ชลธิชา แจ้งเร็ว หารือปัญหาการลอบทำร้ายและการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งนักกิจกรรมทางการเมืองหลังรัฐประหารปี 2557 โดยเฉพาะการใช้มาตรา 116 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มาตรา 14 ที่จำกัดเสรีภาพการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยความจริง แก้ไข พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ และทบทวนกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชน รวมถึงป้องกันวัฒนธรรมการไม่ลงโทษผู้กระทำผิดในกรณีการคุกคามหรืออุ้มหายของผู้เห็นต่างทางการเมือง
สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการละเมิดสิทธิทางการเมืองและสิทธิทางด้านอื่น ๆ ก่อนอื่นเลย อาจจะขอชี้แจงสั้น ๆ ก่อนอื่นเลยเป็นที่น่าเสียดายมากที่คณะกรรมาธิการของเราหมดวาระ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเลยทำให้ไม่ได้ศึกษาในประเด็นเรื่องของการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วก็การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมนะคะ แต่อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเรา เราพบว่าในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับ การใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม เราพบว่าการลอบประทุษร้ายและการทำร้าย นักกิจกรรมทางการเมืองหลังรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ได้แก่ นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมทางการเมือง ทั้ง ๔ ท่านนะคะ ล้วนเป็นบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมืองล้วนเป็นบุคคลที่จัดการชุมนุม ทางการเมืองมาโดยตลอดนะคะ
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เราพบว่าการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรม ทางการเมืองที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ภายหลังการทำรัฐประหาร แม้คดีความจะไม่ได้มีความซับซ้อน มากนักนะคะ และมีพยานหลักฐานพอสมควรในการดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับไม่สามารถที่จะนำผู้ที่กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้นะคะ ด้วยประเด็นดังกล่าวจึงทำให้การลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นมา เรื่อย ๆ เป็นวัฒนธรรมการลอยนวลคนผิดที่ส่งผลมาถึงปัจจุบันนะคะ
นอกจากนั้นแล้วในประเด็นถัดมาที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุม คือการดำเนินการคดีหรือการฟ้องกลั่นแกล้งสแลป (Slap) ดำเนินคดีต่อนักกิจกรรม ที่จัดการชุมนุมทางการเมือง
กฎหมายที่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินคดีกับผู้จัดการชุมนุม ได้แก่ มาตรา ๑๑๖ หรือกฎหมายการยุยงปลุกปั่นถูกนำมาใช้ดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุมในหลาย ๆ กรณีด้วยกัน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะเป็นกฎหมายที่ควรจะใช้ในการเป็นหลักประกันให้ประชาชนคนไทย ทุกคนเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมได้ แต่ปัจจุบัน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะมีปัญหา หลายประการ และถูกนำมาใช้ในการควบคุมเนื้อหาการชุมนุมมากกว่าที่จะอำนวยความสะดวก และดูแลในเรื่องของรูปแบบการชุมนุมให้กับประชาชนนะคะ
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์เองก็เป็นประเด็นที่สำคัญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๔ ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์เองที่ถูกนำมาใช้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีความกับนักกิจกรรม และประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Social media) นะคะ
นอกจากนั้นเราพบว่าในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ซึ่งนำโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอกเป็นต้นมา เรื่อยมาจนถึงกลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการชุมนุมในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทยนะคะ เราพบว่าการชุมนุมซึ่งมีข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อ ตั้งแต่ให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการปฏิรูป สถาบันกษัตริย์ ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ทั้ง ๓ ข้อและการชุมนุมที่เป็นไปอย่างสันติและโดยสงบ มักจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐคุกคามมาโดยตลอด ได้แก่ การที่เจ้าหน้าที่พยายาม ขัดขวาง กดดันไปทางครอบครัวประชาชน การที่เจ้าหน้าที่เองพยายามเข้าไปกดดัน สถาบันการศึกษาที่นักเรียนลุกขึ้นมาจัดการชุมนุมในสถาบันการศึกษา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว การชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัยสามารถทำได้ และจากการที่เลขาของ สพฐ. เข้ามาชี้แจง กับคณะกรรมาธิการท่านก็ยืนยันว่าเป็นสิทธิที่เป็นสามารถทำได้เช่นกันนะคะ
นอกจากนั้นแล้วเรายังพบกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐพยายามเข้าไปกดดัน รถเครื่องเสียงหรือรถห้องน้ำเพื่อไม่ให้นำมาใช้บริการกับพื้นที่ชุมนุมด้วยนะคะ มีการที่ เจ้าหน้าที่พยายามข่มขู่ คุกคามเยาวชนที่จัดการชุมนุม มีการควบคุมตัวโดยมิชอบ มีการใช้ กำลังกับประชาชนที่จัดการชุมนุมโดยสงบ อย่างเช่นกรณีของคุณภาณุพงศ์ หรือไมค์ ระยอง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวโดยมิชอบแล้วก็มีการใช้กำลัง ซึ่งอันนี้ก็เป็นผลจากการศึกษา ของเรา
นอกจากนั้นแล้วอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษา ก็คือเรื่องของการอุ้มหายและการลอบประทุษร้ายการอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยทางการเมือง หลังจาก ที่มีการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ เราพบว่ามีนักกิจกรรมทางการเมืองไทยหลายคนลี้ภัย ทางการเมืองไป เราพบว่ามีผู้ลี้ภัยทางการเมืองซึ่งทุกท่านเกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และบางท่านมีการเรียกร้องในเรื่องของสาธารณรัฐไทย ดิฉันอาจจะขออ่านนามบุคคลที่สูญหาย ได้แก่ คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กรณีนายสยาม ธีรวุฒิ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ นายกฤษณะ ทัพไทย นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นายอิทธิพล สุขแป้น นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ และนอกจากนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากที่เราพบว่ามี ๒ ราย ถูกพบเป็นศพที่แม่น้ำโขง ถูกทารุณ ถูกซ้อมทรมานอย่างน่าโหดเหี้ยม คือนายชัชชาญ บุปผาวรรณ หรือสหายภูชนะ และนายไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง ทั้ง ๙ คนที่เอ่ยนามมา เป็นบุคคลที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็เป็นคนที่เรียกร้อง ในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาโดยตลอด สิ่งต่าง ๆ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เราพบว่าถึงแม้สิทธิพลเมืองจะเป็นสิทธิที่ได้รับการยอมรับไว้ในรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ แต่รัฐไทยเองยังไม่ได้ให้การเคารพ และยังไม่ได้ส่งเสริมในประเด็นนี้นะคะ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับเลยซึ่งอยู่ในรายงานฉบับนี้ ที่ทางคณะกรรมาธิการอาจจะฝากให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านลองช่วยกัน ทบทวนค่ะ ขอบคุณค่ะ