ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แถลงว่าโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่วที่อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง มีปัญหาหลายประการ เช่น การลอกลวงข้อมูล การไม่เคารพต่อคำสั่งของรัฐมนตรี และการไม่ปฏิบัติตามแนวทางการจัดการน้ำตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ นอกจากนี้ยังระบุว่าชาวบ้านไม่พอใจกับการดำเนินการของกรมชลประทาน และระบุว่าโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่วไม่จำเป็น และเป็นความผิดร้ายแรงของกรมชลประทาน
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ วันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบ ต้องขอบพระคุณมาก เรื่องของ การตรวจสอบโครงการก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่วที่อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ซึ่งมี ประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล เนื่องจากว่าไม่เห็นด้วยอยากให้มี การยกเลิกโครงการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว หรืออ่างเก็บน้ำแล้วแต่จะเรียกนะครับ ตั้งแต่ช่วง เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนกันยายน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
แล้วก็มีการลงนามใน คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าจะต้องมีการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วก็รายงานรัฐมนตรีภายใน ๖๐ วัน แต่ปรากฏว่าผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงก็ยังไม่มี ความคืบหน้า มีการประชุมแค่ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๓ ก็วันนี้ล่ะครับ ตรงกับที่เราตั้งกระทู้ เช่นเดียวกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๙๐ ไร่ มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แล้วก็มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยตรวจสอบ โครงการแล้ว แล้วก็ให้ความเห็นว่าไม่มีความจำเป็นในการสร้างเขื่อน ให้ระงับด้วยซ้ำ แล้วก็ให้จังหวัดและประชาชนร่วมกันหาทางออกในการจัดการน้ำในพื้นที่ แล้วก็ปรากฏว่า รายงานไออีอี (IEE) หรือรายงานอีไอเอ (EIA) ฉบับเดิมปี ๒๕๕๓ นี่ก็ถูกยกเลิก และแม้ว่า จะมีการถูกยกเลิกแล้วกรมชลประทานอาจจะอ้างว่าจะกำลังทำอันใหม่ก็ตามนะครับ แต่ว่า ข้อมูลเดิมที่ไปอ้างเรื่องของการจัดทำอีไอเอ (EIA) ก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะว่าไปลอกมาครับ ท่านประธาน ไปลอกมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ชาวบ้านเขาบอกว่าเป็นรายงานที่มักง่าย อันนี้คือภาษาชาวบ้าน แล้วก็ถ้าภาษาผมก็บอกว่า รายงานกระตุกปก บอกว่ามีพื้นที่เป็นข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ซึ่งจังหวัดพัทลุงไม่มี แล้วก็โครงการอ่างเก็บน้ำลึกเขื่อนเหมืองตะกั่วอยู่ติดกับน้ำตก โตนสะตอ เป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์นะครับ ของเดิมก็มีอ่างเก็บน้ำคลองสะตอ ไม่มีหน่วยงานรับเป็นเจ้าของนะครับ โครงสร้างก็ชำรุดไร้การดูแล ไม่ว่าจะเป็นฝายคลองท่ายูง แล้วก็ห่างจากเขื่อนเหมืองตะกั่ว ๔ กิโลเมตร แล้วก็ยังมีอ่างคลองหัวช้าง ขาดระบบส่งน้ำห่างจาก เหมืองตะกั่วไป ๑๔ กิโลเมตร ความพยายามของกรมชลประทาน ภายใต้การดูแลของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือการดึงดัน แล้วถ้าก็ใช้ศัพท์อีกแบบก็คือดื้อดึงนะครับ แล้วก็การที่มีการประชุมที่จังหวัด รายงานการประชุมปรากฏว่าเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ที่จะหา ข้อเท็จจริงตามที่ลงนามในคำสั่งนะครับ แล้วก็เมื่อเลยเวลามาแล้ว ๖ เดือนนี่ ผมคิดว่า เป็นความล้มเหลว ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีจะต้องช่วยติดตามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยด้วย นะครับ แล้วก็แม้มีแนวทางในการจัดการน้ำ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ แต่กรมชลประทานพยายามนำกลับไปสร้างเขื่อนอ่างเก็บน้ำอย่างเดียว ซึ่งผิดแนวทาง นะครับ แล้วก็ในการดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณปี ๒๕๖๔ ก็มีการถอนเรื่องไปแล้ว แต่ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีก็อยู่ในมติ ครม. ไปเอาเรื่องเข้า ครม. แล้วก็เอางบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ไปดำเนินการต่อ ซึ่งชาวบ้านไม่พอใจมากนะครับ เรื่องของการไปดำเนินการ ดังกล่าว
ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง โครงการบอกว่าเป็นโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ ครับท่านประธาน ซึ่งชาวบ้านบอกว่าไม่ชอบมาพากลแล้วก็ไม่ผ่านการทำเวทีประชาคม ทำให้สงสัยว่ากรมชลประทานทำไมไปถึงแอบอ้าง แล้วก็ชาวบ้านกล่าวหาด้วยซ้ำนะครับว่า เป็นความผิดที่ร้ายแรง แล้วก็ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือเปล่าที่ไปคัดลอกของอีก จังหวัดหนึ่งมา เป็นความผิดร้ายแรงของกรมชลประทานใช่หรือไม่ ผมก็ต้องตั้งคำถามถึงท่าน รัฐมนตรีล่ะครับว่า กรณีเขื่อนเหมืองตะกั่วมันหมดความจำเป็นแล้วหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านบอก ว่ามันหมดความจำเป็น กระทรวงเองได้ตรวจสอบ ได้เอาใจใส่หรือไม่ อย่างไร ประชาชน ออกมาคัดค้านก็ไม่มีรัฐมนตรีไปดูแลนะครับ ส่งแต่คนอื่นไปดูที่หน้าทำเนียบ เหตุผลอะไร ที่ไม่สั่งระงับโครงการ ขอให้ท่านบอกรายละเอียด บอกถึงความจริงใจนะครับ แม้ว่าเมื่อสักครู่มีกระทู้บอกว่าท่านอาจจะสมใจ แต่ของผมไม่อยากได้นะครับ ไม่อยากได้เขื่อน จังหวัดอื่นอาจจะอยากได้ ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ช่วยตอบด้วยนะครับว่า โครงการเหมืองตะกั่วมีความจำเป็นรายละเอียดหรือไม่ อย่างไร ตามคำถามครั้งที่ ๑ ครับ