ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือการแก้กฎหมายเกี่ยวกับกระท่อม โดยสนับสนุนการนำออกจากยาเสพติดประเภท 5 เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่แสดงความกังวลต่อการควบคุมการใช้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเยาวชนและปัญหายาเสพติดในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้ว เหมือนกับลุกขึ้นมาอภิปรายในครั้งนี้ วันนี้มันเหมือนกับฉายหนังซ้ำนะครับ เพราะว่า เมื่อสักครู่นี้ได้ลุกขึ้นมาในเรื่องของการพิจารณาศึกษาหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ได้ตั้งข้อสังเกต จริง ๆ ผมไม่ขัดขวางครับ ยินดีที่จะรับ หลักการในการตั้งกรรมาธิการ เพื่อไปยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกระท่อม แต่ก็อด เป็นห่วงไม่ได้ ก็เลยอยากลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่าท่านเสนาบดี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านมีความตั้งใจ แล้วก็มีความห่วงใยในปัญหาหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะท่านไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อย่างน้อย ๆ ถ้าได้ยกเลิกก็ทำให้ คนนั้น โดนดำเนินคดีนั้นในคดีเหล่านี้ไม่มี แล้วคุกก็จะได้เบาบางขึ้น การเสียหายทางด้าน เศรษฐกิจนั้นก็ลดน้อยถอยลงกับเรื่องราวเหล่านี้ แต่สิ่งหนึ่งผมเองนั้น ผมมีอคติมาโดยตลอด กับเรื่องของยาเสพติด จะสังเกตเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มีเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดเข้ามาในสภานั้น ผมจะต้องใช้สิทธิในการลุกขึ้นอภิปราย กระท่อมนี่ผมรู้จักมาตั้งแต่ผมเด็ก ๆ ครับ ใบกระท่อม แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าเคยได้ชิมรสชาติว่ามันเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าไปติดหรือไป กินประจำหรอกครับ พอมันเป็นใบกระท่อม เพราะว่าใกล้ ๆ บ้านผม สมัยผมเด็ก ๆ เขาก็ปลูกกันอยู่ วันนี้ผมเข้าใจว่าเพื่อนผู้แทนราษฎรหลายท่านโดยเฉพาะเพื่อนผู้แทนราษฎร ที่มาจากทางใต้ก็เป็นห่วง เพราะกระท่อมนี่นอกจากที่จะเป็นพืชเศรษฐกิจในวันข้างหน้านั้น วันนี้ก็กลายเป็นกระท่อมภาคการเมืองนิดหน่อย ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ตั้งแต่ดูในชั้นของ กรรมาธิการวิสามัญที่เอามาชี้แจง แต่ของท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์นั้นผมเชื่อว่าเป็นความเจตนาที่ดี แต่สิ่งหนึ่งเรื่องกระท่อมในวันนี้นะครับ ผมเอาเรื่องที่อภิปรายมาแล้วมายืนยันว่าผมไม่เชื่อว่า เด็กรุ่นใหม่ที่อายุ ๒๕ ปีลงไปจะมาบริโภคใบกระท่อม ผมไม่เชื่อครับ เพราะผมเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ ในวันนี้เท่าที่เป็นข่าว เท่าที่รู้ แล้วก็เป็นปัญหามาแม้กระทั่งว่าผมไม่อยากจะคุยเรื่องเก่า ในปัญหาตอนกรือเซะ ก็ทราบข่าวว่าใบกระท่อมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เยาวชน แล้วก็ เด็กวัยรุ่นนั้นฮึกเหิม เพราะว่าวันนี้กระท่อมนั้นเอาไปผลิต คือไปผสมแล้วก็ปรุงมาเป็นสี่คูณร้อย ผมก็อยากฝาก ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์นะครับว่าต้องออกมาตรการหรือ พ.ร.บ. รองรับ ต้องควบคุมให้อยู่ ถ้าควบคุมไม่อยู่แล้วมันจะเป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า ผมเชื่ออย่างนั้นครับ แล้วผม ก็คิดอย่างนี้ตลอดสำหรับกระท่อม ตั้งแต่มีข่าวว่าจะนำเรื่องกระท่อมมาแก้กฎหมายในสภา เพื่อให้ออกจากยาเสพติดประเภท ๕ ผมกังวลเรื่องเดียวครับ เรื่องอื่นผมเห็นด้วย เรื่องของ การที่จะช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจ ยิ่งวันนี้ข้าวก็ไม่มีราคา ก็ดีเหมือนกันจะได้ปลูกใบกระท่อม ขายกัน เผื่อเศรษฐกิจมันจะดีขึ้น ความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะดีขึ้น เพราะว่าดูจาก การเขียนมาในรายงานก็ดี ใน พ.ร.บ. ก็ดี ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้นที่เกี่ยวกับกระท่อม พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สมัยก่อนเรามีข้าว มียางพารา มีมันสำปะหลัง ก็ตามที่ท่องกันและ ที่เรียนกันมานะครับ แต่วันนี้ก็อาจจะไปใส่ในหลักสูตรของเด็กนักเรียนว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นล่ำเป็นสัน พี่น้องชาวนาก็อาจจะได้เปลี่ยนอาชีพ พี่น้องชาวสวนยางก็อาจจะได้เปลี่ยนอาชีพมาปลูกกระท่อมกัน ส่วนในเรื่องของทางวิชาการ ผมเชื่อว่าตั้งแต่ท่านแรก จนกระทั่งมาคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เมื่อสักครู่ได้ให้รายละเอียดไว้ มากมายทีเดียว ผมคงจะไม่ต้องอภิปรายซ้ำ แต่ด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมผ่านท่านประธานจริง ๆ นะครับว่าเรื่องอื่นไม่มีความกังวลใจ จะเอามาใช้ ในวงการแพทย์ก็ดี หรือจะเอามาทำอะไรดี ผมก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่มาตรการของเด็ก ในวันข้างหน้า เพราะเด็กในวันนี้เขาไม่ได้มีเงินทอง ไม่ได้มีรายได้นะครับ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาอาชญากรเกิดจากไหนครับ ก็เกิดจากเด็กไปติดยาเสพติด โดยเฉพาะที่บ้านผมที่สุรินทร์ เรื่องยาบ้าวันนี้กระจายมาก ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ครับ ถ้าเขาขายได้นี่เหมือนกับคนเดิน ขายลอตเตอรี่แล้วครับ แล้วราคาค่อนข้างถูกด้วย ๕ เม็ด ๑๐๐ บาท ๔ เม็ด ๑๐๐ บาท ก็ไม่ทราบว่าเขาขายไม่ออกหรือว่ายาบ้าในเมืองไทยมันมากจนเกินพิกัด ต้องลดราคา ในสมัยยุคท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมกล่าวซ้ำนะครับว่าในสมัยนั้นยาบ้ามันเม็ดละ ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ก็เพราะว่าหาไม่ได้ เพราะนโยบายในการปราบยาเสพติดหรือยาบ้า มันรุนแรง ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ก็จำได้เพราะท่านก็เป็นเสนาบดีอยู่ แต่อยู่ในกระทรวงอื่น สมัยนั้นคนเสพก็ถือว่าเป็นคนป่วย ก็ต้องเอาไปรักษา แต่คนค้าหรือเอเยนต์ (Agent) รายใหญ่ ก็อาจจะต้องเอาไปเข้าวัดนะครับ คืนเดียว ๒ คืน ก็อาจจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะไม่อย่างนั้นแล้ว มันปราบไม่ได้กับขบวนการยาเสพติด ฉะนั้นวันนี้พอมีใบกระท่อมขึ้นมา ผมก็คิดว่าถ้ามันเกิด ความเป็นเสรีขึ้นมา ตรงไหนก็ปลูก ตรงไหนก็ลักลอบปลูก ผมทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลายท่านยกตัวอย่างเรื่องสิ่งเสพติดจากต่างประเทศมาเปรียบเทียบกับคนไทย เราต้องเข้าใจ อย่างหนึ่งว่าที่นี่คือประเทศไทย คนไทยเราแน่นอนที่สุดครับ ความมีวินัย อย่างน้อย ความเข้าใจในบริบทของสังคมยังน้อย แล้วก็ความเคารพกฎหมาย ความกลัวกฎหมาย ยังน้อยมากครับ ฉะนั้นต้องดำเนินการแล้วเขียนกฎหมายไว้ให้ชัดเจน แล้วบางครั้งแม้กระทั่ง วันนี้ยาเสพติดหรือพวกกระท่อมพวกนี้ก็เป็นหนทางหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้หาโอกาสรีดไถ เยอะแยะมากมายครับ ปล่อยตัวกันระหว่างทาง ไปข่มขู่ ไปกรรโชก ใช้ความเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับว่าไม่ปฏิเสธครับ แต่ต้องระมัดระวังแล้วออกกฎหมาย มารองรับนั้นให้รอบคอบกับเรื่องนี้ อย่าหวังแต่ว่าเป็นเรื่องเศรษฐกิจ อย่าหวังที่เป็นการช่วยเหลือ คนที่ติดแล้ว แล้วก็โดนจับ โดนดำเนินคดี ต้องมองรอบด้านมองบริบทว่าวันนี้เราพร้อมจริง หรือเปล่า พี่น้องประชาชนให้การยอมรับจริงหรือเปล่า พี่น้องมีความตั้งใจจริง ๆ หรือเปล่า กับเรื่องของกระท่อมเสรี ผมก็อยากฝากท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้เซ็นเอกสารให้มาดำเนินการจัดทำ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่อนุญาตให้มีกระท่อม ซึ่งค่อนข้าง จะเป็นเสรีในวันข้างหน้า แล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ที่ท่านมีความตั้งใจที่จะช่วยในอะไร หลาย ๆ อย่าง แต่ก็ขอฝากในอีกมุมหนึ่งที่เป็นความน่ากังวลให้กับเด็ก ให้กับเยาวชน ของประเทศชาติที่จะเป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าของบ้านเมืองในโอกาสต่อไป ขอกราบ ขอบพระคุณครับ