ซูการ์โน หารือปัญหาละเมิดสิทธิใต้ ชี้กฎหมายล้าสมัยต้องแก้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

ซูการ์โน มะทา หารือปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนหรือยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความเสมอภาคของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญผ่านการใช้อำนาจนิติบัญญัติเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและเจตนารมณ์แห่งความเท่าเทียม

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ จริง ๆ แล้วสำหรับรายงาน การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้าย ประชาชนนั้นก็มีการยื่นญัตติ แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยื่นญัตติร่วมกับเพื่อนสมาชิก ของพรรคประชาชาติในประเด็นนี้ ซึ่งความจริงแล้วต้องเคารพท่านประธาน เคารพท่าน กรรมาธิการทุกท่าน ถ้าจะบอกว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่สมบูรณ์หรือไม่ ผมยอมรับว่า เป็นรายงานที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ผมจะพูดในประเด็นที่เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมก็คือว่า ในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึง แต่ผมอยากเห็น อยากพูดถึง เฉพาะในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่อยู่ที่เป็นบ้านเกิดของผมเอง โดยเฉพาะในรายงานฉบับนี้หลาย ๆ รายงานหลาย ๆ ด้านก็ได้ตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราเป็นอย่างมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเรียนผ่านท่านประธาน คณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการละเมิด สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนนั้นไม่ใช่เรามาศึกษาอยู่เพียงแค่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ เท่าที่ผมจำได้หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ หลังการปฏิวัติปี ๒๕๔๙ วันที่ ๑๙ กันยายนนั้น ก็มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ และประเด็นหลัก ๆ ช่วงนั้นก็คือการพิจารณาการแก้ปัญหาเหตุการณ์ความรุนแรง หรือเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็มีอยู่ในรายงาน ของสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ สมัย ชุดที่ ๒๔ ก็มีการศึกษาการรายงาน ชุดที่ ๒๕ ก็มีการศึกษา การรายงาน แต่ผลการศึกษารายงานนี้ไปนำสู่การปฏิบัติของรัฐบาลนั้นแทบไม่มีเลย วันนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็พูดชัดเจนว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็ด้วยกฎหมายพิเศษ ๓ ฉบับ คือ กฎอัยการศึก พ.ร.บ. พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีตราขึ้นในปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๗ แล้วก็ พ.ร.บ. ความมั่นคง ๓ ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกว่ามันเป็นการลิดรอนสิทธิ ที่ไม่สามารถจะมีคำตอบได้จากรัฐบาลว่าเมื่อไรจะยกเลิก ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็บอกแล้วว่าขอจะมีการทบทวน ผมอยากเสนอเป็นประเด็นเพิ่มเติมในกฎหมาย ๓ ฉบับว่าการศึกษาปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๖ ปีนั้น ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ และท่านกรรมาธิการครับ สภาผู้แทนราษฎรนั้น มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย กฎหมายสูงสุดคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ รองลงมาพระราชบัญญัติ ระเบียบ พ.ร.ก. ถูกไหมครับ วันนี้ถึงเวลาแล้วยังที่ท่านจะใส่บรรจุเพิ่มเติมว่าอาศัยอำนาจ ของสภาผู้แทนราษฎรนี้ล่ะมาตรากฎหมาย แก้กฎหมายที่มันล้าสมัยอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดถึง ในเมื่อรัฐบาลไม่เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คุณค่าของความเป็นประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรามาพร้อมใจหรือไม่ว่าจะใช้สภาแห่งนี้ในการออกกฎหมายยกเลิก ทบทวนผมไม่เอา ยกเลิกไปเลย กฎอัยการศึกประกาศในกรุงเทพฯ ๓ วันเต้นจะเป็นจะตาย แต่ประกาศในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีใครพูดถึง ๑๖ ปีนะท่านประธาน พ.ร.บ. ความมั่นคงซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ แต่ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เป็นเครื่องมือของรัฐที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ อย่างที่ท่านในรายงานฉบับนี้ผมไม่เห็นด้วย กับการทบทวน ผมเห็นด้วยว่าเราควรจะใช้สภาแห่งนี้มาออกกฎหมายแก้ระเบียบ หรือกฎ พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มันล้าสมัยให้มันทันสมัยและให้มันถูกตามหลัก สิทธิมนุษยชนสากลด้วย สิ่งเหล่านี้ที่ผมบอกว่าไม่อยากให้รายงานฉบับนี้เป็นเศษกระดาษ เหมือนที่ท่านเลขาธิการพรรคผมพูด เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดนะครับ สิ่งเหล่านี้ ก็อยากฝากท่านประธานถึงท่านประธานกรรมาธิการว่าอยากให้ใช้มติของสภาแห่งนี้มา ร่างพระราชบัญญัติหรือแก้ไขเพิ่มเติมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกฎอัยการศึก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่าตรงไหนที่มันไม่ดี ตรงไหนมันให้อำนาจเจ้าหน้าที่ รัฐมากเกินไป ท่านรู้ไหมครับในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอำนาจอยู่แค่ ๓ ฝ่าย แต่ในนี้ก็ไม่พูดถึงครับ ปัญหาที่บ้านตันหยง บ้านราษฎรโดนถล่ม ๒๗ ลูก ๒๘ ลูกเสียหายทั้งหลัง การเยียวยาไม่มี รัฐไม่มีไปเยียวยาจนชาวบ้านต้องออกแรงมาสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่ได้รับ ความเสียหาย นี่เองครับคือปัญหาที่ว่าศึกษาแล้วยังไม่ครบถ้วนที่ผมอยากเพิ่มเติมว่า ปัญหาการเยียวยาก็เป็นประเด็นหนึ่ง

และปัญหาสุดท้ายที่ผมอยากฝากถึงท่านกรรมาธิการก็คือทำอย่างไร คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีสิทธิและสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกับพี่น้องคนไทย ทุกภูมิภาคของประเทศภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แม้ว่าผมเอง อาจจะไม่เห็นด้วยในการประชามติ แต่เมื่อประกาศใช้เราก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หลายคนก็จะพูดอย่างนั้นนะครับ ก็ฝากเป็นข้อสังเกตถึงท่านประธานกรรมาธิการ ด้วยความเคารพท่านประธานพรชัย แล้วก็เพื่อนกรรมาธิการหลายคนว่าสิ่งที่ทบทวน เราทบทวนมาตั้งแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ชุดที่ ๒๔ ก็ ๑๐ กว่าปีแล้วทบทวนนี่ รายงานแบบนี้ละทบทวน ให้รัฐบาลทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย ทำไมเราไม่ใช้ศักยภาพ ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตราหรือแก้ไขกฎหมายเหล่านั้นด้วยครับ ขอขอบคุณมาก ท่านประธานครับ