สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายสนับสนุนการปลดล็อกพืชกระท่อมจากบัญชียาเสพติด โดยเน้นศักยภาพในการนำไปใช้ทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และการพัฒนาเป็นสินทรัพย์แห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้มีการควบคุมอย่างเป็นระบบ สนับสนุนงานวิจัย และส่งเสริมความรู้แก่ประชาชนอย่างกว้างขวางเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในญัตตินี้โดยเฉพาะเป็นร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ พระราชบัญญัติจากรัฐบาล แล้วก็ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้นะครับ ผมขอเริ่มต้น ตรงนี้เลยว่าผมเห็นด้วยนะครับ แล้วก็จะสรุปท้ายว่าเห็นด้วย แต่เหตุที่เห็นด้วยได้อย่างไรนั้น จะขออภิปรายตามเวลาครับ ท่านครับ ปี ๒๔๘๖ เริ่มที่มีการควบคุมกระท่อมด้วยพระราชบัญญัติ กระท่อม ปี ๒๔๘๖ แล้วก็ไล่มาจนเข้าบรรจุเป็น พ.ร.บ. ยาเสพติดประเภท ๕ ใน พ.ร.บ. ยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่เคยเห็นพืชกระท่อมจริง ๆ ในชีวิตราชการ ผมก็เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาพอสมควรนะครับ ก็อยากบอกว่ากระท่อมเป็นพืชที่เป็นต้นไม้ครับ ยืนต้นขนาดกลาง มีแก่นเป็นไม้เนื้อแข็งท่านประธานครับ สิ่งสำคัญที่เอามาเสพคือที่ใบมัน เพราะในใบที่เอามาต้ม มาเคี้ยวมาอะไรเป็นสิ่งเสพติดนะครับ มีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารที่แรงน้อยกว่าฝิ่นสัก ๑๐ เท่าครับท่านประธาน ต้นไม้สูงขนาด ๒๕ เมตร ใบ กิ่ง คล้ายกระดังงา มีดอกที่ใบปลายเป็นพุ่ม ๆ แล้วก็ยังมีผลด้วย เป็นไม้เกือบไม้กึ่งยืนต้นขนาดกลาง นั่นคือสิ่งที่เป็นรูปลักษณ์ของกระท่อม มันจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้าครับ ท่านประธาน แล้วก็ประเด็นสำคัญคือพืชนี้ ใบนี้ ในสากลเขาไม่มีหลักนิยมใช้ว่าเป็นยาเสพติด ในอนุสัญญาทั้ง ๓ อนุสัญญาที่ปรากฏในนานาชาติ ผมไม่ขอกล่าว ปรากฏอยู่ในหนังสือ อยู่แล้วครับท่านประธาน ไทยเรานั้นได้ใช้กฎหมายนี้ควบคุม มีอยู่ ๔ ประเทศเท่านั้นเองครับ ถ้าไทยปลดออกไปก็จะเหลืออีก ๓ ประเทศ คือ พม่า เกาหลีใต้ และอินเดีย อินเดียซึ่งเป็น ประเทศที่มีประชากรใช้พืชนี้ในการเสพอย่างมหาศาล ท่านคิดดูนะครับ นักท่องเที่ยวคงแห่ มาที่นี่พอสมควร ถ้าเมืองไทยปลดล็อกลงไป นั่นคือสิ่งที่เรากำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสากลครับ ท่านประธาน การเป็นสากลนั้นคือมีความชัดเจนว่าเราจะนำพืชกระท่อมตัวนี้ไปสู่เวชกรรม ไปสู่ทันตกรรม ไปสู่แพทย์แผนไทย แผนโบราณที่คิดว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยเฉพาะ ขอเน้นนะครับว่าเมื่อเราปลดล็อกแล้ว สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีคงจะต้องดำเนินการคือการควบคุม สิ่งสำคัญคือขณะนี้เรามีการปลดปล่อย การปลดล็อกพื้นที่ปลูกใน ๑๓๕ ไปแล้ว คงจะต้อง ศึกษาครับท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า ป.ป.ส. จะต้องส่งทีมลงไปศึกษาเลยว่าการคอนดักต์ (Conduct) หรือเมื่อปล่อยเป็นพื้นที่ปลูกแล้วมีธรรมนูญของชุมชนที่จะควบคุมการปลูกพวกนี้อย่างไร แล้วศึกษานะครับ สิ่งที่เป็นผลกระทบผมจะไม่พูดถึง ผลกระทบเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข แต่ผมจะพูดในแง่ของด้านกฎหมายและวิชาการเท่านั้นเอง ในกฎหมายนั้นก็แน่นอนครับ สภาแห่งนี้กำลังฟูฟ่องด้วยกระท่อม แล้วกัญชง กัญชา จากพรรคการเมือง แล้วก็ฝ่ายรัฐบาล อย่างชัดเจน แล้วก็เป็นสิ่งที่ประชาชนคงยิ้มกันออก และบอกกันชอบนะครับว่ารัฐบาล โดยสภาแห่งนี้ ผมก็เลยอยากให้ทางสภาแห่งนี้ได้ใช้วาระอย่างนี้เผยแพร่สิ่งสำคัญให้กับ ประชาชนได้เข้าใจให้มาก ๆ ขึ้น โดยเฉพาะความรู้ และในการปรับตัวให้เข้ากับการสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจนะครับ ให้ถือโอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะเข้าไปเชื่อมโยงในเรื่องของ การแก้ไข ออกกฎหมาย หรือกฎหมายตัวไหนที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องให้ประชาชนได้รู้ และเข้าใจ เพื่อปลดทุกข์ร้อนของประชาชนให้ได้
และสุดท้ายจริง ๆ เรื่องของการกระทบที่เกี่ยวกับเรื่องทางด้านวิชาการครับ ท่านประธาน แน่นอนครับ วิชาการก็หนีไม่พ้นงานวิจัย หลาย ๆ ท่านก็คงพูดไปแล้วครับ ท่านผู้ทรงเกียรติว่าเรื่องงานวิจัย ทั้งในเชิงทดลองกับเชิงสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้หรือสังคม ในชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจภาคใต้ และการกำหนดทิศทางในประเด็นของ การควบคุมที่จะควบคุมหลังจากปลดปล่อยกฎหมายนี้ ตลอดจนการต่อยอดไปยังเป็นพืช เศรษฐกิจในอนาคต ตรงนี้ละครับคือเงื่อนไขผลกระทบตรงนี้ที่สำคัญคืองานวิจัย คือจะต้อง ให้ทางมหาวิทยาลัยหลายมหาวิทยาลัยลงไปปูพรมเพื่อหาข้อเท็จจริงนะครับ ถ้าเกิดได้ข้อเท็จจริง หรือต้นแบบ หรือโมเดล (Model) ต่าง ๆ มามันก็จะทำให้การปลดล็อกพืชกระท่อมครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้ในเรื่องของการสังเคราะห์เคมีที่เรียกว่า ไมทราไจนีน (Mitragynine) เอามาใช้ได้อย่างไรในใบ หรือแม้แต่การกำเนิดเกิดขึ้นของการจะผลิต แวลู (Value) ที่เป็นอาหารหรือสินทรัพย์ที่ใช้พืชกระท่อมเป็นตัวบ่งบอกของสินทรัพย์นี้ ไปยังตลาดโลกได้อีกนะครับ ที่ผมพูดไปเมื่อวานก็คืออาจจะสู้ชาเขียวมัทฉะของญี่ปุ่นใส่ลงไป ในอาหาร มันก็จะช่วยในการบรรเทาหรือไปเป็นยาอุดฟันเพื่อแก้ปวดฟันชั้นดีได้เมื่อปวดฟัน ในเรื่องต่าง ๆ อนาคตข้างหน้าท่านประธานครับ พืชกระท่อมอาจจะนำมาปลูกเป็นไม้ยืนต้น คล้าย ๆ ต้นพะยูง คล้าย ๆ ต้นสัก เพราะมันเป็นต้นไม้สูง สวย และอาจจะนำประโยชน์มาให้ เป็นสินทรัพย์ที่สามารถขายเป็นตลาดใหญ่ต่อไปได้ ผมคิดว่าราษฎรคงมีความสุขในประเด็นนี้ อยากให้ทางรัฐสภาประชาสัมพันธ์ทั้งความรู้ แล้วก็สิ่งที่ได้จากงานวิจัยให้มากที่สุด เพื่อให้ วาระแห่งนี้เป็นผลผลิตของสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ