ประภัตร โพธสุธน หารือเรื่องการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่วที่จังหวัดพัทลุง โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการอนุมัติจากกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ และเรียกร้องให้ไปฟังเสียงชาวบ้านเพื่อทราบความต้องการของแท้ และชะลอการสร้างเขื่อนไว้ก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้ที่เอาใจใส่และตั้งใจอยากทราบเรื่องนี้อย่างยิ่ง ผมทำความเข้าใจก่อนนะครับ ท่าน ส.ส. ผมไม่ใช่คนพื้นที่ ดังนั้นตามที่ได้รับรายงานและได้ศึกษามา คำว่า เหมืองตะกั่ว มันไม่มี เหมืองถูกไหมครับ เป็นชื่อหมู่บ้านเหมืองตะกั่วซึ่งเดิมอาจจะมีใครไปสำรวจเหมืองตะกั่วบ้าง หรืออย่างไรไม่ทราบ แต่บางตำนานก็บอกว่าหมู่บ้านนี้มีปลาหัวตะกั่วเยอะ จึงเรียก เหมืองตะกั่ว แต่อย่างไรก็ตามการที่จะสร้างเขื่อนอันนี้ถามว่าจำเป็นไหม ซึ่งพี่น้องที่อยู่ที่ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ตำบลนี้มีอยู่ ๙ หมู่บ้านด้วยกัน ตามรายงาน บอกว่าลำน้ำสายนี้เป็นสายสั้น ๆ ที่เกิดจากเทือกเขาบรรทัด ซึ่งมีความยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร บริเวณที่จะสร้างเขื่อนอยู่ห่างจากต้นน้ำประมาณ ๕ กิโลเมตร ทีนี้ขอทำ ความเข้าใจอย่างนี้ครับ เขื่อนตรงนี้มีหมู่บ้านซึ่งราษฎรทำประชาคมไปแล้ว ก่อนที่จะทำ ประชาคมปี ๒๕๔๘ มีราษฎรผู้นำได้ร้องเรียนถวายฎีกาขอให้สร้างเขื่อนตรงนี้ ปี ๒๕๔๘ นะครับ วันที่ ๘ ธันวาคม พอปี ๒๕๕๘ ก็รับโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำรินะครับ ทางอำเภอ ป่าบอนก็ได้ทำประชาคมฟังเสียงชาวบ้าน ในปีนั้นทุกคนก็อยากให้สร้างนี่ตามรายงานนะครับ พอปี ๒๕๖๒ มีการประชุมสภาท้องถิ่นหนองธง ราษฎรมีมติให้สร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว นี่การประชุมสภาท้องถิ่นเรียกว่า อบต. ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ได้ทำประชาคมอีกครั้งหนึ่ง ปี ๒๕๖๓ มติชัดเจนนะครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยให้มีการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว นี่ละครับที่เป็นเรื่องสับสนระหว่างกลุ่มชน ๒ กลุ่ม คนที่มาร้องก็บอกว่าไม่ให้สร้าง คนที่อยู่ทางบ้าน บอกต้องการน้ำแล้วก็ต้องการให้สร้างถึง ๗๘ เปอร์เซ็นต์ เราก็ตั้งคณะกรรมการอีกนะครับ ตั้งคณะกรรมการโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบันนี้หาข้อเท็จจริงจากกลุ่มชนทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายให้สร้างกับฝ่ายไม่ให้สร้างมาลบล้างกันว่าเหมาะสมอย่างไร ก็อย่างที่ท่านผู้แทนราษฎร ได้กล่าวไปแล้วว่าประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง วันนี้เป็นครั้งที่ ๓ ว่าจะเอาเหตุผลว่าจะสร้างต่อไป หรือไม่ สิ่งนี้ผมดีใจครับที่ท่านสนใจ ผมก็อยากจะลงไปดูนะครับ แล้วช่วยกันตัดสิน แล้วให้ ทุกบ้านมา ไม่ให้มาเฉพาะบ้านนั้นบ้านนี้ เอากันทั้งตำบลเลย อย่างนี้ละเราถึงจะรู้ความต้องการ เพราะเราฟังมาว่าคนกลุ่มน้อยไม่อยากให้สร้าง แต่ ๗๘ เปอร์เซ็นต์อยากให้สร้าง เราไม่รู้ว่าอันไหนจริงหรือเท็จ ท่านพูดถูกครับ ต้องมีผู้ใหญ่ไปดู เรานัดหมายกันเลยนะครับ ผู้ว่าราชการวันนี้ครั้งที่ ๓ ประชุมว่าอย่างไร และเราก็จะได้ฟัง การสร้างเขื่อนตรงนี้ผมก็เห็นว่า ยังสร้างไม่ได้เพราะการอนุมัติของกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติยังไม่ได้อนุมัติ เพราะสร้างเขื่อนอันนี้จะมีเขตน้ำท่วมอยู่ประมาณ ๔๖๘ ไร่ อยู่ในเขตป่าไม้ ๓๔๐ ไร่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ๑๒๘ ไร่ ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ก็เป็นจังหวะ ดีเหมือนกัน เราก็ไปฟังเสียงนั้นมา ถ้าไม่อนุมัติมันง่ายก็ไม่ทำกันต่อไป แต่ถ้าชาวบ้านเดือดร้อน อยากจะได้ ถ้าสร้างเขื่อนอันนี้นะครับ วันนี้ได้สำรวจไปแล้วว่าเราจะต้องเวนคืนด้วยซ้ำ ในเขตน้ำท่วมมี ๑๑๒ ครัวเรือน เราต้องเวนคืนให้เขา เขาต้องอพยพไปซึ่งใช้เงินประมาณ ๑๓๘ ล้านบาท งบก่อสร้างไม่ใช่เล็กนะครับ เขื่อนนี้มีความจุน้ำถึง ๑๐ กว่าล้านคิว ตามที่ ฟังดูแล้วก็เป็นเขื่อนใหญ่ ใช้เงินประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามผมก็ยังเห็นด้วย กับท่านผู้แทนราษฎรครับว่าเราน่าจะต้องไปฟังกัน แล้วก็ฟังกันแบบเต็มรูปแบบ ๑,๐๐๐ คน ๒,๐๐๐ คน มาให้หมดเลย ท่านจะเอาลงมติกันหรือไม่ลงมติไม่เป็นไรนะครับ ฟังว่าความต้องการนี่ของแท้ ของจริง ใครเป็นคนอยู่ในบริเวณเดือดร้อน ใครไม่ได้อยู่ เดือดร้อนอย่างไร เพราะขนาดถึงสำรวจเวนคืนแล้วนี่ถือว่าไปไกลแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้ บรรจุในงบประมาณเท่านั้นเอง ผมก็ถามว่าป่าไม้เห็นหรือยัง กำลังพิจารณาอยู่ ดังนั้น ยังชะลอได้นะครับ คำว่า ชะลอไว้ได้ก่อน ในปี ๒๕๖๕ ยังไม่สร้างก็ได้ แต่ถ้าสร้างแล้ว บริเวณนี้จะได้รับการดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่น้อยกว่า ๗,๕๐๐ ไร่ ผมก็อยากจะถาม เหมือนกันว่าในแง่ของท่านนี่ถ้าราษฎรต้องการ ท่านจะเอาอย่างไร ถ้าไม่สร้าง ไม่เดือดร้อน ไม่เป็นไร แต่ถ้าชาวบ้านเดือดร้อนเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องดูแลครับ