ภาสกร เสนอระบบจัดการภัยพิบัติแบบญี่ปุ่น รับมือน้ำท่วมซ้ำทุกปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

ภาสกร เงินเจริญกุล หารือปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำทุกปีทั่วประเทศ โดยเสนอให้ใช้ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ เช่น ระบบ DMIS ของญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังเกิดอุทกภัย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการวางแผนล่วงหน้า การเก็บข้อมูล การอบรมเจ้าหน้าที่และประชาชน การซ้อมอพยพ และการเตรียมความพร้อมด้านเสบียงสิ่งของจำเป็น รวมถึงการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟู และการเยียวยาอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความสูญเสียและช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเกี่ยวกับปัญหา อุทกภัยและปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ผมได้ยินปัญหาน้ำท่วมมาตั้งแต่สมัยตอนที่ผมเป็นเด็ก ๆ เรียนชั้นประถมนะครับ จนวันนี้ผมมีโอกาสได้มาเป็นผู้แทนราษฎร ผมก็ยังได้ยินปัญหา อันนี้อยู่ และปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะภาคใต้ มันมีตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสานเราก็เพิ่ง โดนกันมา ผมก็มีโอกาสไปช่วยนะครับ พี่น้องที่ภาคอีสานหรือผู้ที่ประสบอุทกภัย แค่เรา เข้าไปเจอเขา เขาก็ได้กำลังใจจากเราแล้วนะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องภาคใต้ทุกท่านนะครับ และเห็นใจพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยทุกท่าน ปัญหานี้มันเป็นปัญหาที่เราเจอกันทุก ๆ ปี และผมเชื่อว่าเราก็พูดกันทุก ๆ ปีเหมือนกัน นั่นหมายความว่า ผมขออนุมานว่าเราเลือกวิธีการแก้ปัญหามากกว่าวิธีการบริหารจัดการที่ดี การที่เกิดอุทกภัยมันมีผลกระทบมากมายนะครับ ตั้งแต่ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทรัพย์สินของราชการ ถนนหนทาง ผลผลิตทางการเกษตร การประมง โอกาสที่จะได้ค้าขาย นักท่องเที่ยวที่จะไป หมดเลยครับ และยังเกิดความสูญเสียบางอย่างที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น การสูญเสียชีวิตผมเชื่อว่ามันไม่สามารถเอามาประเมินได้ว่า เราจะต้องมาชดใช้กันเท่าไร แล้วเราต้องมาเยียวยากันเท่าไร ผมอยากเสนอแบบนี้ครับ ท่านประธาน เราต้องใช้การบริหารจัดการที่ดีมากกว่าเราใช้วิธีการแก้ปัญหาเป็นรายครั้ง รายคราว ผมมีโอกาสไปที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านประธานและสมาชิกในสภาแห่งนี้ผมเชื่อว่า ถ้าเราพูดถึงประเทศญี่ปุ่น เรารู้อยู่แล้ว เพราะโดนเรียกว่าทุกอย่างที่เป็นภัยพิบัติ โดนหมดครับ แต่เขาจัดการอย่างไรปัญหาเขาถึงลดลง และประชาชนเขาถึงมีระเบียบ ขนาดนั้น ผมมีโอกาสไปที่ญี่ปุ่นแล้วได้เจอแอปพลิเคชัน (Application) ตัวหนึ่ง เป็นระบบ ชื่อดีเอ็มไอเอส (DMIS) ดิสแอสเตอร์ แมเนจเมนต์ อินฟอร์เมชัน ซิสเต็ม (Disaster Management Information System) นะครับ ภาษาไทยก็คือระบบการบริหารจัดการ อุทกภัย อันนี้มันทำไม เขาบริหารจัดการไม่ใช่แค่น้ำท่วม แผ่นดินไหวนะครับ น้ำท่วม แผ่นดินไหว สึนามิ ทุกอย่าง รวมทั้งแผ่นดินถล่ม โรคระบาดก็ใช้ได้ครับ เขาใช้อันนี้ จัดการ อย่างไรครับ ดีเอ็มไอเอส (DMIS) หรือระบบการบริหารจัดการอุทกภัยมันเริ่มมาจากแผนที่ ซึ่งวันนี้เรามีหมดนะครับ ใน ปภ. ก็มี ที่เกี่ยวกับน้ำทุกคนมีแผนที่หมดครับ แต่ไม่มี การบริหารจัดการเรื่องพวกนี้เลย ข้อมูลพวกนี้เรามีอยู่แล้ว เท่ากับเรามีข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เราเห็นอยู่แล้วครับว่าถนนหนทาง แม่น้ำ ลำธาร อะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ป่าไม้อยู่ตรงไหนบ้าง สูงต่ำเท่าไร มีหมดครับ สิ่งที่เราขาดก็คือการใส่ข้อมูลที่เป็นพวกอุทกภัยลงไปว่าตรงไหน เกิดเมื่อไร ประชาชนเป็นอย่างไร และแผนการจัดการเกี่ยวกับอุทกภัย การจัดการอุทกภัย ก็ง่าย ๆ ครับ มี ๑. ก่อนเกิด ๒. ขณะเกิด และ ๓. ฟื้นฟูหลังจากเกิดเหตุแล้ว ๓ เรื่องแค่นี้ครับ แต่ต้องมีการบริหารจัดการอยู่ในระบบนี้ เก็บอะไรบ้างครับ ๑. ในแผนที่หรือในระบบต้องมี สถานที่อพยพ รวมถึงเสบียงอาหาร หมายความว่าในสถานที่ที่จะอพยพมีเสบียงอาหาร รองรับได้จำนวนคนเท่าไร ใคร หมู่บ้านไหนต้องไปตรงไหนบ้าง อันที่ ๑ นะครับ สิ่งที่ ผมไม่อยากให้เจอและผมไปในทุกครั้งที่มันเกิดอุทกภัย ผมเห็นแล้วผมรับไม่ค่อยได้ เพราะว่าคุณภาพชีวิตของคนไทยจะแค่นี้หรือ พอเกิดน้ำท่วมทุกคนก็อพยพขึ้นมาครับ ขึ้นมาที่มันไม่ท่วม บางทีอาจจะเป็นบนถนนบ้าง แล้วก็กางเต็นท์ แล้วก็มีแคร่ แล้วก็อยู่กัน ตรงนี้ หมู่บ้านนี้ทุกคนอยู่กันตรงนี้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรืออย่างไร จริง ๆ เอาการบริหารจัดการแบบนี้ไปทำครับ ผมเล่าต่อไป

อันที่ ๒ ก็คือขณะเกิดปัญหา ขั้นก่อนเกิดเรามีการเก็บข้อมูลแล้ว เราต้อง อบรมเจ้าหน้าที่ อบรมประชาชน ทำแผนซ้อม เท่ากับว่าพอเกิดปุ๊บทุกคนจะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเอง ต้องทำคืออะไร ต้องอพยพไปที่ไหน ที่นั้นมีเสบียงอาหารรองรับได้เท่าไร ในขณะนั้นต้องมี การเช็ก (Check) ด้วยนะครับ ก่อนเกิดเหตุต้องมีเช็ก (Check) ด้วยว่าเสบียงอาหารหมดอายุ หรือยัง รองรับได้เท่าไร ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป พอเกิดปุ๊บทุกคนก็จะไปในจุดที่ตัวเอง ต้องไป ใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำตามแผน ฉะนั้นมันก็จะไม่มีการเกิดความวุ่นวาย ใครหายไป ตรงไหน เพราะทุกคนรู้ว่าจะต้องไปอยู่อย่างไร อยู่ตรงไหน อย่างไรบ้าง จากนั้นในสถานที่นั้น ก็ต้องมีการแพทย์ช่วยดูแลด้วย เพราะหลังจากอุทกภัยโดยส่วนใหญ่ก็ตามมาด้วยโรค โรคระบาด จะเล็กจะน้อยก็ว่าไป หลังเกิดเหตุครับ ฟื้นฟู อันนี้ก็ต้องเป็นแผนเหมือนกันว่าหลังเกิดเหตุแล้วจะฟื้นฟูอย่างไรบ้าง ตามแผน หรือตามอุทกภัยที่เกิดขึ้นครับ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ อะไรก็แล้วแต่ เราจะมีการเยียวยาแบบไหนตามมาตรฐานตามสิ่งที่เราวางแผนไว้ เพื่อที่ให้ ทุกท่านหรือทุกคนจะกลับไปดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขด้วยความรวดเร็ว เพราะผมเห็นคลิป (Clip) ทางใต้ ผมมีความรู้สึกว่าถ้าน้ำมาขนาดนี้ไม่เหลือ บ้านก็ไม่มี สิ่งต่อไปก็คือต้องสร้าง บ้านใหม่ ทุกอย่างก็ซื้อใหม่ แล้วเราจะอย่างไรครับ เราลงไปเยียวยาเท่าไรจะเพียงพอ ฉะนั้น มันก็ต้องมีแผนเหมือนกันว่าหลังจากนี้ทำอย่างไร เส้นที่มันเกิดบ่อย ๆ โดยปกติมันก็เกิดกัน บ่อย ๆ เส้นเดิมครับ ถ้ามันเกิดบ่อย ๆ ก็อาจจะต้องย้ายบ้านตรงนี้เป็นทางน้ำผ่าน หรือเก็บน้ำไว้ ไม่อย่างนั้นเราก็กลายเป็นวันนี้น้ำเกิน ก็อุทกภัยครับ น้ำท่วม วันนี้น้ำขาด เดี๋ยวก็ภัยแล้งครับ ทุกอย่างมันต้องมาบริหารจัดการด้วยระบบอย่างนี้ครับ อันนี้เป็น ข้อเสนอแนะนะครับ พอดีด้วยเวลาอันเท่านี้ ก็ใช้เวลาเท่านี้ ขอบพระคุณครับ