วัชรพล ประสารราชกิจ ชี้แจงถึงบทบาทและแนวทางการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการยกระดับความโปร่งใสผ่านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน การใช้กลไกประชาชนมีส่วนร่วม และการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณและการปฏิรูปกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งขององค์กรและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน
มีอีกงานหนึ่งที่สำคัญมากที่ผมได้แจกไป ก็เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ นั้น มอบให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ตรวจรับคำกล่าวหา วันนี้เราได้ตรวจรับคำกล่าวหา ทุกเรื่อง แต่ก่อนกฎหมายปี ๒๕๖๑ ตำรวจเขารับเขาอาจจะส่งให้ ป.ป.ช. แต่ว่า ถ้า ป.ป.ท. รับเขาก็ดำเนินการได้เลย แต่กฎหมายปี ๒๕๖๑ บอกว่าให้ดำเนินการผ่าน ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นวันนี้ ป.ป.ช. ได้ตรวจรับเองแล้ว ผมถึงได้รีบให้เขาผลิตและรีบเอามาส่งให้ท่านดู เพราะผมมองว่าการตรวจรับคำกล่าวหาตรงนี้อีกหน่อยจะมีนัยสำคัญเสียยิ่งกว่าคะแนน ซีพีไอ (CPI) อีก คะแนนซีพีไอ (CPI) มาจากดัชนี ๙ ดัชนีนะครับ แต่ละดัชนีเกี่ยวกับการลงทุน เกี่ยวกับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย มีคนที่รับผิดชอบ อีกมากมาย แล้วก็เป็นเรื่องของการสำรวจ เป็นเรื่องการสำรวจที่ผู้ดำเนินการตามดัชนีต่าง ๆ ทั้ง ๙ ดัชนีซึ่งอยู่ในรายงานของ ป.ป.ช. เขาไปดำเนินการ วันนี้เราไม่ได้บอกว่าซีพีไอ (CPI) ไม่ดีนะครับ เพียงแต่เราบอกว่าซีพีไอ (CPI) ก็ดีเป็นเรื่องที่ต่างชาติเขามองเรา วันนี้เราได้ ๓๖ คะแนน เราตั้งเป้าว่าในปี ๒๕๖๕ จะให้ได้ ๕๐ คะแนน แต่เราคิดว่า ๓๖ คะแนนนี่ก็ยังน้อย แต่ขณะนี้เรากำลังจะบอกว่านอกจากซีพีไอ (CPI) แล้วลองมาดูเรื่องดัชนีตัวชี้วัดเรื่องการตรวจรับ คำกล่าวหา เพราะในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๒ ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่อง แต่ในปี ๒๕๖๓ คนที่มาร้องกับเรา เหลือแค่ ๘,๐๐๐ กว่าราย ลดไป ๑๖ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ท่านไปดูรายละเอียดในเอกสาร ที่ผมแจกท่านจะเห็นว่าเรื่องที่มาร้องกับเราก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๒ นะครับ ท่านจะเห็นว่าคนที่เขามาร้อง ป.ป.ช. เขามาร้อง ๑๐ ปีที่แล้วก็มี ๕ ปีที่แล้วก็มี ถ้าเขารู้สึก ไม่มั่นใจต่อ ป.ป.ช. เขาก็ไม่มาร้อง แต่ถ้าเขามั่นใจปีนั้น ป.ป.ช. อาจจะรับเรื่องมากมาย จนเหมือนกับว่าคนมาร้องเรียนเรื่องทุจริตมากมาย แต่พอเราไปวิเคราะห์รายละเอียดต่าง ๆ แล้วเราจะเห็นความแตกต่างครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้ความหวังในเรื่องซีพีไอ (CPI) ที่จะมาเสริม ก็คือเรื่องกระบวนการตรวจรับคำกล่าวหาของ ป.ป.ช. นะครับ
ผมขอเน้นอีกอย่างนะครับ ที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน คณะกรรมการ ป.ป.ช. เรายังมีกฎหมาย มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ เป็นไปอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้คำแนะนำนะครับ ซึ่งเรามีสำนักอยู่สำนักหนึ่ง เรียกว่า สำนักมาตรการและนวัตกรรม สมน. นี่ครับจะดูว่าเรื่องไหนที่มีการฝ่าฝืนอยู่จำนวนมาก เราจะเชิญหน่วยที่เกี่ยวข้องมาหารือ หาแนวทางที่เราเรียกว่าบทเรียนที่ได้ บทเรียนไม่ว่าจะ เป็นเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) หรือเป็นเวิรสต์แพร็กทิซ (Worst Practice) แล้วมาทำ ข้อเสนอแนะ แล้วก็เสนอแนะไปต่อ ครม. ก็จะมีหลาย ๆ เรื่องที่ท่านจะเห็นในรายงาน ประจำปี เราจะใช้กระบวนการตรงนี้ในการที่จะปิดช่องโหว่ต่าง ๆ แล้วก็เอาบริบทที่ถูกต้อง มาเป็นเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) เพื่อจะไปเผยแพร่ เราก็หวังว่าตรงนี้หลังจากที่เรา ได้รับคำกล่าวหาแล้วนี่เราจะบอกได้หมดเลยว่าจังหวัดไหนมีคำกล่าวหาไปที่ไหน อย่างไร ที่ อบต. ที่เทศบาลตำบล เทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร คำกล่าวหาเขาคืออะไร วันนี้เรามี คณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่องการป้องกัน ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช. ๙ คนลงพื้นที่ทั้ง ๙ ภาค และมีภาคประชาชนมาเป็นกรรมการทำงานร่วมกับผู้ว่าเพื่อจะเอาคะแนนของไอทีเอ (ITA) เพื่อจะเอาผลการตรวจรับคำกล่าวหาไปลักษณะในเชิงป้องปราม ในเชิงสร้างสรรค์ ไปแนะนำเขาว่าช่องโหว่อะไรบ้างที่เขาถูกกล่าวหาว่าเขากระทำไม่ถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้าง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ความสำคัญ และเราเห็นตรงกับท่าน นะครับว่างานป้องต้องนำปราบ แต่วันนี้งานปราบยังเป็นปัญหาเรื่องความล่าช้า ขอเวลาเรา อีกสักปี ไม่เกิน ๒ ปีนะครับ งานปราบผมเชื่อว่าจะน้อยลงแล้วเราจะไปทำในเรื่องอะไรครับ เมื่อในการปรับโครงสร้างหลังจากที่มีกฎหมาย พ.ร.ป. ใหม่เราตั้งสำนักใหม่ขึ้นมาเรียกว่า สำนักไต่สวนคดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเราเห็นว่าคดีเหล่านี้ คดีที่การเอาที่ดิน เอาทรัพยากรของชาติไปโดยมิชอบนั้นเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เราจะมีเวลา ในการที่มาทำคดีพวกนี้ คดีที่เป็นเรื่องสำคัญ ๆ เรามีสำนักไต่สวนคดีเกี่ยวกับนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระซึ่งท่านสุภาท่านรับผิดชอบอยู่นี่นะครับ และวันนี้เราพยายามที่จะ ทำเรื่องพวกนี้ เอาเวลามาทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างที่ท่านกรุณาแนะนำ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานนี่ครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ค้างอยู่จะหายไป เพราะฉะนั้นที่ท่านถามเหมือนอย่างที่เมื่อสักครู่ มีท่านวิศณุพูดถึงเรื่องรายงานนี่ครับ รายละเอียดนี่ครับ เกี่ยวกับเรื่องผลการดำเนินการ ที่เป็นตาราง อันหนึ่งที่ท่านเห็นว่ามันซ้ำซ้อนกันก็เพราะว่าในการดำเนินการในทุกเรื่องนั้น ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยกฎหมายบอกว่าให้เราส่งหน่วยงานอื่น ทีนี้อำนาจการส่งหน่วยงานอื่น ถ้าเราเห็นว่ามันมีคดีอาญาด้วยเราจะส่งพนักงานสอบสวนถ้าเป็นคดีอาญาอย่างเดียว ส่งพนักงานสอบสวน แต่ถ้าเห็นว่าถ้ามีวินัยด้วยอาจจะมีการบกพร่องในทางวินัย เราจะส่งผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน บางเรื่องเราจะส่งแต่พนักงานสอบสวน บางเรื่องเราส่งแต่ผู้บังคับบัญชานะครับ ซึ่งกฎหมายใหม่ก็คือส่งพนักงานสอบสวนก็ส่ง ตามมาตรา ๖๑ กับมาตรา ๖๓ แต่ถ้าส่งผู้บังคับบัญชาเราจะส่งมาตรา ๖๔ แต่ถ้าบางเรื่อง เราเห็นว่ามีทั้งเรื่องของอาญา มีทั้งเรื่องวินัย เราจะส่งทั้งมาตรา ๖๑ มาตรา ๖๓ แล้วก็ มาตรา ๖๔ เพราะเวลาเราลงในรายละเอียดเราจะใส่ทุกช่องที่เราต้องใส่อย่างนั้นเพราะอะไร เพราะกฎหมายบอกว่าเมื่อเราส่งแล้วให้เราไปติดตามผลการดำเนินการด้วย หน่วยที่เขารับเรื่องไป เขาไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เขาต้องรายงานผลมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้มาดูผลการดำเนินการว่าเป็นไปถูกต้องไหม ได้รับความเป็นธรรมไหม มีความไม่เที่ยงธรรมไหม เพราะมาตรา ๖๖ ก็ยังให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถ้าหาก การดำเนินการของหน่วยงานนั้นไม่เที่ยงธรรมเราสามารถที่จะดึงเรื่องกลับมาทำได้ เพราะฉะนั้น ที่ท่านวิศณุถามนั้นก็คงจะเป็นประเด็นที่เราแยกเรื่องเพื่อให้ให้เกิดความชัดเจนในสถิติ เพื่อประโยชน์ในการติดตามเรื่องนะครับ
เรื่องของท่านรังสิมา ผมก็ได้พูดไปแล้วนะครับ
เรื่องงบประมาณนะครับต้องขอบคุณที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ การสนับสนุน แต่ก็ต้องเรียนว่าอย่างที่รายงานปี ๒๕๖๒ ครับ เรื่องกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง กับโครงการของรัฐนั้นถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบประมาณ ป.ป.ช. ป.ป.ท. รวมทั้ง งบบูรณาการรวมกันปีหนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเองครับ ของ ป.ปช. ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป.ป.ท. ไม่กี่ร้อยล้านบาท และงบบูรณาการประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแล้วก็เป็น ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ของงบแผ่นดิน งบตาม พ.ร.บ. งบประมาณ ซึ่งน้อยมาก กับความเสียหาย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องกราบเรียนท่านว่าต้องกราบขอบพระคุณ ที่ท่านได้อภิปรายสนับสนุนนะครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็มีเรื่อง ที่จะขอความอนุเคราะห์ไว้เผื่อล่วงหน้าเลย เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการก่อสร้าง วันนี้ ป.ป.ช. มีที่ทำการหลังจากที่เรากระจายไปอยู่ตามต่างจังหวัด เรามีที่ทำการจริง ๆ แล้ว ประมาณ ๒๐ กว่าแห่งเองครับ ที่เหลือเราก็ขออยู่ในส่วนราชการอื่นบ้าง ไปเช่าเขาเสีย ส่วนใหญ่นะครับ วันนี้เราต้องการที่จะมีที่ทำการเพราะว่าถ้ามีที่ทำการงานของเราเป็นเรื่องลับ ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เราก็อาจจะต้องขอความอนุเคราะห์ท่านในการสนับสนุน เรื่องงบประมาณในการก่อสร้างที่ทำการในที่เรากระจายอำนาจไป รวมทั้งงบที่ท่านได้กรุณา อภิปรายสนับสนุนก็คือเรื่องการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราก็จะของบประมาณ ใน ๒ ส่วน คืองบบูรณาการ เพราะว่าเรายอมรับว่าคนของเรามีเจ้าหน้าที่ป้องกันทุจริต จังหวัดละ ๒ คนเองครับ เราไม่มีศักยภาพที่จะไปทำเรื่องการป้องกันถ้าเราไม่ไปขับเคลื่อน โดยอาศัยชมรมสตรอง (STRONG) โดยอาศัยหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นงบบูรณาการ จะเป็นงบที่สำคัญที่สุดที่จะเอามาใช้ในการป้องกันการทุจริตตามที่ท่านได้กรุณา รวมทั้ง เรื่องไอทีเอ (ITA) ด้วยนะครับ วันนี้ท่านสุวรรณาที่มากับผมเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องไอทีเอ (ITA) ถ้าเราทำไอทีเอ (ITA) ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีการประเมินผมเชื่อว่า ซีพีไอ (CPI) ก็จะขึ้นครับ ถ้าไอทีเอ (ITA) เราได้คะแนนสูง ซีพีไอ (CPI) มันจะออโต (Auto) ตามมาเลยครับ เพราะว่าถ้าหน่วยงานของรัฐโปร่งใสตรวจสอบได้ วันนี้เราต้องขอบคุณ กทม. จริงๆ เขตของ กทม. เขายังไม่ต้องประเมินหรอกครับ เขาประเมิน กทม. เป็นองค์กร แต่ กทม. เขาเสียสละ เขาสมัครใจในการประเมิน ๕๐ เขต วันนี้เราประเมิน กทม. มาแล้ว ๕๐ เขต ได้คะแนนมาแล้วว่าเขตไหนได้คะแนนอย่างไร ซึ่งเราก็จะเอาอันนี้ไปแชร์ กับผู้บริหารของ กทม. ซึ่งเขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เราก็กำลังจะไปดูว่า เขตของ กทม. อะไรที่ได้คะแนนน้อย จะมีมาตรการอย่างไรเพิ่มประสิทธิภาพให้เขาโปร่งใส มากขึ้นแล้วก็ให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ๘,๓๐๓ หน่วย มีคนเข้ามาร่วมประเมินกับเรา ๑ ล้านกว่าคนนะครับ เป็นการประเมินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยใช้งบประมาณเพียงแค่สัก ๗๐ ล้านบาท งบส่วนใหญ่ก็เป็นงบที่จ้างที่ปรึกษาทั้งนั้น เดิมทีเราเคยทำโดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ใช้เงินถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เราประเมินโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยนะครับ ใช้ระบบฐานข้อมูลเข้ามาเราใช้เงินประมาณ ๗๐ ล้านบาท แล้วผมก็เชื่อว่าเราจะมุ่งมั่นตรงนี้ ไปนะครับ
ท่านซูการ์โน มะทา ผมก็ได้กราบเรียนไปแล้วนะครับเกี่ยวกับเรื่องที่ท่าน คอมเมนต์ (Comment) เรื่องรายงานประจำปีนะครับ ท่านถามเรื่องเกี่ยวกับว่าเราไม่ได้ใช้ กลไกทางศาสนา เรียนว่ากลไกทางศาสนาเป็นเรื่องสำคัญนะครับ วันนี้เราได้ดำเนินการ โดยใช้เรื่องการขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กลไกทางศาสนา สร้างสังคมที่ไม่ทน ต่อการทุจริตนะครับ เราสร้างวัฒนธรรมใหม่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ๕ หลักสูตร หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาที่สำคัญได้ถูกกระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ ในสถาบันการศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานหมดแล้ว เรากำลังขับเคลื่อนในทุกด้าน เพราะว่า หัวใจของเรื่องหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาก็คือการสอนให้คนรู้จักเรื่องของผลประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนนะครับ เพราะฉะนั้นเราใช้ทุกมิติไม่ว่าศาสนาไหน เรากำลังดำเนินการนะครับ วันนี้เรามีกรรมการ ๓ ท่านที่รับผิดชอบงานด้านป้องกัน วันนี้เรามีรองเลขาธิการที่ต้องขับเคลื่อนตัวนี้โดยตรง แล้ววันที่เราก็ตั้งตัวชี้วัดของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ด้านการป้องกันชัดเจนว่าต้องมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ในเรื่องงานป้องกัน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่าเราเห็นความสำคัญของทุกศาสนาเพราะทุกศาสนาสอนให้ เป็นคนดี เราก็จะเอาเรื่องนี้มานะครับ
มีการพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณพนม คุณพนมถูกดำเนินคดีนะครับ ศาลตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว แต่คุณนพรัตน์เขาหลบหนีครับ แต่ทุกคดีที่เกี่ยวกับสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เงินทอนวัดต่าง ๆ นั้นเรื่องที่ ป.ป.ช. ไต่สวนนั้นชี้มูลเกือบหมดแล้วครับ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่งคดีให้ทางอัยการสูงสุดไปหมดแล้ว หลายเรื่องเข้าไปสู่ศาล แล้วนะครับ แล้วก็มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติของคุณพนม คุณนพรัตน์ ขณะนี้กรรมการ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบจะมีท่านสุภา ซึ่งท่านเองก็เป็นเอกซ์เพิร์ต (Expert) ในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สินนะครับ
เมื่อครู่นี้ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องนำประเด็นของการยื่นบัญชีทรัพย์สินมาใช้ อันนี้เป็นหัวใจนะครับ เพราะว่าอยู่ในรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่เป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินตามมาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๓ ก็คือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หรือตำแหน่งสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศซึ่งก็มีเป็นจำนวนหลายหมื่นเหมือนกันนะครับ ในอดีตที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่า เนื่องจากการที่ไม่ได้กระจายอำนาจคนของเราที่สำนักส่วนกลางก็ไปทำเรื่องตรวจบัญชี ก็ทำให้บัญชีคั่งค้างเยอะ วันนี้เรากระจายไปหมดแล้วครับ เรามีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เขาก็จะไปตรวจบัญชีต่าง ๆ เราออกระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีการกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบทรัพย์สิน เราเชื่อมั่นว่าภายในปีนี้เรื่องค้างเก่า เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินจะหมดไป วันนี้เราเตรียมความพร้อมคนของ ป.ป.ช. ในการรับบัญชีใหม่ประมาณ ๖,๐๐๐ บัญชี เพราะจะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๐ ธันวาคม จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. ก็จะมีคนที่พ้นและยื่นใหม่ประมาณ ๖,๐๐๐ บัญชี เราจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วันและเปิดเผยให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบนะครับ เพราะฉะนั้นจะเป็นมิติใหม่
มีอีกมาตราหนึ่งครับ ในมาตรา ๑๓๐ ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. นะครับ นอกจาก ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ ป.ป.ช. ได้กำหนดว่าจะต้องยื่นบัญชีกับเรา แล้วก็เปิดเผยผลด้วย มาตรา ๑๓๐ จะกำหนดว่าให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกนายยื่นบัญชีกับผู้บังคับบัญชานะครับ ขณะนี้ เพื่อเป็นการลดภาระของรัฐ เพราะว่าถ้ายื่นผู้บังคับบัญชาทั้งหมดก็จะเป็นปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ จะมีเป็นจำนวนล้านคน วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องเสนอรัฐบาลให้ออก พระราชกฤษฎีกา เราได้มีการประชุมกันแล้วว่าเราจะออกพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้ เจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานไหนบ้างที่มีความสุ่มเสี่ยงในการที่อาจจะเป็นจุดที่เกิดความเสียหาย ในเรื่องความทุจริต ยกตัวอย่างกราบเรียนได้เลยว่าอย่างหน่วยงานที่ได้กำหนดหน่วยแรก ก็คือ ๑. ตำรวจ ๒. กระทรวงการคลัง ซึ่งมีกรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต เพราะฉะนั้น ๔ หน่วยงานนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ปัจจุบันนี้ยื่นบัญชีอยู่แล้วแต่เป็นผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ไต่สวน ทุกคนต้องยื่นบัญชีตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่เราจะให้ยื่นทุกคนนะครับ ต่อไปเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จะยื่นทุกคน พร้อมกับหน่วยงาน เพราะว่าเราคิดว่าถ้ายื่นทุกคนตามมาตรา ๑๓๐ นี่มันมีบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๐๐ อยู่นะครับว่า สามารถจะเลือกกลุ่มไหนก็ได้ก่อนที่คิดว่าจะเหมาะสม เราก็คิดว่าเราจะเลือก แล้วกำลัง พยายามดำเนินการที่จะไปสู่การยื่นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะถ้ายื่นเป็นเพเพอร์ (Paper) จะเก็บไว้กับใคร เจ้าหน้าที่อาจจะต้องใช้งบประมาณ ต้องขอเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดเก็บ ผมเชื่อว่าภายในปี ๒๕๖๔ ร่างพระราชกฤษฎีกาก็จะเสนอไปรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกา เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้องยื่นตามมาตรา ๑๓๐ ก็จะเป็นกลไกอีกอันหนึ่งที่จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ มีความโปร่งใส และเป็นเครื่องให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น อันนี้ก็จะ เป็นไปตามที่ท่านได้กรุณาอภิปราย สักครู่นะครับ ผมจดที่ท่าน ผมจะลองไล่ดูนะครับ ท่านณัฏฐ์ชนนไปแล้วนะครับ ท่านวิศณุ เรื่องยอดค้างก็ได้เรียนชี้แจงไปแล้วนะครับ
เรื่องที่ท่านพูดว่าขาดอายุความใครรับผิดชอบ ขาดอายุความนี่ครับ ถ้าขาดอายุ ความนี่ออกจากราชการสถานเดียวครับ ออกจากราชการแน่นอน อันนี้ท่านอาจจะมองว่า ป.ป.ช. มีเรื่องขาดอายุความ แต่ขอเรียนว่าการกระทำผิดตามข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. นั้น บางทีมันเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท มันมีบทที่กฎหมายมีอายุความสั้น และมีอายุ ความยาว บางกรณีนั้นอาจจะเป็นบทที่อายุความสั้น ๑๐ ปี ถ้าเป็นมาตรา ๑๕๗ ๔๕ ปี ถ้าเป็นมาตรา ๑๖๒ เรื่องรับรองเอกสารเป็นเท็จอะไรต่าง ๆ ก็จะ ๑๐ ปี แต่ถ้าเป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๔๗ ยักยอกอะไรอย่างนี้ก็ ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นยืนยันนะครับว่า เรื่องที่ ป.ป.ช. ยังดำเนินการไต่สวนอยู่นั้นยังไม่ขาดอายุความครับ เพราะถ้าขาดกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องรับผิดชอบ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ อาจจะมีบางกรณีบางข้อหานั้น ขาดอายุความนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าขาดอายุความมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแน่นอน เราจะไม่ปล่อยนะครับ
สำหรับเรื่องท่านประเสริฐพงษ์เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับกระบี่ เรื่องคลองอะไรต่าง ๆ เดี๋ยวเราจะไปดำเนินการสอบถามแล้วก็ติดตามนะครับ
ท่านสุรทินพูดถึงเรื่องข้อกล่าวหา ท่านพนม ศรศิลป์ เงินทอนวัดก็ได้นำ กราบเรียนไปแล้วนะครับ
เรื่องของท่านพงษ์ศักดิ์ ท่านพงษ์ศักดิ์นี่ก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนายอำเภอ แล้วก็เรื่องของการสอบที่จังหวัดราชบุรี ต้องขอเรียนว่าจังหวัดราชบุรีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสร็จสิ้นการไต่สวนเรื่องที่ราชบุรีแล้ว ไม่เฉพาะแค่ผู้กระทำผิดในราชบุรีนะครับ กระทบ ไปถึงนายก อบต. ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยรวมแล้วเป็นคดีทั้งสิ้น ๑๐๐ กว่าเรื่อง เราเสร็จสิ้น หมดแล้วชี้มูลแล้ว แล้วก็ส่งเรื่องให้กับอัยการเฉพาะที่เราชี้มูลนะครับ ที่ไม่ชี้มูลนี่ตกไป ถ้าเขา ไม่ผิดก็ตกไป ทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานหมดนะครับ
เรื่องการรับคำกล่าวหา เรื่องการดำเนินการกับฝ่ายไหนนะครับ ขอเรียนว่า อย่างที่ผมได้เรียนนะครับ ทุกเรื่องที่มีคำกล่าวหา ป.ป.ช. ต้องไปตรวจสอบทุกเรื่อง ให้ไปตรวจสอบ แล้วก็สามารถจะเข้ามาซักถามตรวจสอบเราได้ ติดตามได้ เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะเอาไป เก็บได้ และยิ่งที่ผมได้ให้คำมั่นกับท่านแล้วว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะทำเรื่องเก่าให้เสร็จสิ้น ภายในเดือนกรกฎาคมแล้วหลังจากนั้นผมคิดว่าทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น
ท่านขอให้รายงานโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐ อันนั้นไม่ใช่จะอยู่ในรายงานนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าเราจะพยายามให้ทำระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบได้
ท่านวีระกรก็ลดเรื่องท้องถิ่น ผมได้นำเรียนพาดพิงไปถึงเรื่องไอทีเอ (ITA) ได้ชี้แจงไพรออริตี (Priority) ไพรออริไทซ์ (Prioritize) เห็นด้วยกับท่านนะครับ วันไหนที่เรา สามารถขจัดความรุงรังในเรื่องค้างเก่าเราได้เราจะจัดไพรออริตี (Priority) ให้คุ้มค่ากับ การลงทุนที่เราจะต้องลงทุน เพราะว่าการไต่สวน ป.ป.ช. จะเป็นการไต่สวนที่มีลักษณะพิเศษ คือเราให้ความสำคัญกับกระบวนการไต่สวนมาก เราให้โอกาสผู้ที่ถูกกล่าวหามาก ในการที่จะ ต้องแจ้งข้อกล่าวหา ให้เขาชี้แจงข้อกล่าวหา เป็นกระบวนการที่ทำควบคู่ไปกับทางอาญา และทางวินัย เพราะฉะนั้นท่านอาจจะดูเยิ่นเย้อนะครับ กฎหมายให้โอกาสมากเลยที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาสามารถจะนำพยานหลักฐานมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวน ได้ตลอดเวลา และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องวินิจฉัยด้วยว่าจะเอาเข้าสำนวนหรือไม่เข้า สำนวนนะครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม เราเห็นด้วยกับท่านว่าต่อไปการทำงานของเรา เราก็จะจัดไพรออริตี (Priority) อย่างที่ผมว่า ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรเราอาจจะทุ่มเทเงิน คน ไปทำในเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็น เรื่องที่เสียหายกับรัฐอย่างมหาศาลนะครับ
ท่านทวีก็ได้พูดถึงยุทธศาสตร์ปัญหาการทุจริตความยากจน ก็อย่างที่ผมเรียน เราก็เห็นว่าการทุจริตมันไม่ได้ด้อยกว่ายาเสพติดหรือปัญหาความยากจนนะครับ แต่ขณะนี้ ก็ยังมีความรู้สึกน้อยใจกับรัฐบาลเหมือนกันว่าสิ่งที่ให้เรา ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านไปดูได้นะครับ
ท่านอิสสระนะครับ ก็เรียนว่ายอมรับเราจะรับไปดูเรื่องการตั้งคนในท้องถิ่น เข้าไปทำงาน แต่อยากเรียนว่าเรามีกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าเกี่ยวข้องเขาไม่ถอนตัวเขาจะปฏิบัติ หน้าที่มิชอบเขาต้องถอนตัวครับ ก็คิดว่าตรงนี้ทุกคนต้องตระหนักถ้ารู้ว่าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กับเรื่องที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไต่สวนนี่ พนักงานเจ้าหน้าที่คนนั้น กรรมการคนนั้นถ้าไม่ถอนตัว มีการกล่าวหาเราจะถูกไต่สวนเสียเองเหมือนกันนะครับ เพราะว่าถ้ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำผิดนี่นะครับ สภาแห่งนี้สามารถส่งไปให้ประธานศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ไต่สวนพวกกระผมได้ แล้วเมื่อศาลฎีกาตั้งแล้วพวกกระผมก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นะครับ มันเป็นขั้นตอนที่อยู่ในการตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะระมัดระวังเรื่องการที่จะมี ผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้นะครับ
ท่านสุรินทร์ก็ได้พูดถึงงบประมาณที่ผมได้เรียนแล้วให้ตรวจสอบกองทุนต่าง ๆ เรามีเรื่องไต่สวนอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวต้องไปดูว่ามีอะไรบ้าง
ต้องขอบพระคุณท่านกนกที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำ ๔ ประการ ซึ่งกระผม เห็นด้วยนะครับ แล้วเราก็พยายามจะดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับที่ผมได้กราบเรียนว่าสำนัก มาตรการและนวัตกรรมมาทำในเรื่องการเอาเลสซันส์เลิรนด์ (Lessons learned) ไม่ว่า จะเรื่องของเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) หรือเวิรสต์แพร็กทิซ (Worst practice) มาทำนะครับ
เรื่องที่ท่านแนะนำเกี่ยวกับเรื่องอีบิดดิง (e-Bidding) ประกวดราคา เดี๋ยวท่านสุภา ซึ่งมาจากกรมบัญชีกลางจะรับไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้างนะครับ
การทำงานในเชิงรุก อันนี้เป็นสิ่งที่ผมสนใจนะครับก็จะดำเนินการ ก็อยู่ใน กลไกของการดำเนินการในเรื่องตามมาตรา ๓๒ ก็ดี หรือมาตรา ๓๕ ที่เราทำเรื่องมาตรการ เสนอนำเสนอ ครม. ไปเช่นกันนะครับ
ท่านอุบลศักดิ์นะครับ ท่านก็ท้วงติงการทำหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ ท่านพูดถึง คดีเรื่องลำไย หรือเรื่องหอมนี่เดี๋ยวเราจะไปตรวจสอบดูนะครับ ยืนยันนะครับเราจะไม่ ลูบหน้าปะจมูกนะครับ เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่จะทำให้พวกกระผมและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ยืนอยู่ได้ก็คือเรื่องพยานหลักฐาน เพราะว่าทุกเรื่องเราต้องตอบสังคมได้ ท่านจะสามารถ เข้ามาดูได้ ความเห็นส่วนตนมีอย่างไรท่านก็สามารถเข้ามาดูได้นะครับ ไม่อย่างนั้นเราก็จะต้อง ถูกตรวจสอบเช่นเดียวกันนะครับ
ท่านขจิตรก็พูดถึงเรื่องความสำคัญของประชาชน การอบรม ซึ่งเราก็มี สตรอง (STRONG) อย่างที่ได้กราบเรียนแล้วนะครับ
ท่านนายแพทย์บัญญัติ เรื่องตัวชี้วัด เรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งผม ได้กราบเรียนมาตรา ๑๓๐ แล้วกลไกในการที่เราดำเนินการเรื่องการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งต่อไปจะรวดเร็ว จะไม่มีความล่าช้า เพราะฉะนั้นคดีที่เราชี้มูลจงใจนี่อายุความแค่ ๕ ปี ในอดีตที่ผ่านมาเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องบุคลากร คดีใกล้ขาดอายุความทั้งสิ้นที่เรา นำเรื่องสู่ศาล ขณะนี้กฎหมายได้เคร่งครัดในเรื่องการจะชี้จงใจ ไม่ปกปิดว่าจะต้องมีการแจ้ง ข้อกล่าวหา เราได้ตั้งตัวเคพีไอ (KPI) ไว้แล้วว่าต่อไปนี้จะต้องมีความรวดเร็ว เรื่องจะต้อง ไม่ใช่ใกล้ขาดอายุความนะครับ ก็จะต้องรวดเร็วครับ
ท่านสุพิศาลก็ได้พูดถึงเรื่องงบบูรณาการ เรื่องของการขาดการขับเคลื่อน แผนงานบูรณาการ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ซึ่งอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับว่าเราเห็นความสำคัญว่า ป.ป.ช. ทำไม่ได้ถ้าไม่มีพี่น้องประชาชน ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะว่าอีก ๒๐ กระทรวง เขาจะต้องเป็นคนขับเคลื่อนหลัก วันนี้เราต้องขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาทั้ง ๑๖ ท่านที่กรุณาให้ข้อคิดเห็น และอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ รายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ตอนนี้เราปิดเล่มแล้วครับ วันนี้เราตั้ง เราเรียกว่าเป็นเหมือนศูนย์คอมมานด์ (Command) ครับ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เราประชุมกัน ทุกเช้าวันพฤหัสบดี ผู้บริหารจะมาขับเคลื่อนการทำงานของเราอย่างจริงจัง แก้ปัญหากัน อย่างจริงจัง เราก็คอนเฟอเรนช์ (Conference) ไปทั่วประเทศ ทำให้เราสามารถตอนนี้ เราจะมี ๑๔ ข้อมูล ที่ผมเรียนท่านว่าการตรวจรับคำกล่าวหาของเราอีกหน่อยจะมีคุณค่า ในการปฏิบัติ ในการวางแผน ในการวางกำหนดยุทธศาสตร์ และผมเชื่อว่าจะมีคุณค่ายิ่งกว่า คะแนนซีพีไอ (CPI) ที่ทีไอ (TI) เขาทำอีก เราพึ่งตัวเราเองครับ เราทำจากข้อเท็จจริง ผมคิดว่าวันนี้อาจจะมีข้อบกพร่องอะไรบ้างซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็น้อมรับนะครับ ท่านประธาน ต้องกราบขอบพระคุณครับ