เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล แสดงความเห็นต่อรายงานการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ โดยชื่นชมความทุ่มเทของกรรมาธิการที่ลงพื้นที่ศึกษาอย่างรอบด้าน แต่ชี้ให้เห็นปัญหาการถ่ายโอนแหล่งน้ำขนาดเล็กให้ท้องถิ่นโดยขาดความรู้และงบประมาณ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากที่จังหวัดเลย และเรียกร้องให้หน่วยงานกลางเร่งแก้ไข พร้อมเสนอแนวทางการถ่ายโอนภารกิจการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตามขนาดความจุเพื่อให้การบำรุงรักษาเป็นไปอย่างยั่งยืน รวมถึงเสนอให้บรรจุโครงการเขื่อนน้ำลายในพระราชดำริและฝายกั้นแม่น้ำในแผนงานพัฒนาลุ่มน้ำเลย หลังพบว่าไม่ถูกรวมอยู่ในรายงานของกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย แสดงความเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการ ลุ่มน้ำทั้งระบบ ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทางท่านกรรมาธิการที่ได้เสียสละเวลาแล้วก็ ใช้เวลาในการจัดทำรายงานโดยลงพื้นที่หาข้อมูลอย่างรอบด้านนะครับ ประเด็นที่ผมจะ นำเสนออยู่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก เป็นการแสดงความเห็นต่อข้อสังเกตของรายงานฉบับนี้ และอีกประเด็นหนึ่ง เป็นเรื่องของข้อเสนอแนะต่อการบริหารจัดการลุ่มน้ำในเขตพื้นที่ ที่กระผมเองได้มีข้อมูลอยู่นะครับ
ในประการแรก เรื่องข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการในรายงานฉบับนี้นะครับ ประเด็นสำคัญในหน้า ๔๓ ข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีในข้อ ๒ เรื่องของการกำหนดให้ หน่วยงานของท้องถิ่น ซึ่งตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนของการกระจาย อำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดว่าแหล่งน้ำ โครงการที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำที่มีปริมาตร ต่ำกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร จะต้องอยู่ในการดูแลเป็นการถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งประเด็นนี้ละครับ เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ก็เลยอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานได้ทราบนะครับว่าหลายพื้นที่ในเขตที่ผมได้ติดตามอยู่เกิดปัญหาเช่นนี้จริง ๆ แล้วทางคณะกรรมาธิการเองก็ได้นำเสนอเป็นข้อสรุป เป็นข้อแนะนำไว้ได้ค่อนข้างที่จะชัดเจน แต่ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงแต่ละประเด็นให้ท่านกรรมาธิการได้เห็นนะครับ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการทำเรื่องในการถ่ายโอนภารกิจแหล่งน้ำที่ต่ำกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน สำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านประธานครับ ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลาก สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินได้จัดทำเขื่อนดินเพื่อกั้นลำน้ำสวยไว้ แล้วก็เกิดปัญหา พอเขื่อนแตก น้ำก็ไหลทะลักลงมา ทำให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากในครั้งนั้น ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า เมื่อหน่วยงานได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น โดยที่ ท้องถิ่นไม่มีความรู้ในเรื่องของการจัดการทางด้านเทคนิค แล้วประการต่อมาก็คือขาดงบประมาณ ในการบำรุงรักษา พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็เป็นเช่นดังที่เกิดขึ้น และ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มี การเข้าไปดำเนินการแก้ไขนะครับ
ประการต่อมาครับ บางแห่งเป็นลักษณะของการถ่ายโอน และท้องถิ่นเอง ไม่ทราบมาก่อนด้วยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ถ่ายโอน พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไม่สามารถ หาเจ้าภาพในการบำรุงรักษาได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ฝายอันหนึ่งคือฝายบุ่งวังคัน อยู่ที่ตำบล ท่าสะอาด อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ฝายนี้กักเก็บน้ำไว้ใช้หลายตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลท่าสะอาด ตำบลท่าสวรรค์ แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นคือฝายพังทลายมาหลายปีแล้ว หาเจ้าภาพไม่ได้ กรมทรัพยากรน้ำก็บอกว่าไม่ใช่ ฝายที่สร้างโดยกรมทรัพยากรน้ำ กลายเป็นว่ากรมชลประทานก็ไม่ใช่ ไปเช็ก (Check) ดูละเอียดปรากฏว่าเป็นฝายที่ถ่ายโอนไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ในการดูแลขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ไม่มีนายช่างโยธาที่จะมาเซ็นรับรองแบบ ในการออกแบบเพื่อหางบประมาณมาแก้ไขปัญหานี้ อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดง ให้เห็นถึงความบกพร่องของการกระจายอำนาจในลักษณะนี้
อีกอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งก็คือฝายกั้น น้ำฮวย ซึ่งอยู่บริเวณถนนของบ้านหนองบอน แล้วก็บ้านน้ำฮวย ตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย ฝายนี้เป็นฝายคอนกรีต สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ใช้มาได้ประโยชน์เยอะ แต่ตอนนี้เสียหายพังทลายมาก็ไม่มีการแก้ไข หาเจ้าภาพไม่ได้ ตรงนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และผมก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้นำเสนอไว้ในหน้า ๑๓๓ ครับว่าในการเสนอให้มี การพิจารณาเรื่องของแผนการกระจายอำนาจใหม่ เช่นให้มีการถ่ายโอนภารกิจในส่วนของ แหล่งน้ำ ถ้าไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร จาก ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ถ่ายโอนให้ อบต. ถ้าเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด อย่างนี้ถือว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจน
ประการต่อมาครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอข้อเสนอในการที่จะพัฒนา แหล่งน้ำในพื้นที่ของลุ่มน้ำเลย ในประเด็นแรกครับ ไม่มีการระบุโครงการไว้ในรายงานฉบับนี้ ผมจำได้ว่าท่านกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนได้นำเสนอโครงการที่จะใช้ ในการพัฒนาพื้นที่ในลุ่มน้ำเลย แต่ว่าไม่ได้มีการบรรจุไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เช่น โครงการเขื่อนน้ำลายในพระราชดำริ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการแสดงความคิดเห็น หลังจากนี้ ก็น่าจะมีการบรรจุเข้าแผน แต่ว่าเล่มนี้ไม่มีการบรรจุไว้นะครับ
อีกอันหนึ่ง ก็คือเขื่อนที่จะใช้กั้นลำน้ำเลยเป็นช่วง เป็นช่วง ยกตัวอย่าง เช่น เขื่อนที่บ้านท่ามะนาว กั้นแม่น้ำเลย น่าจะเป็นฝายยาง ถ้าทำเขื่อนทำกั้นแม่น้ำเลยเป็นช่วง เป็นช่วง เป็นช่วง ผมเชื่อว่าโครงการจัดการของลุ่มน้ำเลยจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อย่างมากเลยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ