วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งคำถามต่อระบบการศึกษาที่ยังเน้นอำนาจนิยมและใช้ความรุนแรงต่อนักเรียน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และเคารพสิทธิของเด็กอย่างแท้จริง รวมถึงเรียกร้องให้บังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัยจากความรุนแรงและการทารุณกรรม
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นรายงานเกี่ยวข้องกับแนวทางการแก้ปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชน แต่ว่าผมขออนุญาตครับ ในการเติมเต็มปัญหาที่เป็นปัจจุบันทันด่วนให้กับ คณะกรรมาธิการก็คือการละเมิดสิทธิและเสรีภาพและถึงขั้นประทุษร้ายทำทารุณกรรม ต่อนักเรียน และไม่ได้เกิดขึ้นที่ไหนครับในรั้วโรงเรียน แล้วที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคนที่กระทำ และละเมิดสิทธิเสรีภาพต่อเด็กนักเรียนกลับเป็นครูบางคนเสียด้วย และครูบางคนที่กระทำ มีอายุราชการมากเสียด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกครั้งเวลาที่เราพูดถึงคำว่า นักเรียน ระบบการศึกษาไทยพูดแต่คำว่า หน้าที่ของนักเรียน ซึ่งย่นย่อมาจากหน้าที่พลเมือง แต่ระบบ การศึกษาไทยไม่เคยพูดถึงสิทธิเสรีภาพของนักเรียนในโรงเรียนเลย ไม่เคยพูดถึงการปกป้อง และคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เรียนในโรงเรียนเลย การลงโทษนักเรียน ตามระเบียบลงโทษได้แค่ ๔ สถานเท่านั้น ก็คือการตักเตือน การทำภาคทัณฑ์ การตัด คะแนนความประพฤติ และให้ทำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แต่จากภาพสื่อที่ปรากฏ ท่านประธานครับ เราพบครูใช้ความรุนแรง เตะ ตบ ใช้ไม้พลอง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ คนที่ทำไม่ใช่ครูครับ และไม่ควรจะเป็นครูด้วย การลงโทษหลายอย่างผมตกใจครับ ท่านประธานว่าการลงโทษแบบนี้แล้วจะทำให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ ได้อย่างไร นักเรียนเรียนคณิตศาสตร์ไม่รู้เรื่องให้นักเรียนวิ่งรอบสนาม ผมก็ต้องตั้งคำถามว่าวิ่งรอบสนาม แล้วนักเรียนจะเรียนคณิตศาสตร์รู้เรื่องขึ้นมาทันที โจทย์ที่ทำไม่ได้จะทำได้ขึ้นมาทันทีเลย หรือครับ มันวิเศษขนาดนั้นเลยหรือกับการลุกนั่งเป็นร้อย ๆ ครั้งแบบนี้ ผมตั้งคำถามครับว่า การพัฒนาคนในยุคใหม่ ในประเทศที่เป็นอารยะเขาจะบอกว่าเขากำลังพัฒนาพลโลกที่เกิดขึ้น บนแผ่นดินของเขาให้กลายเป็นพลโลกที่สามารถแข่งขันกับพลโลกอื่นจากนานาอารยประเทศได้ และไม่ใช่แค่แข่งขันจะต้องพร้อมที่จะร่วมมือได้ด้วย แต่ปรากฏว่าการศึกษาของประเทศไทย กลับพยายามพัฒนาพลเมืองให้เติบโตขึ้นมารับใช้กับกลุ่มอำนาจ ทำตามงานที่กลุ่มอำนาจ ใช้ให้ทำเท่านั้น เราพูดเสมอเราพูดแต่ปากว่าเราอยากให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ และสรรค์สร้างนวัตกรรม แต่ถ้าการเรียนการสอนและการใช้อำนาจนิยมในการละเมิด สิทธิเสรีภาพนักเรียนยังคงดำรงอยู่อย่างนี้ไม่เกิดครับ เราสอนให้เขาเชื่อและเชื่อง บังคับ และสั่งให้เขาทำและต้องทำ และถ้าไม่ทำก็จะใช้อำนาจนิยม ใช้การลงโทษกดเขา ทับเขา แบบนี้ไม่ถูกต้อง และไม่มีทางครับที่ผลผลิตที่ถูกกดทับด้วยอำนาจนิยมและการลงโทษ ผ่านการทำทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจจะสร้างพลเมืองให้มีความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถแข่งขันและร่วมมือกับพลโลกจากนานาอารยประเทศได้ ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งเป็นพยาธิสภาพ ในตัวเอง ยิ่งระบบการศึกษาขยันทำแบบนี้ยิ่งทำลายเยาวชนของชาติและไม่อาจทำให้ เยาวชนเติบโตเป็นพลโลกที่มีคุณภาพได้เลย เราชอบบอกครับว่าเยาวชนเหล่านี้ถูกล้างสมอง ผมตั้งคำถามครับ ถ้าเขาถูกล้างสมองจริงเขาต้องโดนการศึกษายัดเยียดต่าง ๆ ที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยัดเยียดให้เขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายการคืนความสุข หน้าที่พลเมือง วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย และหนังสือเรียนต่างๆ ที่ยัดเยียดความคิดให้กับเขา เพียงแต่เด็กเหล่านี้ เยาวชนเหล่านี้เขาคิดเองได้ ปรากฏว่าไปกล่าวหาเขาว่าถูกล้างสมอง และพอกันทีครับกับวาทกรรมที่ชอบไปพูดกรอกหูเขาว่าเด็กสมัยนี้สู้คนสมัยก่อนไม่ได้ ซึ่งมันไม่จริงเลยพูดอยู่นั่น โลกวันนี้มันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่คนที่เกิดมาใหม่ ๆ เก่งกว่าคนรุ่นก่อนใช่หรือไม่ ถ้าคนรุ่นใหม่ ๆ มันสู้คนรุ่นเก่าไม่ได้จริง ๆ โลกวันนี้มันต้อง ล้าหลังลงใช่หรือไม่ แล้ววันนี้มีไอโฟน (iPhone) ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ อย่าเอาวาทกรรมเหล่านี้ไปทำลายความมั่นใจของเยาวชน และถือว่าเป็นการคุกคาม ทางความคิดและความมั่นใจของเยาวชนด้วย อย่างกรณีทรงผมครับ ท่านประธานมันไม่ใช่ แค่ทรงผม เรามาดูการลงโทษเด็กเราต้องการให้เขาตัดผมให้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่า ไปกล้อนผมเขาตั้งแต่เช้า คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ครับ ครูคนที่ทำอย่างนี้หมายที่จะประจาน และตีตราเขาให้เขาอยู่กับทรงผมอย่างนั้นทั้งวัน ผมถามว่าการทำอย่างนี้มีประโยชน์อะไร มีแต่จะสร้างแผลในจิตใจให้กับเขา ขู่เขาด้วยความกลัวและให้เขายอมทำตามคำสั่ง ยอมจำนน ยอมเป็นสัตว์เชื่อง ๆ ให้ครูปกครอง ไม่สามารถสร้างคุณภาพให้กับประชาชน ได้เลย โรงเรียนคือภาพจำลองของสังคมใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพผมไม่เคยเห็นเด็ก ที่ถูกครูกล้อนผมเขาจะไว้ทรงผมผิดมนุษย์มนาจากที่พบในสังคมทั่วไปเลย และล่าสุด การแต่งตัว แต่งไพรเวต (Private) ก็มีผู้ใหญ่บางคนคิดไม่เป็นครับ มาบอกว่าถ้าจะเอาอย่างนี้ แก้ผ้ามาเรียนเลย แต่งไพรเวต (Private) นี้คือจะมาขายตัว จะมาหาผัวหรือ ถ้าผู้ใหญ่คิดอย่างนี้ ผมเรียกว่าอายเด็กครับท่านประธาน เด็กเขาต้องการสะท้อนว่าการแต่งกายของเขา ก็เหมือนคนทั่วไป และจริง ๆ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเครื่องแบบหรือไม่ใช่เครื่องแบบ แต่ปัญหาคืออะไรครับ เราไม่ยอมให้เด็กได้ร่วมหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดการแต่งกายของเขา ต่อให้โรงเรียนอนุญาตให้เขาแต่งไพรเวต (Private) แต่ไปสร้างข้อบังคับที่ไม่เป็นธรรม ที่ไม่มีเหตุผลกับเขา เช่น ห้ามแต่งเสื้อแขนสั้น ห้ามแต่งกระโปรงยาวเกินเท่านั้นเท่านี้ สั้นเกินเท่านั้นเท่านี้มันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี สาระสำคัญในเรื่องนี้ก็คือการให้เด็ก หรือเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเครื่องแต่งกายของเขาเอง หลายโรงเรียนเขายอม ให้เด็กดีไซน์ (Design) ออกแบบเครื่องแต่งกายของเขาเองซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ข้อกล่าวหาถ้าแต่งตัวมาแล้วจะมาอวดกัน ไม่จริงเลยครับ มันมีปัญหาที่หนักกว่านั้นก็คือโรงเรียนในประเทศไทยด้วยระบบการคัดเลือก มันทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนอยู่แล้ว เด็กรวยก็เรียนร่วมกัน เด็กจนก็เรียนร่วมกัน นี่คือปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้น และร้ายแรงยิ่งที่สุดนะครับ ดังนั้นอวดกันนี่ไม่มีครับ ท่านประธาน ชุดนักเรียนราคาถูก ถูกจริงครับเมื่อเทียบกับชุดแฟชั่น แต่ไม่ถูกครับถ้าเทียบ กับชุดที่เขามีอยู่แล้ว แล้วชุดมีอะไรบ้างครับ ชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดพลศึกษา ชุดกีฬาสี แล้วแปลกครับทำไมชุดพลศึกษาต้องให้เขาใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ทั้งที่รองเท้าผ้าใดสีดำ ชุดนักเรียนก็มี ไม่ได้ถูกเลยครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน บอกว่าใส่ชุดนักเรียนแล้วจะมีความปลอดภัย เด็กที่ถูกล่วงละเมิดโดยครูในโรงเรียนไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนหรือครับ ผมถามว่าเด็กที่ถูกไฟดูดตาย ในโรงเรียนที่มีอยู่ทุกปีไม่ได้ถูกดูดตายขณะใส่ชุดนักเรียนหรือครับ เด็กที่ตกท่อถูกขังในรถตู้ โรงเรียนจนตายไม่ได้ถูกขังตายในสภาพที่ใส่ชุดนักเรียนหรือครับ เลขาธิการ สพฐ. ก็บอกแล้วว่า ห้ามนักเรียนที่มาโรงเรียนแม้ว่าแต่งตัวไพรเวต (Private) ก็ต้องให้เข้าเรียน เข้าห้องเรียน ก็มีบางโรงเรียนไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ยอมให้เข้าเรียน
สุดท้ายท่านประธานครับ วันนี้เราสังคมไทยคงต้องช่วยกันปกป้องเด็ก และกล้าหาญที่จะบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ป้องกันให้เขา ปกป้องเขาไม่ให้ถูก ทารุณกรรมเสียที และทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พ่อแม่สามารถไว้วางใจได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน