรู้มาแล้วว่าปกติมนุษย์ไม่สามารถจะชนะธรรมชาติได้ แต่เราจะทำ อย่างไรให้อยู่ร่วมกับภัยธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อปี ๒๕๕๒ ประมาณต้นปี ก็ได้เกิดพายุปลาบึก ยังจำได้ว่าผมได้ลงไปที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ขณะนั้นก็ได้มีผู้เสียชีวิต แล้วก็ได้ไปพบกับพี่น้องที่ตอนนั้นอายุประมาณสัก ๖๗ ปี ก็ได้รู้ชื่อ นามสกุล ยังมีการติดต่อกันอยู่บ้าง ก็บอกว่าเมื่อปี ๒๕๐๕ ตอนนั้นก็ได้เกิดอุทกภัย ก็มีคนตาย ๑,๐๐๐ กว่าคนที่แหลมตะลุมพุก โดยบอกว่าในปีดังกล่าวที่คนตายเยอะ เพราะไม่มีระบบเตือนภัย อันนี้ก็คือคำบอกเล่าที่เล่าให้ผมฟังจากผู้รอดชีวิต ส่วนพ่อแม่ท่าน ได้เสียชีวิต ซึ่งจากนั้นมา ๑ ปี วันนี้ก็มีอุทกภัย ผมเห็นว่าเรื่องอุทกภัยสำหรับจังหวัด นครศรีธรรมราชก็เชื่อว่าคงอาจจะไม่ใช่เกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เราจะทำอย่างไรว่า หลังจากเกิดแล้วประสบการณ์ บทเรียน ผมเองผมมีความเชื่อมั่นข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่นะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็เคยทำงานร่วมกันมาก่อน เคยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านแม่ทัพ รวมถึงข้าราชการท้องถิ่น แต่สิ่งหนึ่งในเรื่องการช่วยเหลือเรื่องเหตุการณ์อุทกภัย หรือภัยพิบัติ ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดมาแล้วว่ามีคนอยู่ ๒ คน ในสังคม คือคนที่รู้ดี กับคนที่หวังดี คนที่หวังดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนี้เป็นผู้หวังดี แต่การแก้ปัญหา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับความอยู่รอดของชีวิต เกี่ยวกับทำอย่างไรจะให้ชีวิตรอด ผมยังอยากจะให้คนรู้ดีได้มีส่วนช่วย ส่วนผู้หวังดีนั้นควรที่จะส่งเสริม สนับสนุนทุกอย่าง เพื่อจะทำให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ได้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน วันนี้การช่วยเหลือ เราหนีไม่พ้นต้องให้ชุมชนองค์กรท้องถิ่นได้มีส่วนช่วยเหลือ รองลงมาก็คือ ส่วนภูมิภาค ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงจะเข้าไปก็คือต้องไปส่งเสริม สนับสนุน ผมเอง เผอิญพยายามนั่งฟัง จริง ๆ อยากจะนั่งเป็นกำลังใจ จะจบพร้อมคนสุดท้าย เพราะเพื่อน สมาชิกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือต่าง ๆ ได้สะท้อนความรู้สึกมา แต่ผมก็ยังมี ความเป็นห่วงนิดหนึ่ง ในช่วงที่ไปเมื่อปี ๒๕๖๒ ผมทราบว่ามันมีโครงการบรรเทาอุทกภัย เป็นโครงการขนาดใหญ่ประมาณ ๙,๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเสร็จในปี ๒๕๖๖ แล้วตอนมาชี้แจงงบประมาณ ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ก็ทราบว่าเหมือนจะมีปัญหา วันนี้ผมจึงฝากกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่เราคิดเราฝัน อยากให้เกิด แต่ว่าสิ่งที่มันมีอยู่แล้วในโครงการและมีเงินอยู่แล้ว ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในโครงการดังกล่าวก็มีการศึกษาว่าถ้าทำได้แล้ว ปัญหาอุทกภัยหรือประชาชนต้องประสบ ชะตากรรมซ้ำแล้วซ้ำอีกอาจจะมีบรรเทาลง แต่ได้ทราบว่า อันนี้ก็เป็นข่าว อ่านจากข่าว ก็อยากจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือทุกคนเข้าไปดู คือโครงการลักษณะอย่างนี้จะต้องไม่มี การทุจริตหรือมีการใต้โต๊ะ ที่มีข่าวออกมาว่ามีการแต่งตั้งอธิบดี บางคนต้องจ่ายเงินถึง ๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็อาจจะโยงไปถึงโครงการนี้ด้วย มีข่าวพูด อันนี้เป็นเรื่องน่าห่วง แต่ทราบว่าเจ้ากระทรวงก็ได้เข้ามาตรวจสอบ แล้วทำอย่างไรจะทำให้โครงการมันเดินไปถึง ปี ๒๕๖๖ ให้ได้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมดูในคลิป (Clip) บอกว่า โครงการนี้วันนี้เดินไปแค่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ เหลือเวลาอีก ๒ ปี แล้วโครงการนี้ก็เป็น โครงการสำคัญที่เป็นความหวังของคนนครศรีธรรมราชนะครับ แล้วท้ายที่สุดผมเองในฐานะ ที่เคยไปทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน ๕ จังหวัด ก็ขอให้กำลังใจกับพี่น้องทุกคนที่ต้อง ผ่านพ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้ไป แล้วก็อยากให้ทุกคน รวมทั้งข้าราชการทุกคน เราต้องปฏิบัติ ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบเหมือนเขาเป็นญาติ เขาเป็นครอบครัว แล้วก็ขอให้กำลังใจ กับข้าราชการทุกคนครับ ขอขอบพระคุณมากครับ