ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ชี้แจงการรับฟังความคิดเห็นนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาการแต่งกายและทรงผม พร้อมเปิดเผยกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกับภาคีต่าง ๆ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับกฎระเบียบที่ทันสมัยและปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมเสนอให้โรงเรียนทดลองอนุญาตการแต่งกายตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องรอเปลี่ยนนโยบายระดับชาติ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบประเด็นกระทู้ของท่าน ส.ส. ชัยวุฒินะครับ ในเรื่องของชุดนักเรียน ซึ่งต้อง ขอขอบคุณท่านที่มีความห่วงใยในปัญหาของสังคม โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนนี่ มีความเห็นที่แตกต่างกัน ผมก็เกิดมาในช่วงเวลาเดียวกับท่านชัยวุฒินะครับ มีลูกเหมือนกัน แต่ท่านต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าวันนี้โลกเปลี่ยนไปนะครับ ความต้องการของทั้งนักเรียน ผู้ปกครองบางกลุ่ม กลุ่มคนบางคนก็มีความต้องการที่เปลี่ยนไปในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เราก็ต้องรับฟังครับ และกระทรวงศึกษาธิการก็รับฟัง ที่ผ่านมาได้มีการพบปะกับกลุ่มตัวแทน ที่เรียกตัวเองว่านักเรียนเลวนะครับ ก็ได้รับประเด็นต่าง ๆ ซึ่งถ้าเผื่อเป็นข้อคิดเห็นจาก กลุ่มตัวแทนของนักเรียนกลุ่มนี้ก็จะเป็นเรื่องของทรงผม แล้วก็เรื่องของการแต่งกาย แต่จริง ๆ แล้วนักเรียนที่มากับกลุ่มนักเรียนเลวนี้ได้ยกประเด็นหลายประเด็นที่เป็นปัญหา ของการศึกษาไทย การพัฒนาการศึกษาไทย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาภาระ ของครู และในเรื่องของภาษาที่ ๒ ภาษาที่ ๓ ฉะนั้นการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักเรียนหรือว่าผู้ที่มีความคิดต่างผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะปฏิบัติไปทางไหน ซึ่งในการปฏิบัติคงไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการคิดนโยบาย ออกมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้น เราต้องเอาเรื่องต่าง ๆ มาประมวล ซึ่งทาง กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งคณะกรรมการที่หาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้อง หรือข้อร้องเรียน ของนักเรียน นักศึกษา ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ นักเรียน ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบและรอบด้าน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ มีท่านอาจารย์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากทีดีอาร์ไอ (TDRI) ขออภัยที่เอ่ยนาม เป็นประธาน ผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นหรือว่าหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้ยกประเด็นขึ้นมา ๕ ประเด็นหลัก ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหา ให้กลุ่มนักเรียนหรือว่ากลุ่มผู้ที่ร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ ทรงผมนักเรียน เครื่องแต่งกาย เครื่องแบบนักเรียน การละเมิดหรือการคุกคาม ความรุนแรงในโรงเรียน ความปลอดภัย ในสถานศึกษา กฎ ระเบียบที่ล้าหลังของสถานศึกษาที่กระทบต่อนักเรียน นักศึกษา และการแสดงออกทางการเมืองในสถานศึกษา เรื่องที่ผมมองว่าเป็นเรื่องหลัก ๆ และเป็น เรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างรีบด่วนแต่ใช้เวลาคือ กฎ ระเบียบ การแสดงออกในสถานศึกษา การคุกคาม ความรุนแรงในสถานศึกษา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานย่อยเพื่อศึกษาแนวทางของ ๓ เรื่องนี้ แต่เรื่องทรงผมกับเรื่องเครื่องแต่งกาย คณะกรรมการชุดนี้คิดว่าสามารถทำได้รวดเร็วที่สุด ถึงแม้ว่าลำดับความสำคัญถ้าเทียบกับ หลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาก็อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ในระหว่างทางที่รับฟังความคิดเห็น ในเรื่องของทรงผมแล้วก็เครื่องแต่งกายของนักเรียน ได้เชิญตัวแทนจากกลุ่มนักเรียนเลว มาแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อกังวลใจในเรื่อง ๒ เรื่องนี้ ตัวแทนของกลุ่มนี้ถามว่า มีผู้สื่อข่าวหรือไม่ มีสื่อมวลชนหรือไม่ สามารถไลฟ์ (Live) สดได้หรือไม่ คณะกรรมการ ก็ตอบว่าไม่ได้ ฉะนั้นทางกลุ่มตัวแทนของนักเรียนเลวก็เลือกที่จะไม่มา แต่ไม่เป็นไรครับ การที่ไม่มาไม่ได้หมายความว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ยิน แต่เมื่อได้ยินแล้วและทาง คณะกรรมการชุดนี้มีแนวทางเสนอมาแล้วนะครับอย่างที่ทราบอยู่ในข่าว แต่ผมในฐานะ ที่กำกับในเรื่องของนโยบายผมต้องไปดูครับว่าสิ่งที่เสนอมาปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ขออนุญาต ยกตัวอย่างนะครับ ทรงผมที่บอกว่าไว้สั้นหรือยาวก็ได้ แต่ถ้าเผื่อไว้ยาวต้องรวบ หรือว่า ชุดนักเรียนใส่ได้ทุกวัน แต่สถานศึกษาต้องเป็นคนที่กำหนดร่วมกับคณะกรรมการ สถานศึกษา ในทางบริหารยังเปิดปมหรือว่าข้อกังวลในการบริหารจัดการอยู่ ทางเราก็ต้อง รับฟังความคิดเห็นจากสถานศึกษาและครูผู้ปฏิบัติ ฉะนั้นกระบวนการทั้งหมดที่ท่านชัยวุฒิ ได้ถามถึงในเรื่องของเครื่องแต่งกาย คงมีแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่เราจะหาทางออก ที่เหมาะสม แต่แน่นอนครับแนวทางใดก็คงไม่ถูกใจทุกคน แต่ผมว่าในเรื่องของการแต่งกาย ถ้าหากว่าจะมีการทดลองเทอมละ ๑ ครั้ง เดือนละ ๑ ครั้ง อาทิตย์ละ ๑ ครั้งก็สามารถ เป็นไปได้ จริง ๆ แล้ววันนี้สถานศึกษาสามารถทำได้นะครับ โดยไม่ต้องเปลี่ยนกฎ ระเบียบ ของกระทรวงใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าไม่มีใครทำครับ ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาคนไหน ใน ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน อาจจะมีสัก ๑๕-๒๐ โรงเรียนที่พิจารณาให้มีการแต่งกายลำลองได้ แต่เวลาปฏิบัติจริง ๆ มันต้องมีปัญหาครับถึงไม่มีการเผยแพร่เรื่องนี้หรือว่ามีการอนุญาตเรื่องนี้ การแต่งตัว เหมาะสมไหม สายเดี่ยวได้ไหม เกาะอกได้ไหม กระโปรงสั้นยาวได้ไหม จะแขนกุดได้ไหม จากแต่ก่อนไม่เห็นรอยสัก เพราะใส่ชุดนักเรียน วันนี้เห็นรอยสักแล้ว ต่อไปเพื่อน ๆ ก็สักกัน เต็มไปหมด มันมีเรื่องที่ผูกพันอยู่อีกมากมายครับ ฉะนั้นเราไม่สามารถตัดสินใจ ถึงแม้ว่า เราจะพูดว่าสำคัญน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่วางรากฐานของการบริหารจัดการ สถานศึกษาของไทยในอนาคต ฉะนั้นเราจะรีบตัดสินใจเพราะนักเรียนกลุ่มหนึ่งมากดดัน ไม่ได้ครับ วันนี้นักเรียนมัธยมทั่วประเทศ ม. ต้น ๑,๖๘๗,๖๙๐ คน ม. ปลาย ๙๗๓,๙๕๓ คน รวมแล้ว ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน เมื่อวานมีคนที่แต่งชุดไพรเวต (Private) ไปโรงเรียน ๖๐๐ จาก ข้อมูลที่ได้มานะครับ ๖๓๘ คน แต่ผมพูดตรงนี้ไม่ได้ท้าทายว่าถ้าอย่างนั้นก็ใส่กันมาเยอะ ๆ ไม่ใช่ครับ แต่ผมคิดว่าวันนี้สังคมอาจจะยังไม่พร้อม และผมหวังว่าในอนาคตเราอาจจะมี แนวทางที่หาทางออกที่เหมาะสม ก็เรียนท่านครับว่าจากผลพิจารณาแนะแนวทางของ คณะกรรมการชุดที่ผมกล่าวถึงผสมผสานกับผู้ที่ปฏิบัติเราคงหาแนวทางที่เกี่ยวกับ เรื่องทรงผม และเครื่องแต่งกายได้แน่นอนครับ ก็ใช้เวลาไม่เกินสิ้นเดือนนี้ครับในการที่จะหา แนวทางที่เหมาะสม แต่ต้องยอมรับครับว่าไม่ว่ากฎ ระเบียบจะออกมาเป็นอย่างไรไม่พอใจ ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั่วทั้งประเทศแน่นอนครับ ขอบคุณครับ