กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือปัญหาการละเมิดสิทธิในสามจังหวัดชายแดนใต้จากกฎหมายพิเศษและบทบาทของ กอ.รมน. เรียกร้องให้ทบทวนและยกเลิกกฎหมายที่เอื้อต่อการละเมิดสิทธิ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการเยียวยาความเสียหาย โดยชี้ให้เห็นถึงการละเลยกรณีสำคัญในรายงานการละเมิดสิทธิ และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการเข้าใจและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานขอแก้ไขบันทึกรายงานการประชุมก่อนนะครับ เพราะว่า ตอนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการเอ่ยนามชื่อผมในฐานะเป็นเจ้าของญัตติ ได้กล่าวถึง นามสกุลผมผิด จาก ลีวาเมาะ เป็น ลีวาแมะ นะครับ ขออนุญาตแก้ไขรายงานการประชุม ก่อนครับ ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ๑ ในเจ้าของญัตติหลาย ๆ ท่านนะครับ ได้ยื่นญัตติ ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ในพรรคผมพรรคประชาชาติ ก็มีท่านสมมุติอีก ๑ ท่าน ยื่นญัตติ ในลักษณะเดียวกัน และจำได้ว่าวันนั้นท่านประธานก็นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ผมในฐานะ ๑ ในเจ้าของญัตติ ต้องขอชื่นชมความวิริยะ อุตสาหะ การทำงาน ความตั้งใจทำงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ และผมเฝ้ารอติดตามว่ารายงานจะตอบโจทย์ญัตติ ที่ผมได้ยื่นหรือไม่ เพียงใด โดยเฉพาะกรณีเกี่ยวกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจำได้ว่าที่มาของการยื่นญัตติในวันนั้น สถานการณ์ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องปัญหา ๓ จังหวัด แต่มันเป็นภาพรวมของสถานการณ์การเมืองที่มีนักศึกษาถูกลอบทำร้าย จึงมีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ไม่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นที่ยื่นญัตตินี้ แต่ว่า กรณีการละเมิดสิทธิมีลักษณะคล้ายกัน เกี่ยวเนื่องกัน จึงเป็นที่มาของญัตติและการตั้ง กรรมาธิการในวันนี้ ท่านประธานครับ สภาพปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอภิปราย หลายครั้งในสภาแห่งนี้ว่า ๑ ในต้นเหตุของปัญหาก็คือว่าการไม่ได้รับความเป็นธรรม ของพี่น้องในพื้นที่ การไม่ได้รับความเป็นธรรมของพี่น้องในพื้นที่ในหลาย ๆ ความไม่เป็นธรรมนั้น ๑ ในนั้นก็คือการบังคับใช้กฎหมาย ผมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ ที่หยิบยกกฎหมายพิเศษ ๓ ฉบับ ตั้งแต่ พ.ร.บ. กฎอัยการศึก ปี ๒๔๕๗ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ และ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี ๒๕๒๑ รวมถึงนำระเบียบของ กอ.รมน. ภาค ๔ มาเป็นหนึ่งในระเบียบการบังคับใช้ในพื้นที่ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ การละเมิดสิทธิกับพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดมีอยู่ ๒ ลักษณะ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรายงานของกรรมาธิการที่บอก หนึ่งในนั้นก็คือการนำกฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างยาวนาน ๑๖ ปี ย่างเข้าปีที่ ๑๗ เป็นต้นเหตุของปัญหาในการเปิดประตูกว้างให้อำนาจ กับเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติงานจนเป็นที่มาของการละเมิดสิทธิซึ่งมันสอดรับกับระเบียบ ของ กอ.รมน. ภาค ๔ ที่มีอยู่ แต่ผมอยากเรียนทางคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งนะครับ ผมอ่านรายงานแล้วทางออกของระเบียบ กอ.รมน. ภาค ๔ ท่านไม่ได้ระบุในรายงานว่า ควรจะทำอย่างไรนะครับ ส่วน พ.ร.ก. ฉุกเฉินในรายงานฉบับนี้บอกว่าให้มีการทบทวน ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ จริง ๆ ไม่แค่อยากให้มีการทบทวน ใจจริงแล้วผมเชื่อว่า กรรมาธิการหลายท่านที่ได้ชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นท่านอาดิลัน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม แล้วก็ท่านอังคณาในฐานะเป็นนักสิทธิมนุษยชน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มานานนี่นะครับ มีการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษมานาน แต่ทางฝ่าย ผู้มีอำนาจทำเป็นหูทวนลมไม่เคยฟังเสียงของพี่น้อง ไม่เคยฟังเสียงของภาคประชาสังคมเลย เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดถ้าไม่ยกเลิกก็คือการทบทวน ผมเห็นด้วยที่มีการระบุในรายงาน ฉบับนี้ ในหน้า ๒๔๔ ถ้าจำไม่ผิดอันนี้นะครับ มีการระบุมาตราบางมาตราให้มีการทบทวน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๑ ต้องยอมรับว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓ จังหวัด ที่ใช้บังคับใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้บังคับมา ๑๖ ปี ย่างเข้าปีที่ ๑๗ แล้วก็ไม่มีการถ่วงดุล เป็นการออกกฎหมายโดยไม่ได้ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บังคับใช้จนถึงขณะนี้ไม่เคยมีการทบทวน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขมาตราใดที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิแต่อย่างใด ผมจึงอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้ ที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งถึงเวลาสักทีนะครับที่จะได้ให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้อง ของพี่น้องประชาชน แล้วก็สำคัญที่สุดก็คือว่ารายงานฉบับนี้จะทำอย่างไรไม่เพียงแค่ เป็นเพียงรายงาน จะทำอย่างไรให้ฝ่ายบริหารที่มีอำนาจฟังและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องกฎหมายพิเศษผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับตามรายงานฉบับนี้
ประเด็นต่อมาก็คือว่าวันนั้นผมจำได้ วันที่มีการยื่นญัตติผมได้มีการอภิปราย มีเหตุการณ์ของอันแนร์เกิดขึ้นด้วย ปรากฏว่าในรายงานฉบับนี้นะครับมีการศึกษาเฉพาะ กรณีของ อับดุลเลาะ อีซอมูซอ เพียงรายเดียว แต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่เฉพาะแต่ละเมิดโดยการบังคับใช้กฎหมาย แต่มีการละเมิดโดยการกระทำ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เป็นเหตุหนึ่งของการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่าในรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีการนำกรณีศึกษานะครับ การเสียชีวิตของพี่น้องบนเขาตะเว ซึ่งเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอันเป็นการละเมิดสิทธิและถือว่าเป็นต้นเหตุ ของการนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าในขณะนี้ พี่น้องจะได้รับการเยียวยาก็ตาม แต่ประเด็นสำคัญตามรายงานฉบับนี้ที่ระบุถึงการเยียวยา แต่ว่าไม่ได้มีการนำระเบียบของคณะกรรมการ กพต. มากล่าวถึงถึงความล่าช้าของ การไม่ได้รับการเยียวยาของพี่น้องในพื้นที่แต่อย่างใด เพราะปัจจุบันนี้นะครับ คณะกรรมการ กพต. ซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐนี่นะครับ กว่าจะได้รับเงิน ใช้เวลานานเพราะการประชุมของคณะกรรมการ กพต. ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีหน้าที่ เป็นประธานนั่งหัวโต๊ะนี่นะครับ ปีหนึ่งอาจจะประชุมแค่ครั้งเดียว ดังนั้นการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยาให้กับพี่น้องตรงนี้จึงมีความล่าช้า ในรายงานฉบับนี้ ก็ไม่ได้กล่าวถึง และที่สำคัญที่สุดล่าสุดนะครับ การละเมิดโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีของปุโละปุโย ศาลเพิ่งมีคำพิพากษา อาจจะมีคำพิพากษาหลังรายงานฉบับนี้ แต่ก็ไม่ได้ มีการกล่าวถึงในรายงานฉบับนี้เช่นกัน อันนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะของผมนะครับ
ฉะนั้นท้ายสุดนะครับ ผมจึงฝากไปยังฝ่ายผู้มีอำนาจคณะรัฐมนตรี เมื่อได้อ่าน รายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้แล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็นในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เฉพาะเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาเท่านั้น แต่ผมอยากให้มีความจริงใจ ในการที่จะเข้าใจ จริงใจในการที่จะเข้าถึง จริงใจที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้จริง ๆ ขอขอบคุณครับ