สำลี รักสุทธี ขออนุญาตหารือประเด็นที่ตนเองประสบโดยตรง หลังไม่ได้รับโอกาสพูดในวาระที่เตรียมไว้ และได้หยิบยกปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีต้นตอมาจากครอบครัวและโรงเรียน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แทนการลงโทษเพียงแค่ปลายเหตุ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ความจริงผมจะพูดเรื่อง ป.ป.ช. ได้เตรียมมาแล้วแต่ท่านก็ไม่ให้สิทธิผม ผมก็เลยต้องขอพูด เรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เตรียมก็ไม่เป็นไรครับ ผมขอพูดในส่วนที่มันมีอยู่ในตัวแล้วก็ประสบด้วย ตนเองนะครับ
ท่านประธานครับ สิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิ่งที่เกิดมากับมนุษย์ เมื่อเรา มีร่างกายนะครับ เรามีร่างกายมาแล้วเกิดเป็นมาแล้วสิทธินั้นเกิดมาพร้อมกับเรานะครับ แต่มนุษย์มักจะละเมิดสิทธิของกันและกันนะครับ สิทธิมีทั้งอย่างหยาบแล้วก็ละเอียดนะครับ อย่างหยาบก็คือ เช่น สิทธิในร่างกาย สิทธิในเคหะสถาน สิทธิอะไรต่อมิอะไรอย่างนี้ คือหยาบ ๆ ส่วนสิทธิอย่างละเอียดมันลงไปสู่ระดับจิตใจนะครับ ความอิจฉาริษยา การอะไรกันนี่ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของสิทธิทั้งนั้นนะครับ จุดกำเนิดที่ทำให้มนุษย์ละเมิดสิทธิกันนั้นนะครับ ผมเห็นว่ารายงานเล่มนี้ค่อนข้างจะละเอียด แล้วก็ให้ความรู้ดีมากนะครับ ผมเองชื่นชมคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบนท่านทำงานได้ดี นะครับขอชื่นชม ทำให้ผมมีความรู้ได้เยอะแม้จะเปิดอ่านนิดเดียวเท่านั้นเองก็ถือว่า เป็นรายงานที่ดีครับ จุดกำเนิดหรือต้นทางของการละเมิดสิทธินั้นในประสบการณ์ของผม ในความรู้สึกของผมผมเห็นว่า ๑. ครอบครัว กับ ๒. โรงเรียน ซึ่ง ๒ สถาบันนี้นะครับ เป็นสถาบันที่ควรคุ้มครองสิทธิของมนุษย์หรือสิทธิของเด็ก กับเป็นแหล่งสะสมทำให้ มนุษย์ละเมิดสิทธิของกันและกันโดยเริ่มจากครอบครัวแล้วก็โรงเรียนนะครับ อันนี้ประเทศ ที่เขาเจริญแล้วหรือประเทศที่เคารพในเรื่องของสิทธินั้นจะเริ่มจากครอบครัวนะครับ บางคนอาจจะว่าครอบครัวนี่ถ้าพ่อแม่ไม่ด่าลูก ไม่ตีลูก ไม่ละเมิดสิทธิลูก โรงเรียนไม่ละเมิด สิทธินักเรียนก็จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เกิดปัญหาปกครองกันไม่ได้ ความจริงแล้ว ตรงกันข้ามนะครับ ถ้าเราไม่ละเมิดตั้งแต่อยู่ในครอบครัวแล้วก็อยู่ในโรงเรียน การละเมิด ในชุมชนมันจะไม่มีครับ มันจะน้อยมากครับ เพราะจุดที่สำคัญก็คือเราไปละเมิดตั้งแต่ เริ่มต้นแล้วมันก็จะสะสมภาษาพระเขาเรียกว่า สันตติ สันตติก็คือมันจะสืบต่อ สืบต่อไปยัง สังคมนะครับ เด็กที่เขาตีกัน ที่เขาทำร้ายร่างกายกันได้นั้นเพราะเขาเคยถูกละเมิด อยู่ในครอบครัวและโรงเรียนมาแล้ว เด็กยิ่งรุนแรงเท่าไรมีพฤติกรรม เช่น เด็กที่ไปต่อยไปตีกัน อยู่หน้าเวทีหมอลำ คนที่ชอบใช้ความรุนแรงเด็กเหล่านั้นจะถูกใช้ความรุนแรง ถูกละเมิดสิทธิ จากครอบครัว จากโรงเรียนมาก่อนอันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ครับ ท่านครับสิ่งที่เด็ก เขามีม็อบ (Mob) มีอะไรอยู่ทุกวันนี้นะครับมันมีที่มา ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็จะเกิดม็อบ (Mob) ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เด็กก็จะไปเรียกร้องอันนั้นอันนี้นะครับ ภาษาพระเขาเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท ก็คือมีเหตุมันจึงมีผล หรือภาษาพระอีกคำหนึ่งเรียกว่า อิทัปปัจจยตา อิทัปปัจจยตาก็คือ มันมีปัจจัยที่เอื้อเกื้อต่อกัน เมื่อมันมีสิ่งนี้มันจึงทำให้มีสิ่งนี้ เด็กเขารู้ เด็กเขาเห็นว่าผู้ใหญ่ ก็ละเมิดต่อกัน ความไม่ยุติธรรมบ้าง ความอะไรต่อมิอะไรมันสะสม เมื่อสะสมแล้วมันเท่ากับ เข้าสู่สามัญสำนึกหรือมันไปตกผลึกอยู่ที่จิตของเด็ก เมื่อตกผลึกแล้วเขาก็เห็นว่าสังคมนี้ มันไม่ยุติธรรมไม่อะไรต่อมิอะไรนะครับ มีการละเมิดซึ่งกันและกันก็เลยทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมมองนะครับ มองหลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่มองจะไปลงโทษเขาอย่างเดียว ต้องมองว่าทุกอย่างมันย่อมมีที่มา เพราะฉะนั้นสังคมไทยเราเป็นสังคมที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการละเมิดสิทธิ ถ้าเราไม่มีการละเมิดสิทธิเราให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมต้องการพูดในเรื่องของ ป.ป.ช. มาก เพราะว่า ป.ป.ช. นี้นะครับ การพิจารณาความต่าง ๆ จะมีการเอนเอียงบ้าง บางคนก็เลือกปฏิบัติอะไรต่าง ๆ มันทำให้เกิดความรุนแรงในสังคมนะครับ เพราะฉะนั้นพระท่านจึงบอกว่าปฏิจจสมุปบาท ก็คือถ้ามันไม่มีเหตุมันจะมีผลได้อย่างไร ถ้ามันไม่มีเหตุพวกม็อบ (Mob) พวกทั้งหลายนี่มันจะไม่เกิดหรอกครับมันจะต้องมีที่มา เพราะฉะนั้นสังคมไทยเราอย่าไปโทษคนนั้นคนนี้ ไปโทษอะไรต่อมิอะไร ต้องโทษว่า ระบบสังคมเราหลายอย่างมันจะต้องแก้ไขจากต้นตอของมันนะครับ เพราะว่าถ้าต้นตอ ถ้ามูลเหตุ ถ้าที่มามันดีแล้วปลายมันก็จะดีเอง แต่เดี๋ยวนี้เราต้องยอมรับว่าต้นตอเราไม่ค่อยดี ตั้งแต่ครอบครัวไปโรงเรียน ยิ่งโรงเรียนนี่นะครับเป็นสถาบันที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด ทำไมถึงพูดอย่างนี้ครับ ผมเป็นครูครับผมรู้ดีว่าในโรงเรียนนั้นละเมิดมาก โดยเฉพาะโรงเรียนระดับประถม เพียะ ๆ นะครับ เรียกว่าใช้อารมณ์กับเด็กมากเลย แล้วมันก็เป็นสันตติครับ สันตติก็คือการสืบต่อครับ สืบต่อแล้วก็ส่งต่อสังคม เด็กที่มันไปตีกัน ไปต่อยกันก็เพราะว่าเขาถูกละเมิดมาก่อน เขาเห็นว่าการทำร้ายร่างกายกัน ผู้ใหญ่ทำร้ายเด็ก เป็นเรื่องปกติเขาก็ไปทำร้ายกัน เด็กที่ทำร้ายกันมากที่สุดคือเมืองไทยครับ เราพูดถึง เรื่องสิทธิเรื่องอะไรมากที่สุด แต่ละเมิดกันมากที่สุด เหมือนกับเมืองไทยพูดประชาธิปไตย มากที่สุด เป็นประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะฉะนั้นการพูดถึงเรื่องละเมิดสิทธิ มนุษยชนนั้นเราต้องแก้ที่ต้นตอ เดี๋ยวนี้เรากำลังจะแก้ที่ปลายเหตุนะครับ ผมได้เวลาพอดี ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผม หลังจากที่ท่านไม่ให้โอกาสผมในช่วงแรกแล้วครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน