สุรสิทธ์ สนับสนุนปลดกระท่อมจากยาเสพติด ชี้ควรควบคุมไม่ใช่ปราบปราม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สุรสิทธ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สนับสนุนร่างกฎหมายปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด โดยเห็นว่าเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นที่ไม่ก่อภัยต่อสุขภาพและสังคม จึงควรควบคุมมากกว่าปราบปราม พร้อมเสนอให้ลดงบประมาณการจับกุมและบำบัด แล้วหันมาบริหารจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาเพื่อผลักดันกฎหมายให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต

นายสุรสิทธ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กระผมเองมีความรู้สึกคล้อยตามกับท่านสมาชิกนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เป็นร่างหนึ่งที่สมควรให้การสนับสนุน อย่างน้อยที่สุดนะครับ ที่ได้รับฟังจากท่านสมาชิก แล้วก็ข้อมูลได้รับทราบว่าพืชกระท่อมนั้นเป็นพืชเฉพาะภาค โดยเฉพาะใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ก็ไม่ปรากฏที่จะมีอยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสานนะครับ ส่วนจะมีมากน้อย ผมเองอาจจะไม่ได้ รับทราบ อย่างน้อยที่สุดผมเรียนว่าโดยภาพรวมในส่วนของพืชกระท่อม แม้ว่าจะอยู่ใน กฎหมายฉบับใดมาก่อนก็ตามนะครับ แต่ว่าพืชกระท่อมก็จะเป็นพืชหนึ่งที่ถือว่าเป็นพืชสมุนไพร ของพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ซึ่งปรากฏค่อนข้างชัดเจนนะครับว่าพืชนี้จะไม่มีผลกระทบ ต่อสุขภาพ ไม่มีผลกระทบต่อการที่จะก่อให้เกิดในเรื่องของอุบัติเหตุ หรือว่าในเรื่องของ อาชญากรรมทั้งหลาย เป็นสิ่งหนึ่งที่ชาวภาคใต้เขาได้ใช้ตามวิถีชีวิตของเขามานาน และเป็น สิ่งที่ชาวภาคใต้นั้นได้มีการเรียกร้องในสิ่งเหล่านี้มาตลอด ผมเรียนว่าในผลกระทบที่เกิดขึ้น มีน้อยมาก ในขณะเดียวกันเราก็ไม่เคยปรากฏในทางสังคมนะครับว่าพืชกระท่อมจะมีการผลิต เพื่อนำเข้าส่งออก หรือว่าประกอบเป็นธุรกิจในการพาณิชย์ทั้งหลายก็ไม่ปรากฏ ผมถึงเรียนว่าสิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมถือว่ากระท่อมเป็นพืชที่ไม่มีผลกระทบในทางสังคม มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากกราบเรียนว่าจากการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ในส่วนของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์มีความเห็นชอบ ในส่วน ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ความจริงอาจจะบอกว่าไม่ได้เห็นชอบ เพียงแต่ว่ามีความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อกังวล ที่จะเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อกังวลที่ไม่ได้มีข้อมูลที่มีความชัดเจน ว่าจะมีผลกระทบในสิ่งเหล่านี้อย่างไร แม้ว่าจากการอภิปรายของท่านสมาชิกจะปรากฏว่า พืชกระท่อมได้มีโอกาสไปผสมกับสารอื่น แล้วก็เรียกว่าสี่คูณร้อย ก็คือไปผสมกับอีก ๓ สาร แล้วก็ก่อให้เกิดเป็นสิ่งที่มีผลต่อสุขภาพร่างกายก็ตาม แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจาก ตัวพืชกระท่อมเอง เป็นผลที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่นำมาผสมและเป็นสิ่งที่เป็นความผิดตามกฎหมาย อยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงกราบเรียนว่าในส่วนที่เป็นความกังวลเหล่านี้ก็น่าที่จะมีลดน้อยลง และผมเองผมเชื่อว่าจากรายงานผลกระทบตามมาตรา ๗๗ เราจะเห็นได้ว่าข้อมูลที่ปรากฏ ที่จะทำให้สภามีความคลายกังวล และพี่น้องประชาชนมีความคลายกังวลอย่างยิ่ง สิ่งที่สำคัญ ที่สุดก็คือร่างฉบับนี้จะเป็นเรื่องที่ทำให้กระท่อมได้กลับมาสู่ระบบของการควบคุมที่ไม่ใช่ ยาเสพติด ดังที่ได้มีข้อมูลอยู่แล้วว่าทั้งในต่างประเทศ ๓๐ กว่าประเทศด้วยกัน กระท่อม จะมีอยู่ ๓ ส่วน ก็คือส่วนที่มีความผิดแล้วก็อยู่ในความควบคุม ก็จะมี ๔-๕ ประเทศเท่านั้นเอง ในเอเชีย แต่ว่าในต่างประเทศอื่น ๆ ก็จะอยู่ในประเภทที่ไม่ใช่ยาเสพติด แล้วก็ไม่ได้อยู่ใน ความควบคุม แต่ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะนำไปสู่ในเรื่องของการปลดจากยาเสพติด แต่ก็อยู่ในการควบคุมนะครับ ซึ่งก็อยากจะเรียนว่านอกจากแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปแล้ว ผมเรียนว่าเป้าหมายหนึ่งนอกจากที่จะลดกำลังเจ้าหน้าที่ในการจับกุมแล้ว ส่วนหนึ่งถ้าเรา จะดูนี่นะครับ การลดงบประมาณก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีการพูดกัน ผมอยากนำข้อมูลสักนิดหนึ่ง ที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า จากย้อนหลังในระยะ ๓ ปี มีค่าใช้จ่ายงบประมาณ ในการป้องกันและปราบปราม รวมทั้งในเรื่องของการบำบัดรักษายาเสพติด ในปี ๒๕๖๒ ใช้งบประมาณไปประมาณ ๕,๒๐๐ กว่าล้านบาท ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๑ ใช้ไปประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในปี ๒๕๖๐ ได้ใช้เงินไปประมาณ ๔,๘๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าถาม จำนวนเงินนี่เยอะไหม มันก็ค่อนข้างเยอะนะครับ ถ้าหากว่าเรามีโอกาสได้ลดงบประมาณเหล่านี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าในข้อมูลสถิตินะครับ จากการจับกุมผู้ต้องหาปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๓ ผมเรียนว่าผู้กระทำความผิดในพืชกระท่อม มีช่วงอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี แต่ว่าแนวโน้มค่อนข้าง ที่จะลดลง จากสถิติอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีนะครับ ซึ่งมีทั้งหมด ๗๒๔ คน ในปี ๒๕๖๒ เหลือ ๕๗๒ คน ในปี ๒๕๖๓ เหลือ ๑๑๙ คน ซึ่งเป็นทำนองเดียวกันกับช่วงอายุของการจับกุม ๑๕-๑๙ ปี ๒๐-๒๔ ปี ๒๕-๒๙ ปี ๓๐-๓๔ ปี และ ๓๕-๓๙ ปี รวมทั้งอายุ ๓๙ เป็นต้นไป สถิติที่เกิดขึ้น ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ แนวโน้มลดลงมาตลอด สิ่งเหล่านี้อาจจะ เป็นประสิทธิภาพของการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย กับอีกประการหนึ่งคือสิ่งหนึ่งที่เป็น เรื่องของการสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ผมเรียนว่าความห่วงใย ขออนุญาตอีกสักนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ความห่วงใยในสิ่งเหล่านี้ ก็คือความห่วงใยในเรื่องของเด็กและเยาวชน ผมเรียนว่าในเรื่องของงบประมาณก็ดีนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเท่ากับเราจะมาดูว่าในปัญหาเหล่านี้มันเป็นปัญหาที่จะกระทบต่อสังคมหรือไม่ ผมเรียนว่าในสิ่งเหล่านี้แม้ว่าพืชกระท่อมจะไม่ใช่เป็นพืชที่มีอันตรายมากมายนะครับ แต่ว่า ในขณะเดียวกันอย่างน้อยที่สุดก็เป็นพืชหนึ่งที่มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ดังนั้น ความจำเป็นและการป้องกันความกังวลว่าเราจะใช้แบบอิสระเสรีนี่คงไม่ใช่ เพราะผมเชื่อว่า รัฐบาลนี้ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านมีแนวทางในการที่จะเสนอ กฎหมายภายใน ๑๘๐ วัน แต่ในร่างฉบับนี้นะครับ ผมเรียนว่าจะมีข้อกำหนดในเรื่องของ การผลิต ในการครอบครอง ในการจำหน่าย ในการส่งออกและนำเข้าอย่างครบวงจร แล้วก็ จะดูในภาพรวมว่าสิ่งเหล่านี้จะมีการกระทบต่อเด็กแค่ไหน อย่างไร โดยการกำหนดอายุ โดยการกำหนดในเรื่องของบุคคลที่จะมีโอกาสที่จะขออนุญาต ซึ่งผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ จะเป็นการรองรับ แล้วก็เป็นการกำหนดในเรื่องของแนวทางที่จะมีการป้องกันไม่ให้ผลกระทบ จากการที่เราจะปลดใบกระท่อมนี้ออกจากในระบบของยาเสพติด อย่างไรก็ตามผมอยาก เรียนว่าก้าวต่อไปของทางกระทรวงยุติธรรมก็คือการทำงานเพื่อสังคม แล้วก็เพื่อให้เป็นที่มั่นใจ ของพี่น้องประชาชนว่าพืชกระท่อมไม่ใช่เป็นสิ่งที่มีอันตราย เพียงแต่ว่าเราจะมีข้อจำกัด ในเรื่องของ พ.ร.บ. ควบคุม ในเรื่องของพืชกระท่อมมา

ผมอยากเรียนประการสุดท้ายนะครับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ ป.ป.ส. นั้น จะร่วมกันคิด ร่วมกันสร้างกฎหมายฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แล้วก็มีกฎหมาย ที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตนะครับ ผมเองโดยภาพรวม ผมเห็นชอบกับร่างฉบับนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ