กิตติศักดิ์ ชี้น้ำอีสานวิกฤต เสนอขุดลอกอ่าง-ผันน้ำเลยเพิ่มสำรอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ รายงานผลการศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ชี้ว่าปัญหาน้ำเป็นวิกฤตสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศ โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีพื้นที่ชลประทานน้อย ส่งผลให้รายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการจัดการน้ำในระดับเดียวกับหรือมากกว่าโครงการขนาดใหญ่ เช่น อีอีซี และรถไฟฟ้า พร้อมเสนอแนวทางฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำด้วยการขุดลอก สร้างคันดินเพื่อเพิ่มความจุ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และผลักดันโครงการผันน้ำจากแม่น้ำเลยเข้าเขื่อนอุบลรัตน์เพื่อเสริมปริมาณน้ำสำรองในภูมิภาค

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้เป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมก็เป็นกรรมาธิการหนึ่งในนั้น ก็นำเรียนท่านประธานว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการได้ทำงานเพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ให้ดีที่สุด ก็นำเรียนท่านประธานว่าปัญหาน้ำในประเทศไทยถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องให้ ความสำคัญอันดับแรก แล้วก็เป็นชีวิตของคนไทยทุกคน แล้วการที่เราจะพ้นจากประเทศ ที่ยากจน เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดี ปัญหาน้ำคือความสำคัญอันดับแรก นำเรียนนะครับว่า ในภาคอีสาน ผมเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม อยู่กึ่งกลางอีสานหรือสะดืออีสาน ภาคอีสาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๘.๖๙ ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่เกษตรทั้งหมด ๖๓ ล้านไร่ ซึ่งถือว่าเป็น ๑ ใน ๓ ของประเทศไทย มีประชากร ๒๑ ล้านคน แต่พื้นที่ชลประทานของอีสานนี้น้อยมาก ประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง รู้สึกว่าจะ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานครับ รายได้ประชากร ของภาคอีสาน ๘๗,๐๐๐ บาทต่อปีต่อครอบครัว ซึ่งถ้าเทียบกับคนทั้งประเทศ ๑๔๘,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปี ก็เห็นว่าคนอีสานมีรายได้น้อย ซึ่งการแปลจากปริมาณน้ำ กับรายได้จะเป็นการแปลโดยตรงซึ่งกันและกันนะครับ ก็ต้องนำเรียนว่าการที่จะทำให้ แก้ปัญหาน้ำได้ก็ทำให้ชีวิตคนอีสานดีขึ้น ในรายงานฉบับนี้นะครับท่านประธาน ผมขอไปที่ กลุ่มโขง เลย ชี มูล สงครามนะครับ ในรายงานมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ๑. ระดับโพลิซีเมเกอร์ (Policy Maker) หรือระดับนโยบาย ซึ่งคณะรัฐมนตรี ก็ต้องยอมรับนะครับว่าผมก็ยังรู้สึกว่า การให้ความสำคัญของเรื่องน้ำยังน้อยเกินไป ความสำคัญเรื่องน้ำถือว่าต้องให้ความสำคัญ อันดับแรก เพราะว่าสำคัญกว่าเรื่องของถนน เรื่องรถไฟฟ้า เรื่องอีอีซี (EEC) เรื่องอะไรอื่น ๆ อีกด้วยซ้ำไป แต่เรื่องอีอีซี (EEC) เรื่องรถไฟฟ้าอะไรก็มีความสำคัญครับ แต่ว่าเรื่องน้ำก็ต้อง อย่าให้ละเลยนะครับ

อันที่ ๒ คือระดับเรกูเลเตอร์ (Regulator) ซึ่ง สทนช. ได้เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งในแผนมีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ก็คือ ๑. การเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำบ้านเรา ส่วนใหญ่ตื้นเขิน แล้วก็ทำให้ความจุเหลือประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเพิ่มความจุ ก็มีการต้องขุดลอก แล้วก็นำดินที่ขุดลอกมาทำเป็นรอบเพื่อเพิ่มความสูงของอ่างเก็บน้ำ แล้วก็มีฝายดักตะกอนที่ขอบอ่าง แล้วก็พัฒนาอ่างเก็บน้ำนั้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ได้

ในส่วนของจังหวัดมหาสารคามเอง ในพื้นที่ผมเองก็มีอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน ซึ่งมีพื้นที่ความจุ ๘.๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้เหลือ ๑.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ อ่างเก็บน้ำแกดำมี ๑.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อ่างโคกก่อ จุ ๔.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ ๐.๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ๖.๖ เปอร์เซ็นต์ นี่ละครับคือปัญหา แล้วงบประมาณที่ผ่านมาก็ได้ปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คิวต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอครับ ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราจะขุดลอก ไม่เฉพาะจังหวัด มหาสารคามนะครับ ผมคิดว่าในพื้นที่ทั่วประเทศไทยจะต้องมีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ให้เพียงพอ ก็คือฝนตกมาเราต้องเก็บน้ำให้ได้ ป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่จะรับน้ำ แล้วเอาไปใช้ในช่วงหน้าแล้ง ๑. ทำขนมครกให้เพียงพอ ๒. ในการระบายในลุ่มน้ำนะครับ เช่นในพื้นที่บ้านผมก็คือลุ่มน้ำชี การทำประตูระบายน้ำที่จะกั้นเป็นช่วง ๆ เพื่อจะทำให้น้ำ ผันน้ำจากบริเวณน้ำชีไปบริเวณข้าง ๆ นะครับ ซึ่งในจังหวัดมหาสารคามเองตอนนี้มีประตูน้ำ มหาสารคามและประตูน้ำวังยาง ก็มีแผนนะครับว่าในช่วงกึ่งกลางระหว่าง ๒ ประตูน้ำจะมี การทำประตูน้ำตรงบริเวณแก้งแกกับท่าสองคอนนะครับ ถ้าได้ในบริเวณนี้ก็ทำให้พื้นที่ เกษตรกรได้รับประโยชน์มากขึ้น การทำอ่างเก็บน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพน้ำ แล้วก็การทำ ประตูระบายน้ำเพื่อจะทำให้การเก็บกักน้ำให้ดีขึ้น อันที่ ๓ คือการเติมน้ำเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งอันนี้ก็คือการผันน้ำจากแม่น้ำเลยผ่านลอดภูเขามา มาที่เขื่อนอุบลรัตน์ ก็ต้องยอมรับว่า อันนี้เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ๑ ๒ ขอให้ทำก่อน แต่เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ก็อย่าละเลยนะครับ แล้วก็เป็นความสำคัญว่าในช่วงหน้าแล้งของทุกปี เขื่อนอุบลรัตน์บางทีฝนตก เรียกว่าอยู่เหนือเขื่อน ท้ายเขื่อนก็ไม่มีน้ำ ทำให้ตอนบริเวณ หน้าแล้งก็ไม่มีน้ำจากแม่น้ำชีไปที่จังหวัดที่ใต้แม่น้ำชี คือขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อะไรอย่างนี้ก็จะแห้งแล้งไป ชาวบ้านซึ่งปกติได้ทำนาปรังก็ไม่ได้ทำนาปรัง ก็เดือดร้อน ก็มีการประท้วงกันขึ้นมา ซึ่งก็คิดว่าถ้ามีการผันน้ำเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ แล้วเพิ่มน้ำในบริเวณเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งตอนนี้ เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณเก็บกักน้ำ ๒,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะเพิ่มปริมาณ การเก็บกักน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ให้เต็มที่ วันนี้เขื่อนอุบลรัตน์มี ๑,๕๙๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ความจุทั้งหมด ๒,๔๓๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็คิดว่าน่าจะทำให้อีสานเราหายจนหายแล้งได้ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจแล้วก็ทำรายงานนี้ให้สมบูรณ์ แล้วส่งรัฐบาลเพื่อแก้ไขให้เกิดความสำเร็จต่อไปครับ ขอบคุณครับ