สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

พยม พรหมเพชร เสนอญัตติว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยขอให้ถอดพืชกระท่อมออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ และขอแก้ไขกฎหมายควบคุมพืชกระท่อมให้ไม่ให้พืชกระท่อมเป็นยาที่ผิดกฎหมาย

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๓ ตามที่ได้เสนอญัตติ ว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยให้ให้มีการถอดถอนพืชกระท่อมออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งปัจจุบันกระท่อมยังถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช ๒๕๒๒ กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มี การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพืชกระท่อมดังกล่าว โดยถอดถอนชื่อพืชกระท่อมออกจาก ยาเสพติดให้โทษ ผมเองเป็นคนภาคใต้ คนจังหวัดสงขลาโดยกำเนิด อยู่ในจังหวัดสงขลามาจนถึงปัจจุบัน ได้เห็นบริบทของคนภาคใต้บ้านเรา ซึ่งสงขลามีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มี ๓ อำเภอ คือ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา และอำเภอนาทวี ได้เห็นคนภาคใต้ได้ใช้ พืชกระท่อมมาเป็นประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย เช่น มีการเคี้ยวกระท่อมสด หรือนำมาชงชา หรือต้มน้ำดื่ม เป็นการบำรุงร่างกายเพื่อให้มีเรี่ยวมีแรงในกลุ่มของชาวสวน กลุ่มผู้ใช้แรงงาน และตลอดจนถึงรับกระท่อมมาจากประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศติดต่อ ซึ่งประเทศมาเลเซีย ไม่มีการควบคุมพืชกระท่อม ซึ่งถ้าเราไม่เสียประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และโดยกฎหมายไทย ห้ามมิให้นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะฉะนั้นวิชาชีพ โดยเฉพาะวิชาชีพเวชกรรม หัตถกรรม และวิชาชีพแพทย์แผนไทยที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงในพื้นที่นั้นจะเห็นว่าใบกระท่อมอยู่คู่กับชาวไทยมาตลอด อีกทั้งกระท่อม เคยมีการใช้ทำยาสมุนไพร โรคตามตำราแผนโบราณ เช่น ระงับอาการแก้ไอ ระงับอาการปวดฟัน ระงับการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รักษาโรคเบาหวาน รักษาอาการปวดประจำเดือน ท้องร่วง กล่อมประสาท สมานแผลในปาก ห้ามเลือด ลดความดัน แก้พิษจากพืช สัตว์ ระยะเวลานานแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถสกัดอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ที่พืชกระท่อมมีประมาณ ๔๐ ชนิด มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทราบว่าทุกคน มีความห่วงใยในเรื่องเยาวชน ซึ่งพืชกระท่อมจะนำไปผสมกับส่วนต่าง ๆ เป็นสี่คูณร้อย ซึ่งกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงมาพอสมควรแล้วนะครับ ในสี่คูณร้อยนั้นจะมีสารชนิดหนึ่ง ซึ่งผิด พ.ร.บ. ยาเสพติด ก็คือของโคเดอีน (Codeine) ซึ่งมีความผิดผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๓ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้วก็มีส่วนผสมของ อัลปราโซแลม (Alprazolam) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ก็จะผิดฐานผลิตวัตถุออกฤทธิ์ ประเภท ๒ ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช ๒๕๕๙ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านทราบไหมครับว่าพืชกระท่อมไม่ได้ถูกกำหนดไว้ให้เป็นยาเสพติดให้โทษในระดับต่างประเทศ กฎหมายต่างประเทศ ๓ ฉบับ ก็มีอนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ คริสตศักราช ๑๙๖๑ หรือพุทธศักราช ๒๕๐๔ อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท คริสตศักราช ๑๙๗๑ หรือพุทธศักราช ๒๕๑๘ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านลักลอบยาเสพติด วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท คริสตศักราช ๑๙๘๘ หรือพุทธศักราช ๒๕๓๑ ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการควบคุมพืชกระท่อมนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

สำหรับพืชกระท่อม อันนี้ดูภาพ มีภาพด้วยนะครับ ประเทศที่ไม่มีการควบคุมพืชกระท่อม ซึ่งผมได้รับข้อมูลมาใหม่จาก ท่านสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ประเทศที่ไม่มี การควบคุมพืชกระท่อม ดูตารางที่ ๒ ด้วยนะครับ นั้นเป็นสัดส่วนของประเทศต่าง ๆ ประเทศที่ไม่มีการควบคุมพืชกระท่อม ๔๘ ประเทศ ประเทศที่ไม่ใช้กฎหมายยาเสพติดให้โทษ ๑๗ ประเทศ และประเทศที่ควบคุมแบบยาเสพติดให้โทษก็มี ๕ ประเทศ ซึ่ง ๕ ประเทศนี้ ก็มีประเทศไทยอยู่ด้วยนะครับ มีเกาหลีใต้ ไทย เมียนมา อิตาลี และอินเดีย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ตลอดจนหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงยุติธรรม ก็ได้ประชุมสัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการกันหลาย ๆ ครั้ง จนผ่าน ค.ร.ม. มาถึงวันนี้นะครับ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งไว้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจากบริบททั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าพืชกระท่อมไม่ใช่เป็นยาเสพติด พืชกระท่อม ยังเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และในการบำรุงรักษาดูแลโรคต่าง ๆ หลายโรค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นของพืชกระท่อมสามารถมาทำเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ได้นะครับ เพราะฉะนั้นด้วยเวลาอันจำกัด กระผมเห็นว่าท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีความเห็นด้วย อย่างยิ่งกับการเสนอกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด โดยถอดชื่อพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ให้โทษ ถือว่าประจวบเหมาะและทันสถานการณ์ ขอขอบพระคุณครับ