ซูการ์โน มะทา แสดงความกังวลต่อการยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด โดยเกรงว่าจะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงมาตรการป้องกันการลักลอบใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิดอย่างชัดเจน พร้อมเสนอให้มีมาตรการเฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกดำเนินคดีในอดีตและกำกับดูแลผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมา
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หนักใจ สำหรับผมที่จะมาพิจารณาในขั้นหลักการ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี แล้วก็มีของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ท่านนะครับ ได้มีการแก้ไขเรื่องพืชกระท่อม ก่อนอื่นซึ่งในการแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ นั่นก็คือ ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ แก้ไขตามมาตรา ๗ (๕) ก็เหมือนอย่างที่ผมได้อภิปรายไปแล้วในช่วงของ การรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเสร็จแล้วเมื่อช่วงบ่าย ๆ นะครับ ประเด็นที่ผมมีความห่วงใยก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน คงทราบดีว่าปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาหนึ่งที่รุนแรงกว่าปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถ้าเรามาพูดถึงพืชกระท่อม ถ้ามันเป็นพืชที่ใช้สำหรับ เป็นยาชูกำลังเพียงอย่างเดียวนั้นก็อาจจะเห็นด้วย แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือพืชกระท่อม เป็นสารตั้งต้นชนิดหนึ่งที่สามารถไปผสมกับสารตั้งต้นชนิดอื่น แล้วกลายเป็นยาเสพติดที่ให้โทษ แล้วก็ติดกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในอดีตเราก็จะเห็นว่า ผู้ที่ติดพืชกระท่อมก็จะเป็นผู้ใช้แรงงานที่เป็นชั้นกรรมาชนหรือกรรมกรในพื้นที่ หรือชาวนา ชาวไร่ เป็นเรื่องของยาชูกำลังที่ให้มีความอดทน แต่ท่านรู้ไหมครับว่าเท่าที่ผมอ่านดูจากร่างทั้ง ๓ ฉบับ ก็ได้พูดถึงเรื่องของประโยชน์ เรื่องของ การยกเลิกออกจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษของพืชกระท่อมนั้น พูดแต่เรื่องของ ประโยชน์เท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงแล้วสิ่งสำคัญที่สุดอยากจะชี้แจงต่อท่านรัฐมนตรี แล้วก็ ต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าพืชกระท่อมไม่ใช่พืชที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ พืชกระท่อมเป็นพืชที่นำเข้ามาจากภูมิภาคอื่นของประเทศไทย แต่เป็นพืช ที่มีการได้รับความนิยมในการเป็นสารตั้งต้นสำหรับเหล่าเยาวชน ที่ผมเคยนำมาเรียนแล้วว่า ประมาณ ๘๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ของประชากร ๒ ล้านคน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้เป็นพืชในสารตั้งต้นในการผสมสี่คูณร้อย สิ่งที่ผมห่วงใยมากที่สุดก็คือว่าวันนี้ถ้าหากเรา มีการยกเลิกพืชกระท่อมไม่ให้ใช้เป็นสารเสพติดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้ว มาตรการต่าง ๆ ที่ท่านรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่จะมาใช้นั้นว่าเราจะมี มาตรการป้องกันอย่างไรว่าถ้าให้เสรีให้ทุกบ้านสามารถปลูกพืชกระท่อมแล้ว ปัญหายาเสพติด จะไม่แพร่กระจาย ควบคุมไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมต้อง เรียนท่านรัฐมนตรีตามตรงนะครับว่าความห่วงใยนอกจากเรื่องของความไม่สงบแล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ เรื่องของยาเสพติด วันนี้คือปัญหา เป็นปัญหา เป็นวาระของประเทศที่เป็นวาระแห่งชาติ ที่เราจะต้องมาให้ความจริงใจ จริงจังในการแก้ปัญหา เพราะปัญหายาเสพติดยังมีแพร่กระจาย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายแล้วว่าเดิมทีผู้ที่ติดพืชกระท่อมส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้แรงงาน ที่มีอายุสูง แต่ปัจจุบันเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เด็กในมัธยม เด็กโรงเรียนประถมมีการเสพพืช น้ำกระท่อมเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากฟังความเห็น จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่ามาตรการเหล่านี้ท่านยังมีกฎหมายอื่นประกอบ หรือไม่ว่าหากยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษแล้ว ท่านมีมาตรการอย่างไร จะป้องกันไม่ให้เอาพืชกระท่อมนี้ไปเป็นสารตั้งต้นในการผสมเป็นสิ่งเสพติดที่ให้โทษที่รุนแรง หรือร้ายแรง ท่านรู้ไหมครับว่าคนที่ดื่มน้ำกระท่อมนั้นนอกจากเสพติดแล้วยังเป็นภัย ต่อร่างกายด้วย สิ่งที่ปรากฏชัดนั่นคือว่าผู้ที่เสพใบกระท่อมหรือน้ำกระท่อมเกินขนาด ท่านรู้ไหมครับ มันเป็นยาขยัน แต่ถ้าเสพมากมันก็เป็นยาขี้เกียจเหมือนกัน เพราะนอนไม่ตื่น อันนี้มันมีมุมมองให้เห็นชัดว่ามุมมองในเรื่องของความเป็นคุณสมบัติในเรื่องของยาชูกำลังก็จริง แต่ว่ามันทำให้คนเราเกิดความขี้เกียจขึ้นมา อันนี้อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านจะมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้เอาสารตั้งต้นของพืชกระท่อม มาเป็นส่วนผสมของยาเสพติดอย่างไร
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้ายนะครับ เพราะว่าเวลาเหลือน้อย ก็อยากเรียน ฝากท่านรัฐมนตรีว่าในกรณีที่เรายกเลิกพระราชบัญญัติยกเลิกยาเสพติดฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ หลัง ๖ เดือนแล้ว เราจะมีบทเฉพาะกาลหรือบทอะไรพิเศษหรือไม่ ที่ให้มีผลย้อนหลังไปถึง ผู้เสพติดที่ถูกคดีเพราะเสพน้ำกระท่อม ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีหลายท่านนะครับ เพราะเสพน้ำกระท่อมหรือเสพยาแล้วถูกตรวจเป็นฉี่สีม่วง เขาเสียสิทธิที่จะมาเป็น เสียสิทธิ ทางกฎหมายเพราะว่าติดเป็นสารเสพติด อันนี้ผมอยากถามท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่า ท่านจะมีบทเฉพาะกาลแก้ประเด็นเหล่านี้อย่างไรว่าผู้ที่เป็นนักโทษที่ติดคุก ติดคดีเรื่องสารเสพติด เหล่านี้พืชกระท่อมนะครับ ท่านจะมีมาตรการอย่างไรในการให้ความช่วยเหลือสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหายาเสพติดเพราะดื่มน้ำกระท่อม แล้วทำให้เขาขาดคุณสมบัติ ในการไปประกอบอาชีพอื่นได้ อันนี้ก็อยากฝากเป็นประเด็นสุดท้าย ส่วนในขั้นหลักการก็คงจะต้องรับเพื่อตั้งกรรมาธิการ แล้วก็พิจารณาประกอบในรายละเอียด ต่อไป ผมก็อยากฝากเป็นประเด็นข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าท่านต้องมีมาตรการในการป้องกันว่าถ้าเราเอาพืชตรงนี้พ้นจากยาเสพติดแล้วอย่าลืมนะครับ ประวัติศาสตร์เรามีปรากฏคือสงครามฝิ่น ฮ่องกงเสียดินแดนให้กับสหราชอาณาจักรก็เพราะ สงครามฝิ่น อย่าให้คนไทยต้องติดสารเสพติดมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ