วัชรพล ประสารราชกิจ ชี้แจงภาพรวมการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ทั้งในด้านกลไกการรับเรื่องร้องเรียน การไต่สวน และความคืบหน้าคดีต่าง ๆ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการอย่างเป็นธรรม มีความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อเร่งรัดการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายและเจตนารมณ์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมและคณะกรรมการรวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้มาร่วมในการประชุมวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกจำนวน ๑๖ ท่านที่ได้ให้ข้อแนะนำ ชี้นำความเห็น ให้คำแนะนำต่าง ๆ ซึ่งกระผม คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. เป็นอย่างยิ่งนะครับ อันนี้มันมีกรณี ที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้มีคำถามไว้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะนำเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง บางประการเพื่อประกอบการพิจารณาในวันนี้
เรื่องแรกที่ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา ได้พูดถึงกรณีที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ แล้วก็ ป.ป.ช. ต้องเข้าไปดำเนินการ ก็ต้องเรียนว่า แม้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ จะระบุเงื่อนไขในการดำเนินการไว้ อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๘ ก็ได้กำหนดไว้ว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ วรรคสี่ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการ สอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน และไม่ว่าในกรณีใดผู้ใดจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้แจ้งมิได้ ก็ต้องกราบเรียนว่าถึงแม้จะมีช่องทางตามมาตรา ๑๔๔ แต่มาตรา ๘๘ ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ก็กำหนดว่าเรื่องมาถึง ป.ป.ช. เราจะต้องดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจนะครับ ในกระบวนการดำเนินการของ ป.ป.ช. นั้นเราจะมีขั้นตอนตั้งแต่การตรวจรับคำกล่าวหา มีรายละเอียด ถ้าเราเห็นว่ามีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ เราก็จะเข้าในเรื่องของ การตรวจสอบเบื้องต้น การตรวจสอบเบื้องต้นพนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะเป็นผู้ไปดำเนินการ รวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะไต่สวนต่อไปได้เขาก็จะเสนอ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มีมติรับไปไต่สวน เพราะฉะนั้นการที่มีคนมากล่าวหากับ กรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องส่วนสำนักงาน ป.ป.ช. นี่ก็มีความจำเป็นที่ทาง ป.ป.ช. จะต้อง ดำเนินการนะครับ แต่ก็อย่างที่กราบเรียนอาจจะพูดเป็นสถิติคร่าว ๆ เพื่อประกอบ การพิจารณาของท่าน
ในเรื่องที่มีการกล่าวหา เอกสารที่แจกท่านในปี ๒๕๖๒ มีคนมาร้องเรียน กล่าวหากับ ป.ป.ช. ทั้งสิ้น ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่อง แล้ว ป.ป.ช. ก็มาแบ่งแยกว่าเป็นคำกล่าวหา ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สามารถจะดำเนินการต่อไปอย่างไรนะครับ เรื่องที่เป็น เรื่องที่กล่าวหาร้ายแรงนั้น ป.ป.ช. ต้องรับไว้ตามกฎหมาย แต่ถ้าเรื่องไม่ร้ายแรงนักกฎหมาย ก็กำหนดให้ ป.ป.ช. สามารถจะมอบให้หน่วยที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปราม การทุจริตรับไปช่วยดำเนินการนะครับ เราก็จะมีสถิติบอก อันนี้ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วเป็นสถิติที่ว่าเรารับเรื่องกล่าวหาแล้วในปี ๒๕๖๒ เรื่องกล่าวหาที่รับทั้งสิ้นเป็นการกล่าวหาที่มีโครงการของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าจะมีการกระทำ ทุจริตหรือประพฤติมิชอบที่เกี่ยวข้อง เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แต่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าเมื่อเรารับแล้วเราต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ตรวจสอบเบื้องต้น โดยประมาณนะครับ โดยทางสถิติที่ผ่านมาเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นถ้าจะมีมูลพอที่ไปดำเนินการ ในการไต่สวนจะตกอยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ทุกเรื่อง ป.ป.ช. จะต้องเข้าสู่กระบวนการ ตรวจสอบ ในทำนองเดียวกันนะครับในปี ๒๕๖๒ ที่แจกท่านไปนี่ท่านจะเห็นว่า ใน ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่องนั้น มีเรื่องที่มาจากบัตรสนเท่ห์อยู่ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กฎหมาย ป.ป.ช. กำหนดให้เราจะต้องรับบัตรสนเท่ห์ด้วย มีหลาย ๆ กรณีที่ข้อมูลจากบัตรสนเท่ห์นั้น นำมาสู่การไต่สวนที่เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีบางเรื่องที่ท่านได้มีการพูดในที่ประชุมวันนี้ด้วย มาจากบัตรสนเท่ห์นะครับ และความจำเป็นอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าในเรื่องบัตรสนเท่ห์นั้น จะไม่มีการระบุผู้ที่กล่าวหา บางทีไม่มีรายละเอียดที่เพียงพอเราต้องใช้กระบวนการ และในขณะเดียวกันการที่เรารับบัตรสนเท่ห์นั้นเรายิ่งต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะว่า บัตรสนเท่ห์อาจจะเป็นเครื่องมือในการทำลายกันของบุคคลที่เกี่ยวข้องในองค์กรนั้น ๆ เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องดำเนินการนะครับ
เรื่องของคุณรังสิมาได้สอบถามเรื่องเตาขยะไร้มลพิษก็ตรวจสอบแล้ว เรื่องนี้ อยู่ระหว่างการไต่สวน
เรื่องรถของสมุทรสงคราม กข ๕๖๗ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้ว ขณะนี้ สรุปสำนวนแล้วนะครับ แต่ว่าเดี๋ยวเมื่อเขาสรุปสำนวนแล้วเขาจะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยอีกครั้งนะคับ
เรื่องที่ท่านรังสิมาได้พูดถึงเรื่องให้ประชาชนมีส่วนแบ่งในรางวัลนั้นครับ ก็ต้องเรียนว่าหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ อันนี้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๓๓ อยู่แล้วครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นด้วยกับท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับว่า ป.ป.ช. นั้นมีคนอยู่แค่ ๒,๐๐๐ กว่าคน มี ป.ป.ท. ไม่กี่ร้อยคน องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เราชนะปัญหาเรื่องทุจริตได้ก็คือ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน วันนี้ในมาตรา ๓๓ เรามีคณะกรรมการที่เอาประชาชน ภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในการป้องกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการดำเนิน โครงการที่เรียกว่า สตรอง (STRONG) จิตพอเพียงต้านทุจริต วันนี้ชมรมสตรอง (STRONG) มีสมาชิกมากกว่า ๖๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ชมรมสตรอง (STRONG) ทำอะไรครับ ชมรมสตรอง (STRONG) จะทำหน้าที่เฝ้าระวังแล้วก็ส่งเสียงที่เรียกว่า วอตช์ แอนด์ วอยซ์ (Watch and Voice) ว่าท่านมีเรื่องอะไรที่ไม่ถูกต้องในพื้นที่ก็จะส่งเรื่องมาให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ วันนี้เราได้ใช้ตรงนี้
อีกประการหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วม ใน พ.ร.บ. ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ มีกลไกที่สำคัญอันหนึ่งก็คือมีกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกิดขึ้นนะครับ กฎหมายมีผลบังคับวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เป็นปีแรก ที่เราได้ตั้งงบประมาณในกองทุน เราได้งบประมาณในปีแรกมา ๑๐ ล้านบาท เราก็ใช้ งบประมาณตรงนั้นไปเกือบครบถ้วน เพื่อจะนำเงินตรงนั้นไปสนับสนุนภาคประชาชน ตามมาตรา ๓๓ มาร่วมกันในการทำโครงการที่มาสนับสนุนในเรื่องรณรงค์ป้องกันเป็นหูเป็นตา เราโชคดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากสภาแห่งนี้ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ได้งบประมาณมา ๑๐๐ ล้านบาท ขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการดำเนินการเผยแพร่โครงการที่จะขอรับ การสนับสนุนในวงเงิน ๑๐๐ ล้านบาท เราเองก็ยังคิดว่าเงิน ๑๐๐ ล้านบาทยังไม่เพียงพอ ความจริงเราตั้งไป ๕๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำนะครับ เพราะว่ามันมีวัตถุประสงค์ ๔ ประการ ทั้งเรื่องการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนมาสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาให้เป็นเงินรางวัล แล้วก็ในเรื่องที่จะมาขับเคลื่อนงานทางด้านนี้ครับ แต่วันนี้เราได้มา ๑๐๐ ล้านบาทเราก็คิดว่าเราจะพยายามใช้เงินตรงนี้ให้เป็นประโยชน์เพื่อที่จะได้ขับเคลื่อน พี่น้องประชาชนให้เข้ามาทำงานด้านนี้นะครับ
มีอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินรางวัลนี่นะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่งมีมติ อนุมัติจ่ายเงินไปเป็นเงินรางวัลในคดีจัดซื้อยา ๕,๘๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่งอนุมัติจ่ายเงินไป เป็นรายแรกที่เราใช้เงินจากงบประมาณกองทุนที่เราได้มาจากสภาแห่งนี้ ได้จ่ายเงิน ๕,๘๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว วันนี้เราก็ประชาสัมพันธ์ไปว่าถ้าพี่น้องประชาชนมีข้อมูล และเราสามารถที่ไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้เป็นรูปธรรมเราก็สามารถจะให้เงินรางวัล กับพี่น้องประชาชนนั้นได้นะครับ
เรื่องของท่านประเสริฐพงษ์ที่ได้กล่าวแล้วนะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องการไต่สวน บางเรื่อง ก็ต้องเรียนว่าบางเรื่องนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. เวลามีการเข้าไปไต่สวน หรือไปตรวจสอบแล้วเราจะต้องชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนนะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ละท่านซึ่งมีอยู่ ๙ ท่านมีความเห็นอย่างไรนั้นจะต้องบันทึกความเห็นส่วนบุคคล ส่วนตน เอาไว้ด้วยซึ่งสามารถจะตรวจสอบได้ ผมกราบเรียนเลยว่าในคดีบางเรื่อง อย่างเช่นในเรื่อง ยืมนาฬิกาที่ท่านได้พูดถึงนี่ครับ ตัวผมเองซึ่งอาจจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเคยรับราชการ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของบุคคลที่ถูกตรวจสอบผมก็ต้องถอนตัวนะครับ ผมต้องถอนตัว จากการพิจารณาในเรื่องนี้ ต้องขออนุมัติคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีก ๘ ท่านว่าผมอาจจะทำ ให้การไต่สวนหรือการตรวจสอบนั้นไม่เที่ยงธรรม เพราะว่าได้รู้จักมักคุ้นกับผู้ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนาฬิกา ทุก ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ให้คำแนะนำว่า การที่เราตั้งบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเข้าไปทำหน้าที่นั้นอาจจะทำให้การทำหน้าที่นั้น ไม่ชอบธรรม ไม่ถูกต้อง หรืออาจจะเอนเอียงไปนะครับ ก็ต้องเรียนว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อยู่ในเรื่องนี้ถ้าใครเกี่ยวข้องก็จะต้องถอนตัวนะครับ ถ้าไม่ถอนตัวนั้น ถ้าไปกระทำไม่ชอบ ไปกระทำผิดเสียเอง กรรมการ ป.ป.ช. ก็ดี พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดี โทษที่จะถูกลงจะเป็น ๒ เท่า ของโทษของเจ้าพนักงานของรัฐที่ถูกดำเนินคดีในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมนะครับ
เรื่องที่ท่านประเสริฐพงษ์ได้ถามนะครับ เรื่องของมีการสำรวจความพึงพอใจ ต่อการให้บริการไหม เราก็มีนะครับ เราก็ยอมรับว่าจริง ๆ แล้วก็อยู่ที่ร้อยละ ๗๐ ก็ถึงแม้ว่า จะไม่ดีนักนะครับ ก็ต้องเรียนว่าสิ่งที่เป็นปัญหาของ ป.ป.ช. ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็คือความคาดหวังของพี่น้องประชาชน เพราะถ้าเราไปดูการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้า ซึ่งเขาทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เขาทำในเรื่องของไม่ใช่ซีพีไอ (CPI) นะครับ เขาทำเรื่อง คอร์รัปชัน ซิทูเอชัน อินเด็กซ์ (Corruption Situation Index) เรื่องสถานการณ์การทุจริต เขาก็จะถามประชาชนว่าเขาอยากเห็นอะไรเรื่องการทุจริต ประชาชนก็จะตอบอยู่เสมอว่า อยากจะเห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็รวดเร็ว เรายอมรับว่าเรามีปัญหา เรื่องความรวดเร็วอย่างที่ท่านได้เห็นสถิตินะครับ แต่ถ้าท่านดูนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เป็นต้นมา ซึ่งผมและคณะกรรมการชุดนี้ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่มีพระบรมราชโองการตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ เราได้เข้ามารับหน้าที่ในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๙ เราก็ตระหนักรู้ว่า เรามีความล่าช้า หลาย ๆ ท่านได้พูดถึงว่าเหมือนเราไปมุ่งเน้นในเรื่องของการจัดซื้อจัดหา ในท้องถิ่นก็เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าในข้อเท็จจริงนั้นเรื่องกล่าวหาที่มาสู่เรา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของท้องถิ่นนะครับ เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่เราก็ต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่นะครับ แต่เราตระหนัก ดีครับว่าเราน่าจะทำเรื่องใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเราก็น้อมรับคำแนะนำของท่านนะครับ วันนี้เรายังมีปัญหาอยู่ มันมีปัญหาอยู่เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาการทำงานของเรา เป็นเรื่องของทำจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาค ป.ป.ช. ตั้งแต่เป็น ป.ป.ป. มาเพิ่งจะได้รับคน เพิ่มมา ๗๐๐-๘๐๐ คน เมื่อปี ๒๕๕๗ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองกันนะครับ เราได้รับคนเพิ่มมา กว่าจะมีการฝึกอบรม กว่าจะมีความชำนาญ กว่าจะมีการปรับกฎหมาย ก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีรัฐธรรมนูญใหม่ก็มีการแก้กฎหมาย ป.ป.ช. อีกนะครับ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ กฎหมาย ป.ป.ช. ได้มีการบัญญัติใหม่ ยกเลิกกฎหมายปี ๒๕๔๒ เราต้องใช้เวลาในการที่จะทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายใหม่ บริบทใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ในกฎหมาย ป.ป.ช. ก็เลยทำให้กระบวนการในการบริหารจัดการอาจจะล่าช้า เหมือนผม จะต้องกราบขออภัยว่าทำไมวันนี้เรามารายงานท่านในปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ เพราะว่า มันเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง ปรับโครงสร้างให้รองรับกฎหมายใหม่ ปรับบริบทต่าง ๆ มากมาย แต่ผมกราบเรียนท่านเลยนะครับว่ารายงานปี ๒๕๖๓ จะมาถึงท่านภายในไตรมาสที่ ๒ ของปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ ผมคิดว่าจะมาถึงท่านไม่เกินมีนาคม เพราะฉะนั้นอีกไม่เกิน ๕ เดือน ๓ ๔ ๕ เดือนกระผมและคณะก็จะมารายงานความคืบหน้าของการแก้ไขดำเนินการ ในปี ๒๕๖๓ นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้มีการอภิปราย แล้วก็ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องอยากจะ ได้หนังสือรายงานนี้ให้รวดเร็ว ผมขอเรียนเป็นข้อมูลจากที่ท่านประธานได้กรุณาให้คำแนะนำ และสั่งการแล้วนะครับว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือกราบเรียนประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เพื่อส่งรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้มาสู่การพิจารณา เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๒๙ นั้นบอกให้เรารายงานต่อประธานรัฐสภา เพราะฉะนั้นเราก็ทำรายงาน มาที่ประธานรัฐสภา แต่ท่านประธานรัฐสภาได้มีการวินิจฉัยว่าเราให้เราแยกเสนอ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาซึ่งเราก็น้อมรับคำวินิจฉัย กว่าเรื่องจะกลับมาอีกทีนี่ เราก็ส่งเข้ามานะครับ หนังสือนี่ได้ส่งกลับเข้ามาถึงสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน เพราะฉะนั้นวันที่ ๖ พฤศจิกายนสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำรายงานประจำปีทั้ง ๒ ฉบับ ส่งให้ทางสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาเรียบร้อยแล้วนะครับ อย่างที่กราบเรียนว่า สำหรับปี ๒๕๖๓ นั้นเดี๋ยวเราจะรีบดำเนินการนะครับ แล้วก็จะไปพยายามทำอาจจะทำ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) หรือทำอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามที่ท่านประสงค์ เกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้นนะครับ
ท่านได้มีการพูดถึงเรื่องที่ผมได้พูดถึงเรื่องความรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ นำกราบเรียนท่านนะครับว่าวันนี้เรายอมรับว่ามันล่าช้า เนื่องจากโครงสร้างกระบวนการ ทำงานบริหารจัดการ วันนี้เรากระจายให้มี ป.ป.ช. จังหวัดไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ แต่เนื่องจากยังไม่มีคน แล้วพอกระจายลงไปแล้วมันกลับเป็นผลร้ายด้วยซ้ำ เพราะว่าคนที่เก่ง ๆ ส่วนกลางไปเป็น ผอ. อยู่ต่างจังหวัดทำให้กระบวนการในการไต่สวน ต่าง ๆ มันก็ล่าช้าไป แล้วคนทำงานจากส่วนกลางไปต่างจังหวัด วันนี้เราไปต่างจังหวัด หมดแล้วครับ เรามีภาคไปหมดแล้ว เราแบ่งคดี เราบริหารคดีไปแล้วนะครับ เป็นคดีถ้าคดีเล็ก ๆ คดีขนาดกลางเราก็ให้จังหวัดดำเนินการหรือภาคดำเนินการ ถ้าเป็นคดีใหญ่จริง ๆ เราถึงจะให้ ทางสำนักส่วนกลางซึ่งมีอยู่ ๗ สำนัก ในอนาคตข้างหน้าเนื่องจากกฎหมาย ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ เป็นกฎหมายฉบับพิเศษ ท่านไปดูได้เลยพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาทุกฉบับ ไม่มีกฎหมายฉบับไหนเลยที่มีกำหนดกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ มี พ.ร.ป. ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ นี้นะครับ ในมาตรา ๔๘ ที่บอกว่าเรื่องไต่สวนของ ป.ป.ช. ต้องให้เสร็จสิ้นภายใน ๒ ปีจะขยายเวลาอีกได้ไม่เกิน ๑ ปี เว้นแต่ว่าเป็นเรื่องที่จะต้อง ขอความร่วมมือในทางอาญาระหว่างประเทศให้ขอได้ในอายุความ ถ้าหาก ป.ป.ช. ไม่สามารถ ดำเนินการได้ภายใน ๓ ปีนั้นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เลขาธิการพิจารณาว่ามีการบกพร่อง ละเลยหรือไม่และดำเนินการทางวินัยนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. ทำงานหนัก ถ้าท่านไปดูสถิติแล้วเดี๋ยวความจริงเรามีสไลด์ (Slide) นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผลการปฏิบัติงานในเรื่องของการตรวจสอบ หรือการไต่สวนเพิ่มมากเกือบเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๓ เราไต่สวนเสร็จสิ้นมากกว่า ๗๐๐ เรื่อง ขณะที่แต่ก่อนนั้นทำแค่ปีละ ๒๐๐ กว่าเรื่อง ๓๐๐ เรื่อง ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๓ เราทำไป ๗๐๐ กว่าเรื่อง เราสามารถจะทำเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นได้หลายพันคดี วันนี้ เรายอมรับว่าเรายังมีเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นยังค้างอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ เรื่อง มีเรื่องไต่สวน ค้างอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ เรื่อง วันนี้ภายในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ นี้ครับเราตั้งเป้าว่า เราจะพยายามทำเรื่อง เราจะต้องทำเรื่องไต่สวนที่รับไว้ก่อนวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ทั้งหมด ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่า ล่าช้าเงียบหายไปนั้นจะไม่หายไปอีกแล้วครับ เพราะว่าเป็นคอมมิตเมนต์ (Commitment) แล้วครับ เป็นคำมั่นว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. กับพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นจะต้องดำเนินการ ให้เสร็จสิ้นนะครับ แล้วเรื่องที่รับไว้หลัง พ.ร.ป. จะเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย เรามองว่า หลังปี ๒๕๖๔ เราทำเรื่องก่อนปี ๒๕๖๑ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๑ ที่รับไว้ได้เสร็จสิ้น ต่อไปเรื่องต่าง ๆ ก็จะทำได้ด้วยรวดเร็ว ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างคดีที่ท่านพูดว่าเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) ที่จังหวัดลำพูนเราใช้เวลา ๖ เดือน วันนี้เราชี้มูลเรียบร้อยแล้วครับ ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้วครับ วันนี้เราเห็นด้วยกับท่านครับว่าสิ่งหนึ่งเราต้องมาดูที่ระบบ แต่เรายังมีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และเราก็เห็นด้วยกับท่านว่าถ้าเราสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เขาจะไม่กล้าทำ เขาจะเกิดการลักษณะป้องปรามเขาจะไม่กล้าทำ วันนี้ ป.ป.ช. ทำเรื่องในเชิงป้อง มาตรา ๓๓ ที่ท่านนะครับ เราดำเนินการประเมินไอทีเอ (ITA) อินทีกริตี แอนด์ ทรานส์พาเรนซี แอสเซสเมนต์ (Integrity and Transparency Assessment) คุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานของรัฐ เราประเมินหน่วยงานของรัฐ ๘,๓๐๓ หน่วย ในปีที่แล้วครับ รัฐบาล คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการประเมินทุกหน่วยงานของรัฐ ประเมินในเรื่องว่าเขาได้ดำเนินการโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำใน ๓ มิติในเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ภายในองค์กรเขาเอง ความโปร่งใสและตรวจสอบได้คนภายนอกองค์กรมองเขา แล้วก็เรื่องของโอเพนดาต้า (Open Data) นะครับ โอเพนดาต้า (Open Data) ของเขาเอง ผมคิดว่าในอนาคตข้างหน้า วันนี้ถ้าหน่วยงานของรัฐมีความโปร่งใส ให้ประชาชนตรวจสอบ ได้ อย่างที่ท่านได้แนะนำนะครับ งบประมาณของ อบต. ใด อบจ. ใดมีการได้อะไร ก็เปิดเผย ให้ประชาชนเข้าไปรับรู้ เข้าไปตรวจสอบว่าเขาได้อะไร ให้เขาไปมีส่วนร่วม ป.ป.ช. เอง ก็มุ่งมั่นนะครับอย่างที่ท่านถาม ขณะนี้เราให้การบ้านไปแล้ว ถ้ามันไม่ผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการเปิดเผยความลับ ต่อไปเรื่องที่เราตรวจสอบและไต่สวนทั้งหมดเราจะรายงาน ความคืบหน้าให้สังคมทราบ ท่านจะสามารถดูทางเว็บไซต์ (Website) ขณะนี้ได้ให้การบ้าน ไปแล้วนะครับ ให้การบ้านกับทางไอที (IT) ของเราแล้วให้รายงานทุกเรื่องที่อยู่ระหว่าง การตรวจสอบ ให้รายงานทุกเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวน แต่เราจะรายงานว่าขั้นตอน อยู่ตรงไหน ขณะนี้ขั้นตอนที่สำคัญคือขั้นรวบรวมพยานหลักฐาน ขั้นแจ้งข้อกล่าวหา ขั้นสรุปสำนวน ขั้นการพิจารณาของคณะกรรมการ แล้วเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว เราส่งสำนวนให้อัยการแล้ว อัยการได้ดำเนินการสั่งคดีหรือยัง ใช้เวลานานเท่าไรนะครับ เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ผมได้นำกราบเรียนท่านวันนี้กำหนดกรอบระยะเวลาไว้หมดแล้ว ถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว ภายใน ๑๘๐ วันอัยการสูงสุดจะต้องสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ถ้าหากว่า อัยการสูงสุดเห็นว่าไม่สมบูรณ์ก็ต้องตั้งกรรมการร่วม แล้วก็ต้องทำในกรอบระยะเวลา ถึงแม้ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีอำนาจฟ้องคดีได้เองก็ต้องเป็นกรณีที่หาข้อยุติ กับอัยการสูงสุดไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าในไม่ช้าเมื่อเราสามารถ เคลียร์ (Clear) เรื่องเก่าในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ หมดไปแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. และพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สามารถจะยืนยันได้ครับว่าต่อไปทุกเรื่องจะมีประสิทธิภาพ รวดเร็วแล้วก็ตรวจสอบได้ และผมเชื่อว่าวันนั้นการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพ และจะเกิดความเกรงกลัวคดีก็จะหายไป