สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สมชาย ฝั่งชลจิตร สนับสนุนให้รัฐบาลยกกระท่อมออกจากกฎหมายยาเสพติด และเรียกร้องให้ยกโทษให้กับคนภาคใต้ที่มีกระท่อมในครอบครอง

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคใต้ ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอ โดยเฉพาะฉบับของท่าน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดที่ผ่านมาแน่นอนครับ ในเรือนจำหรือทัณฑสถานทั่วประเทศก็เต็มไปด้วยนักโทษยาเสพติด ปัญหาสังคมที่เราเห็นอยู่ ก็เป็นปัญหายาเสพติดที่กำลังเป็นปัญหาสังคมใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่เรื่องหนึ่ง ที่จะต้องพูดในที่นี้ว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่เอาใบกระท่อมหรือกระท่อมเข้าไปเป็นยาเสพติดประเภท ๕ และนั่นก็คือต้นตอ ของความรู้สึกว่ารัฐไทยได้ใช้ลักษณะที่เป็นอำนาจนิยม พยายามวางโครงสร้างของรัฐ แบบรัฐราชการ ที่เอาพฤติกรรมเอาโครงสร้างวัฒนธรรมของสังคมชาวบ้านให้เป็นประโยชน์ แล้วก็ใช้อำนาจในการกดทับลงไปผ่านเครือข่ายของความคิดว่าพี่น้องประชาชนเป็นผู้เสพ ยาเสพติด โดยเฉพาะภาคใต้ในลักษณะของพืชกระท่อม ถ้าหากว่าย้อนกลับไปในอดีต ท่านประธานคงทราบว่าในยุคสมัยหนึ่งฝิ่นมันคือของที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีโรงฝิ่นที่เสพกัน ได้ทั่วประเทศ นั่นเพราะมาจากอิทธิพลของมหาอำนาจที่บอกว่าการค้าฝิ่นเป็นเรื่องชอบธรรม ของโลก แต่ว่าในสิ่งที่ผมจะพูดวันนี้ก็คือเรื่องกระท่อม เรื่องท่อมนี่ภาษาใต้เขาเรียกว่า เช้าขึ้นมา เย็นขึ้นมา เที่ยงขึ้นมาก็ต้องใช้คำว่า หวนท่อม ก็คือการเคี้ยวกระท่อมและกลืนน้ำ ลงไปตามไปเพื่อให้มันเกิดอารมณ์ความรู้สึก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมบอกว่าวันนี้ก็ยินดีที่รัฐบาล ได้มองเห็นความสำคัญว่าลักษณะของการกดทับในโครงสร้างรัฐส่วนกลางที่เอาใบกระท่อม ไปเป็นพืชยาเสพติดประเภท ๕ ในปี ๒๕๒๒ มันควรจะถอดออกแล้วก็ยินดี แล้วก็สนับสนุน ว่าการยกพืชกระท่อมออกจากสารหรือยาเสพติดประเภท ๕ ก็เป็นความหวังของพี่น้องชาวใต้ มานานแล้ว นักการเมืองในภาคใต้รุ่นก่อน ๆ กว่าผมก็เคยพยายามที่จะพูดว่าควรจะเอาออก ตั้งนานแล้ว เพราะว่าในพื้นที่ภาคใต้ยกเว้นว่าการผลิตแบบสี่คูณร้อยอย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติกล่าว แต่ว่าไม่มีพฤติกรรมใด ๆ ที่เกิดลักษณะของความรุนแรงที่มาจาก การเคี้ยวใบกระท่อมสด ๆ ของพี่น้องภาคใต้ มีอย่างเดียวที่เขาพยายามจะทำก็คือเวลา จะขับรถไปไหน เวลาจะลงงานที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ต้องใช้ใบกระท่อมก่อนเพื่อที่จะกระตุ้น เขาเรียกว่า กระตุ้นเหมือนกับยาชูกำลัง แล้วก็ให้มีความรู้สึกว่าทนต่อแดดได้ นี่คือสิ่งที่มันเป็น เรื่องของชนชั้นแรงงาน ก็บอกว่าลักษณะโครงสร้างอำนาจรัฐที่มีลักษณะกดทับไปนี่ละ วัฒนธรรมที่เป็นพื้นฐานของคนชั้นแรงงานนี่กรุงเทพฯ มักจะมีความรู้สึกว่ามันไม่ดี มันไม่สวย มันไม่งามในสายตาของคนกรุงผู้มีอำนาจ ปี ๒๕๑๙ ทุกคนก็รู้ว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษา ประชาชนถูกเข่นฆ่า แต่ว่าปี ๒๕๒๒ สังคมกรุงเทพฯ มองไปว่าคนใต้มีความเลวอยู่อย่างหนึ่งก็คือการเสพใบกระท่อม แล้วก็ใช้โอกาสนี้ในการกำหนด กฎหมายขึ้นว่าใบกระท่อมคือความชั่ว แล้วก็สิ่งที่ปรากฏก็คือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ก็ใช้โอกาสโดยเฉพาะฝ่ายกระบวนการยุติธรรม มีโทษตั้งแต่ปรับ จำคุก ตั้งแต่การเสพ การมีไว้ในครอบครอง จะจำหน่ายหรือไม่จำหน่าย ปลูกไว้ที่บ้าน ก็ถือว่าเป็นผู้ครอบครอง ถ้านำไปสู่การจำหน่ายโทษมันอาจจะถึง ๒ ปี ถึง ๑๐ ปี ปรับถึง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือการใช้อำนาจอย่างมหาศาลในการที่จะดำเนินการกับคนที่มีกระท่อม ในครอบครองหรือเสพกระท่อมในภาคใต้ โครงสร้างของกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นเครื่องมือ ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไปไล่ล่าประชาชนไม่ว่าจะมีกระท่อมอยู่ในบ้าน บางครั้งก็ใช้วิธีการ โค่นมันให้หมดเกลี้ยง พี่น้องก็ต้องไปหามาอีก การไล่ล่ามันจึงเกิดการนำเข้ามาจากประเทศ เพื่อนบ้านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และล้ำมาถึงจังหวัดภาคใต้ตอนบน เพราะบ้านเราปราบปราม แล้วก็ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และในชายแดนของเพื่อนบ้านเขาปลูกได้โดยเสรี เขาจึงเป็น สินค้าที่สามารถทำรายได้ให้มหาศาล เรื่องราวของทางวิชาการในการที่จะนำกระท่อมไปใช้ ประโยชน์ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคก้าวไกลและพรรคอื่น ๆ ก็ได้พูดกันมา พอสมควร ก็ขอสนับสนุนในการที่รัฐบาลและผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ให้ยกกระท่อมออกจาก การเป็นยาเสพติดประเภท ๕ ครับ ขอบพระคุณครับ