ขจิตร ตั้งคำถามการสรรหาผู้อำนวยการ สกสค. ไม่โปร่งใส ขอชะลอแต่งตั้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

ขจิตร ชัยนิคม ตั้งกระทู้สดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สอบถามความคืบหน้าการดำเนินงานของ สกสค. พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการสรรหาผู้อำนวยการ สกสค. เรียกร้องให้ประธาน สกสค. ชะลอการเซ็นสัญญาและตั้งกรรมการสอบสวนกรณีที่มีข้อครหาการแต่งตั้งที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง รวมถึงการกล่าวหาทุจริตเงินกองทุนครูกว่า 20,000 ล้านบาท

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอถามกระทู้สดท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งต่อไปนี้ผมขออนุญาตเรียกว่า สกสค.

ท่านประธานที่เคารพครับ คุรุสภาได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๘ ต่อมาปี ๒๔๙๓ ก็ตั้งองค์การค้าคุรุสภาขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๖ ได้มีการออกพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษาได้ให้คุรุสภาซึ่งทำหน้าที่ทั้งเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครูและสวัสดิภาพ สวัสดิการครูแยกออกจากกัน โดยคุรุสภาไปทำเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพและให้ สกสค. มาทำเรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการ หลังจากปี ๒๕๔๖ องค์กรของ สกสค. ได้มีกรรมการ จำนวน ๒๑ ท่าน ประกอบด้วยผู้แทนครู ๑๒ ตำแหน่งทั่วประเทศ สกสค. ได้คิดริเริ่มงาน แล้วพัฒนางานสวัสดิภาพและสวัสดิการครูมาตลอด จนกระทั่งคณะกรรมการ สกสค. ได้ออกระเบียบเรื่องกองทุนเงินกู้ ช.พ.ค. ซึ่งได้ให้สมาชิกกู้เงิน แล้วก็ธนาคารออมสิน และธนาคารต่าง ๆ ได้ให้เงินกองทุนมาซึ่งมีจำนวนเงินรวมแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการตอบแทนการทำโครงการนี้ ท่านประธานครับ เรื่องที่มีปัญหาเกิดขึ้น เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ เมื่อมีคำสั่ง คสช. เมื่อปี ๒๕๕๘ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยุบเลิกองค์ประกอบของคณะกรรมการ ก็มีกรรมการเปลี่ยนไปเป็นกรรมการโดยการแต่งตั้งทั้งหมด ในองค์กร สกสค. จะไม่มีตัวแทนครู ๔ ภูมิภาคต่อไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยตำแหน่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านนี้ก็ไปเป็นประธาน สกสค. หลังจากนั้นคณะกรรมการชุดนี้ก็เปลี่ยนแปลงระเบียบของ สกสค. เดิมระเบียบ สกสค. ออกโดยคณะกรรมการแล้วมีความเห็นชอบ ขององค์กรครูทั่วประเทศทั้ง ๔ ภูมิภาค แล้วจึงประกาศใช้เป็นระเบียบ ต่อมาเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงโดยอำนาจของ คสช. กรรมการชุดนี้ก็ไปเปลี่ยนระเบียบเป็นข้อบังคับ ของ สกสค. แล้วก็ดำเนินการเอาเงินกองทุนเงินกู้ของ ช.พ.ค. ช.พ.ค. ย่อมาจากฌาปนกิจ สงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งตั้งมานานแล้ว พร้อมกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคุรุสภา ในจำนวนนี้ท่านได้ไปยุบใช้ข้อบังคับ ใช้อำนาจ ซึ่งตัวเองออก ยุบ และยึดเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้ วันนี้ครูกำลังตามเอาเงินเขาอยู่ ทีนี้เรื่องที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม แล้วก็เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ มีการประกาศ สรรหาตำแหน่งผู้อำนวยการ สกสค. ทั่วประเทศ จำนวน ๖๔ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ในจำนวน ๖๔ จังหวัดนี้ การคัดเลือกหรือการสรรหาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เดิมให้ สกสค. จังหวัดตั้งกรรมการสรรหาส่งรายชื่อมา ๒ ท่าน แล้วก็ส่วนกลางก็ชี้เอาใน ๒ คนนั้น ได้คนประจำจังหวัดนั้นแทบทั้งสิ้น คราวนี้มีการเปลี่ยนวิธีการหรือวิธีการสรรหาใหม่ ไม่ให้จังหวัดสรรหามา เปลี่ยนโดยให้ส่วนกลางรับสมัครทั้งหมด ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าสิ่งที่มัน เกิดขึ้นเวลานี้ซึ่งครูกำลังเคลื่อนไหวทั่วประเทศ สมาพันธ์สมาคมครู ๔ ภูมิภาค ไม่ว่าสมาพันธ์ครูภาคเหนือ สมาพันธ์ครูภาคใต้ ชมรมครูภาคกลาง และชมรมครูภาคอีสาน ได้ประชุมกันเห็นความไม่ชอบมาพากลของผล ซึ่งเลขาธิการ สกสค. ท่านประธานครับ เลขาธิการ สกสค. นี่ไปดูตามรายชื่อแล้วเป็นบัญชีรายชื่อผู้สมัครลำดับที่ ๑๑ พรรคพลังประชารัฐ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นลำดับที่ ๑ เป็นบัญชีเดียวกัน เวลานี้ย้ายมา ทำการอยู่ที่ สกสค. เต็มรูปแบบครับ ข้อประเด็นที่ครูสนใจและแคลงใจก็คือว่า ผลการคัดเลือกประกาศวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนนี้ มี ๑๘ จังหวัด เขาให้ข้อสังเกตว่า เป็นเครือข่ายของผู้บริหารสำนักงานชัดเจน แต่เกือบทั่วประเทศมีความเป็นไปเป็นมา ที่ไม่น่าไว้วางใจ ใน ๑๘ จังหวัด เช่น จังหวัดชลบุรี ชัยภูมิ นนทบุรี น่าน ระยอง สุรินทร์ อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ แล้วก็หลาย ๆ จังหวัด เพชรบูรณ์ พิษณุโลกด้วย ท่านประธานครับ มีบางจังหวัดวันนี้ก็เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษานะครับ ขึ้นป้ายไม่ต้อนรับ ผู้บริหาร สกสค. จากต่างจังหวัด เช่นนครสวรรค์ แล้วก็หลายจังหวัดที่ขึ้น ในศรีสะเกษ ในสุรินทร์ ท่านประธานครับ ผมมีคำถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นคำถามสั้น ๆ เท่านั้นว่าเมื่อผลการสรรหาได้รับการคัดค้านจากสมาชิกของ สกสค. ซึ่งเขาจะเป็นผู้ใช้บริการ สกสค. ในการสรรหา ผมจึงเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน สกสค. ว่าท่านจะดำเนินการชะลอการทำสัญญา ว่าจ้าง ผอ.สกสค. จังหวัดในทุกจังหวัด ซึ่งมีการสรรหาที่เคลือบแคลงและเป็นที่สงสัย มีคนกล่าวด้วยว่าอาจจะมีการใช้เงินใช้ทองในระดับ ๕๐๐,๐๐๐ ๗๐๐,๐๐๐ ถึงล้าน แล้วเป็นการตกลงใต้โต๊ะของกลุ่มผู้บริหาร สกสค. ซึ่งประกอบไปด้วยปาร์ตีลิสต์ (Party list) ลำดับที่ ๔๑ ของพรรคพลังประชารัฐ แล้วก็เป็นเลขาธิการ ท่านก็เป็นประธาน มันเป็น ข้อครหา เป็นการเคลื่อนไหวในทั่วประเทศ ท่านจะยกเลิกหรือชะลอ ท่านยังไม่ได้เซ็นสัญญา ท่านจะดำเนินการเซ็นสัญญาในวันที่ ๖ ธันวาคมนี้ ท่านจะชะลอการเซ็นสัญญา แล้วก็ตั้ง กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วก็ฟังข้อร้องเรียน ตอบสนองข้อร้องเรียนของสมาพันธ์ สมาคมครูแห่งประเทศไทย และสมาคมครูบำนาญภาคอีสาน สมาคมครูบำนาญภาคเหนือ และทั่วประเทศ ท่านจะชะลอการเซ็นสัญญาว่าจ้าง ผอ.สกสค. ซึ่งคัดเลือกโดยส่อไปในทาง ทุจริตครั้งนี้ก่อนได้หรือไม่ เป็นคำถามแรกครับ