ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยเน้นย้ำความสำคัญของน้ำต่อชีวิตและเศรษฐกิจ เรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราช พัฒนาระบบชลประทานอย่างเป็นระบบ และผลักดันการบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมตั้งคำถามถึงการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนจัดการน้ำ รวมถึงการฟื้นฟูฝายจรเข้สามพัน การผันน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการเก็บกักน้ำฝนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหาร จัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ทั้งฉบับเล่มสีฟ้าเล่มนี้นะครับ เป็นคัมภีร์ที่สำคัญมากครับ ท่านประธานครับ แล้วถามว่าเล่มนี้เกิดจากอะไร เกิดจาก ๑๗ ญัตติครับ ไม่มีครั้งใด ที่สภาผู้แทนราษฎรจะเห็นตรงกันเสนอญัตติถึง ๑๗ ญัตติด้วยกันในการแก้ไขปัญหา น้ำทั้งระบบนะครับ สภาแห่งนี้ครับท่านประธาน ได้เห็นความสำคัญ ปัญหาของ ๒๕ ลุ่มน้ำ ที่ครอบคลุมพื้นที่ ๓๒๑.๒ ล้านไร่ มีระบบชลประทานเพียง ๓๒.๗๕ ล้านไร่เท่านั้นเอง เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวไปแล้วนะครับ ภาคอีสานน้อยมากครับ มีพื้นที่ชลประทาน มันเป็นวาระแห่งชาติ สำคัญยิ่งกว่าใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ท่านประธานครับ นครวัด นครธม อันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรกัมพูชานะครับ เจริญรุ่งเรืองเป็นมหานครได้ก็เพราะสร้างระบบน้ำ ที่ดี และมันพังทลายไปก็เพราะว่าขาดแคลนน้ำในที่สุด เพราะฉะนั้นน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญ ดังที่มีคนกล่าวไว้ว่า น้ำคือชีวิต ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ำมีมากมาย ไม่ว่าน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเค็ม น้ำเสีย โดยเฉพาะขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังประสบอุทกภัย ร้ายแรง ท่าน ส.ส. ธีระ วงศ์สมุทร ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านนิกร จำนง ส.ส. จังหวัดสงขลา ก็ให้ความเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างยิ่ง อยากจะให้รัฐบาลเร่งลงไปดำเนินการ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านทำความสำเร็จในฐานะประธานคณะกรรมาธิการหลายเรื่อง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผมจะขออนุญาตเรียนถามเกี่ยวกับเอกสารฉบับนี้สัก ๒-๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก อยากจะถามว่าคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องน้ำทั้งระบบ ได้เชิญหน่วยงานสำคัญระดับประเทศมาพูดคุยก่อนที่จะลงไปดำเนินการดูพื้นที่แต่ละแห่ง ๆ ด้วยหรือไม่ หน่วยงานนั้นก็คือ สทนช. ครับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เขาเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ที่ดูแลระบบน้ำทั้งประเทศ ได้มีการถามเขาก่อนหรือไม่ ร่วมกันพิจารณาหรือไม่ว่าเขามีแผนอะไรแล้วหรือยัง แต่ละโครงการ แต่ละลุ่มน้ำ แผนเขาเป็นอย่างไร ระบบงบประมาณเป็นอย่างไร มันจะทำให้ เอกสารเล่มนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะว่าท่านเขียนไว้ ยกตัวอย่างในหน้า ๔๓ ท่านก็พูดถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรทำโน่น ควรทำนี่ ควรทำนั่น ผมจึงเกิด คำถามว่าทำไมไม่เรียกเขามาแล้วก็พิจารณากันในที่ประชุมว่าเขาจะทำอย่างไรกับระบบน้ำ ทั้งประเทศเพราะเขาเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) เป็นเซนเตอร์ (Center) เป็นศูนย์กลาง แล้วก็สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีดูแลโดยตรง ก็จะขออนุญาตเรียนถาม ประการแรกครับ
ประการที่ ๒ ก็ขออนุญาตเรียนถามเรื่องลุ่มน้ำเจ้าพระยานะครับ ท่านบอกว่า ในหน้า ๗ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะขาดแคลนปริมาณน้ำ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แล้วจะเพิ่มเป็น ๘,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อ ๒๐ ปี ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า แล้วควรทำ ๑ ๒ ผันน้ำจากลุ่มน้ำยวม มาสาละวิน มาเมย แล้วก็ลงแม่น้ำปิง แล้วก็ลงเจ้าพระยา ผมไม่ขัดข้องนะครับ ไม่ขัดข้อง และสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ แต่อยากจะเรียนถามว่าท่านได้ ศึกษาเรื่องอื่นด้วยหรือไม่ ยกตัวอย่างครับท่านประธาน เรามีปริมาณน้ำท่า คือน้ำที่มันไหล ออกไปทิ้งไปเฉย ๆ นะครับ ๒๒๔,๐๒๓ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละเกือบ ๆ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๘๐ ที่มันทิ้งไปเฉย ๆ ท่านได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ว่าท่านจะทำ อะไรกับมัน ที่มันสูญเสียไปแต่ละปี ๆ ผมยกตัวอย่างนะครับ ทางคุณสาคร เกี่ยวข้อง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ในฐานะดูแลภาคใต้ เขาเขียนไว้ในหน้า ๘๓ ในเอกสารเล่มนี้ เขาบอกว่ากรมชลประทานพิจารณาดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ทำอะไรบ้างครับ สำรวจออกแบบโครงการขนาดเล็กที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว รวมทั้งการดำเนินการขุดลอกคลอง แก้มลิง ลำน้ำสาขาต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนพื้นที่ เกาะพงัน เห็นไหมครับ เขาอยากจะเก็บน้ำฝนเอาไว้ และมีความต้องการใช้น้ำอุปโภคบริโภค จำนวนมาก และร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อบูรณาการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค ในพื้นที่เกาะพงัน อย่างนี้นะครับ ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ในลุ่มน้ำนี้ประกอบกันด้วยหรือไม่
สุดท้ายครับท่านประธาน ท่านประธานวีระกร คำประกอบ ขออนุญาต เอ่ยนามอีกสักครั้งนะครับ เป็นผู้เสนอญัตติ ท่านคุณหมอ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เสนอญัตติเรื่องนี้ด้วย แล้วท่านเดินทางไปตระเวนดูทั่วไปเลยนะครับ เหมือนกับเป็นนกขมิ้น เหลืองอ่อน ดูไปทุกที่ ๆ แล้วเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ท่านไปจังหวัดกาญจนบุรี ไปเขื่อนวชิราลงกรณ ไปดูที่แม่น้ำจรเข้สามพันที่รับน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ ท่านกรุณา เสนอแนวทางไว้ดีมากครับ ในหน้า ๗๗ ท่านเสนอแนะไว้อย่างนี้ครับ ให้กรมชลประทาน เพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ ประตูระบายน้ำที่ปากคลองผันน้ำเข้าจรเข้สามพัน จากเดิม ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อันนี้จะเป็นประโยชน์ มากครับ เพราะว่าแม่น้ำจรเข้สามพันมันออกคลองสองพี่น้อง แล้วมาออกแม่น้ำท่าจีน แต่ขณะนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานวีระกรนะครับว่าที่ฝายจรเข้สามพันตอนนี้ มันชำรุดเสียหาย ไม่สามารถกั้นน้ำได้อีกต่อไปแล้ว ก็อยากจะเรียนผ่านท่านประธาน ให้ไปบอกชลประทานว่าเร่งมาดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะเกิด ภัยแล้งเกิดขึ้น
สุดท้ายท่านประธานครับ น้ำคือชีวิตจริง ๆ ครับ วันนี้เป็นวันที่สำคัญมาก อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการวาระแห่งชาติเรื่องน้ำทั้งประเทศให้เป็นเรื่องสำคัญ มากกว่าการคมนาคมแบบอื่น จะแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร แก้ไขความเหลื่อมล้ำ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้อย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ