จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการปลดล็อกใบกระท่อมและกัญชา หลังกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ โดยระบุถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต อาชญากรรม การติดสาร และอาการถอนตัวที่รุนแรง หากขาดการควบคุมที่เข้มงวด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงมาตรการกำกับดูแลอย่างชัดเจน ทั้งการตรวจจับในด่านต่าง ๆ การป้องกันการลักลอบผสมสารอื่น และการเตรียมรับมือช่องว่างกฎหมายก่อนบังคับใช้จริง รวมถึงเตือนถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิบัตรและการผูกขาดเชิงพาณิชย์โดยต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศที่มีบทเรียนอย่างญี่ปุ่น จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางกรอบการกำกับดูแลที่รอบด้านและโปร่งก่อนดำเนินการต่อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การประกาศออกนั้นผมไม่ติดใจครับ ไม่มีความรู้ แต่ผมอยากจะบอกท่านประธานครับว่าผมไม่มั่นใจรัฐบาลครับ ดูข่าวที่ผ่านมา ที่บางปะกงนี่ยังแหยง ๆ เมื่อวานฟังรัฐมนตรีท่านกรุณาชี้แจงก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่เดี๋ยวผม จะไปทำความเข้าใจครับ แต่ที่อยากจะบอกผ่านไปยังรัฐบาลก็คือว่าการถอดบัญชียาเสพติด ออกนั้นไม่ใช่เรื่องยากครับ ปรับไปตามสถานการณ์ของโลก แต่ผมมีอยู่ ๓ กลัว ๑ เกรง ท่านประธานครับ
กลัวที่ ๑ ก็คือผมกลัวว่าจะมีการติดยาในลักษณะเช่นนี้หนักขึ้นแล้วก็เลิกยากขึ้น เราพูดกันแต่เรื่องดีครับ เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของการรักษา ถ้าเอาไปใช้ถูกทางมันก็ดีครับ แต่ถ้าเอาไปใช้ในการเสพ มันก็คนละเรื่องนะครับท่านประธานครับ สารต่าง ๆ ที่อยู่ในใบกระท่อม เรารู้จักกันดีครับว่า สารไมทราไจนีน (Mitragynine) แล้วก็มีตัวย่ออีกมากมาย ผมไม่ลง รายละเอียดครับ แต่อยากจะบอกท่านประธานครับ เขาบอกว่าเสพใบกระท่อมนี่มันไม่ติดจริง แต่มันติดใจ มันไม่ติดจริงแต่มันติดใจ ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่ามีงานนิพนธ์ของโรงพยาบาล จิตเวชที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาครับ ไปทำกลุ่มตัวอย่างของพี่น้องชาวภาคใต้ครับว่า เสพใบกระท่อมแล้วมีกี่รูปแบบ ๑. ก็คือดื่มน้ำ ๒. ก็คือเคี้ยว เคี้ยวนี่จะผู้สูงวัยหน่อยครับ เพราะว่าเคยเคี้ยวมาตั้งแต่โบราณ แต่ประเด็นต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่า ไม่ติดจริงแต่ติดใจนี่เลิกยากกว่าติดจริงนะครับ เพราะเวลาเคี้ยวไปหรือว่าดื่มน้ำไป มันมีพลังงานมากมายครับ เรามองแต่ข้อดี โอ้โฮ ร่างกายดีแข็งแรง บำบัดรักษาโน่นนี่นั่น แต่ท่านประธานครับ มนุษย์นี่ลองไม่นอนสัก ๒-๓ วันนี่อาการเซแล้วนะครับ สมองฝ่อ ผิวแห้ง ตัวดำ เกิดอาการหงุดหงิดส่งผลกระทบต่อไปยังอาชญากรรมต่าง ๆ นี่ผมพูดในแง่ข้อร้าย ที่ผมกลัวในข้อที่ ๑ ครับ
นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในงานนิพนธ์ของโรงพยาบาลจิตเวช ที่ตะกั่วป่า เขาเขียนไว้ชัดเจนบอกว่าการดื่มน้ำใบกระท่อมนี่นะครับ ส่วนใหญ่ก็จะไปผสมยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) บ้างก็ไปผสมโค้ก ผสมยาแก้ไอ เลยเถิดถึงขนาดอยากเมาหัวทิ่มบ่อก็ผสมยากันยุง อันนี้ท่านดูหรือเปล่าล่ะครับว่าถ้าท่านปลดล็อกไปแล้วนี่คนจะเอาไปใช้ในทางการแพทย์ เพียงอย่างเดียวไหม รัฐบาลได้เตรียมตัวหรือไม่ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยตอบช่วงท้าย ๆ ครับ ผมเป็นกังวลมากนะครับ เพราะว่ามีการถอนใบกระท่อม คำว่า ถอน นี่คือถอนยาท่านประธานครับ เหมือนเราเมาเหล้าแล้วเราแฮงก์ (Hang) ตอนเช้าแล้วเราถอนนี่ครับ มีคนไปรักษาจำนวนมาก เพราะว่าติดยาเสพติดประเภทนี้ในภาคใต้นะครับ นี่ยกจังหวัดเดียวจังหวัดพังงา จริง ๆ มี หลากหลายจังหวัด และขออภัยชาวจังหวัดพังงาด้วยครับ เป็นรายงานการศึกษาทางการแพทย์ ที่ผมอยากจะบอกต่อไปก็คือส่วนใหญ่นี่ช็อก (Shock) ใบกระท่อมครับเวลาถอน เนื่องจาก ปวดกระดูกท่านประธานครับ เพราะว่าเวลาเสพไปแล้วนี่มันมีพลัง มันไปกรีดยางได้จาก ๔-๕ ชั่วโมงก็เป็น ๑๐ ชั่วโมงอะไรประมาณนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากบอกท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า กลัวที่ ๑ ของผมก็คือกลัวจะติดหนักแล้วเลิกยากขึ้น
ประเด็นที่ ๒ ครับ กลัวที่ ๒ ก็คือกลัวคนจะโดนจับมากขึ้น เมื่อสักครู่ ท่านเขียนอยู่ในรายงานนี่นะครับ เขียนบอกว่าลดภาระเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ไม่ต้องจับใบกระท่อม ผมนี่รู้จักใบกระท่อมตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะพ่อเป็นตำรวจท่านประธานครับ วันหนึ่งผมอยู่ที่โรงพัก บ้านพักอยู่ สน. คันนายาว สมัยเด็ก ๆ พ่อเป็นสารวัตรสอบสวนก็จับใบกระท่อมถุงมา ผมก็ถาม ใบอันนี้มันผิดกฎหมายด้วยหรือ พ่อก็บอกว่าผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นการจับใบกระท่อมสมัยก่อนเป็นหน้าที่นะครับ แล้วคำนี้เคยได้ยินบ่อย ๆ ครับ ยัดใบกระท่อม มันเป็นข้อหาที่ง่าย เอาละท่านบอกว่าเมื่อปลดล็อกแล้วมันก็แก้ไขปัญหาได้ ก็ดีครับ แต่ที่ผมอยากจะบอกต่อไปในกลัวที่ ๒ ก็คือว่า ท่านรัฐมนตรีทำให้ผมไม่ไว้วางใจ ที่ท่านไปตรวจที่บางปะกง เคตามีน (Ketamine) ยาเคไต้หวงไต้หวัน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ เพราะถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ประกาศใช้หมายความว่าใบกระท่อม ออกนอกระบบกลายเป็นพืชเสรีใช่หรือไม่ ถ้าใช่ คนขับรถไปเขาเสพใบกระท่อมหรือเขากิน ใบกระท่อม เลิกจากคำว่า เสพ มาเป็นการกิน ท่านประธานนึกภาพดูครับ ไปเจอด่านตรวจ ระบบการตรวจของท่านพร้อมไหม แยกออกไหมว่าฉี่สีม่วงเข้ม สีม่วงอ่อน มันมาจากยาอื่น ไม่ใช่มาจากใบกระท่อม อันนี้รัฐบาลต้องตอบนะครับ และเหนือยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานครับ ดูในมาตรา ๒ เขียนชัดเจนนะครับบอกว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้กำหนด หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายความว่า ประกาศผ่านรัฐสภาไปแล้ว ประกาศราชกิจจานุเบกษา ค่อยบังคับใช้อีก ๖ เดือน คำแบบนี้ ประชาชนรู้ไหมครับ ประกาศพรุ่งนี้ราชกิจจานุเบกษา พรุ่งนี้ก็ซัดกันเต็มเหนี่ยวละครับ หัวทิ่มบ่อกันไปตาม ๆ กัน ตำรวจก็ไปจับได้นะครับ เพราะว่ายังไม่ครบ ๖ เดือน อย่างนี้ รัฐบาลเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ ๖ เดือนแห่งการรอคอย หลังจากที่กฎหมายบังคับใช้ ในการประกาศราชกิจจานุเบกษาจะเป็นประเด็นสำคัญและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ถ้ารัฐบาล ไม่บอกพี่น้องประชาชนครับ
ประเด็นต่อมาในเรื่องกลัวที่ ๒ ที่คนจะโดนจับมากขึ้นนะครับ ผมถามหน่อย เถอะครับว่าเครื่องตรวจของท่านมันสามารถไหมครับ ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านวิชัย ท่านเป็นกรรมาธิการกับผมใน พ.ร.บ. ยาเสพติดอีกหลากหลายฉบับ ผมพยายามจะหาวิธี การแก้ไขให้กับประเทศนี้โดยการแก้ไขกฎหมายอย่างรัดกุมครับ ฝ่ายค้านก็ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวท่านตอบกลัวที่ ๒ นะครับว่าท่านสามารถแยกแยะได้ไหมว่าคนตรวจ ยาเสพติด เดี๋ยวนี้ฉี่ม่วงปุ๊บมาเลย ล็อกคอเลย แล้วผมบอกว่าผมเสพกระท่อม ผมกินน้ำกระท่อม เอาอย่างไรล่ะครับ สิทธิเสรีภาพของผู้ตรวจคืออะไรครับ รัฐบาลเตรียมตัวแบบไหน อย่างไร ท่านตอบครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่ผมเกรงมากที่สุดในประเด็นที่ ๓ ก็คือว่า กลัวจะไม่มีการควบคุมจนเลยเถิด มันมีการควบคุมจนเลยเถิดอย่างไรบ้างครับ ยกตัวอย่างเช่น พอมีคนเสพก็มีคนขาย พอเปลี่ยนจากคำว่า เสพ มาเป็นกิน มาเป็นดื่ม มันมีตัวอื่นผสมอยู่ เยอะแยะมากมายเลยครับ ที่เรารู้จักกันดีว่าสี่คูณร้อย เดี๋ยวนี้เยาวชน คนหนุ่มสาวบางคน เอาน้ำใบกระท่อมไปเสพแล้วก็ใส่สารบางอย่างเข้าไป ซึ่งทางการแพทย์หรือทางรายงาน ที่ผมค้นนี่นะครับ บอกว่าตำรวจตรวจไม่เจอ พอตำรวจตรวจด่านแอลกอฮอล์ครับ เมาแอ๋เหมือนกัน ตำรวจก็งง เฮ้ยกินอะไรนี่ เมาอะไรนี่ ดมปากก็ไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ ปรากฏว่าเมาสารประเภทนี้ครับ นี่ละครับที่ผมบอกว่าท่านจะไม่มีการควบคุมจนเลยเถิดหรือไม่
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ เป็นประโยชน์ ๑ เกรงของผมก็คือว่า เมื่อท่านเอาละปลดล็อกมันแล้ว ท่านจะบอกว่านี่คือพืชเศรษฐกิจ นี่คือยารักษาโรค แต่สิ่งที่ ผมพูด ๓ กลัวมานี่ท่านได้ตอบให้กับสภาด้วยก่อนที่จะประกาศใช้ เพราะ ๑ เกรงนับจากนี้ ไทยคิดช้ากว่าคนอื่นอยู่เสมอ ประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ครับได้ประกาศในการขึ้นทะเบียน ใบกระท่อมเป็นลิขสิทธิ์ของเขาที่ประเทศญี่ปุ่น ผมกล้าพูดเพราะระบุเป็นข่าวชัดเจนครับ
คำถามต่อไปครับ ในประเทศไทยท่านจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์คำว่า กระท่อมไทยแลนด์ หรือยัง ถ้ายังต้องรีบนะครับ พรุ่งนี้ตื่นมานึกถึงจิรายุปุ๊บรีบไปครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานที่เคารพ ในหลายประเทศเขาไม่ได้อยู่ในหมวดยาเสพติด แต่เขาอยู่ในหมวดที่เรียกว่า เวชภัณฑ์หรือยา ซึ่งถามว่าผิดกฎหมายไหม ไม่ผิดแต่ต้องควบคุม เสพเกิน ๓ โดส (Dose) จะตาย กินเกินเท่านั้นเท่านี้ ไทยเอาแค่ยกออกไปแล้วก็ไปทำ พืชเศรษฐกิจ คำถามก็คือว่า แล้วถ้าเกิดเสพไม่มีจำกัด ไม่มีการควบคุมล่ะจะทำอย่างไร อันนี้เป็นความเกรงที่ผมกังวลใจอย่างยิ่งนะครับว่า ถ้ารัฐบาลได้เพียงแต่ทำเช่นนี้ ไม่ได้ไปดู ตัวอย่าง อย่างเช่น ในออสเตรเลีย ในอังกฤษ เดนมาร์ก ญี่ปุ่น มาเลเซีย บรูไน อะไรนี่นะครับ เขาจัดเป็นบัญชียาที่ต้องควบคุมแต่ว่าไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษ นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องลิขสิทธิ์นะครับ ที่เขาเอาไปแปรรูปเป็นผง ทุกวันนี้ท่านประธานรู้จักถั่งเช่าไหมครับ ไม่รู้ถั่งเช่าจริงหรือเปล่า โฆษณาเต็มโทรทัศน์หมด หลอดแคปซูลหลอดเดียวบอกว่าถั่งเช่า ต่อไปนี้กระท่อมไทยแลนด์ ญี่ปุ่นหรือต่างชาติเขาจะขึ้นทะเบียนแล้วนะครับ อย่าได้รอช้าครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ๓ กลัว ๑ เกรงของผม เป็นข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี และท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านวิชัยที่นั่งอยู่นะครับ ผมไม่กลัวหรอกครับ ออกเมื่อไรก็ออกได้ อีกหน่อยเฮโรอีน (Heroin) อาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ ยาเคเป็นเรื่องปกติก็ออกไปครับ แต่ผลกระทบที่มันจะตามมา เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องพึงสังวรแล้วก็ต้องระวัง และต้องชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ