เทพไท เสนพงศ์ หารือแนวทางการใช้พืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้ปลดล็อกกฎหมาย ยกเลิกสถานะยาเสพติด และผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายให้ครอบครองและปลูกได้ในปริมาณที่จำกัด มีการติดตามผ่าน QR Code และให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจกับผู้บริโภคในปริมาณน้อย ขณะเดียวกันเน้นการควบคุมไม่ให้แปรรูปในเชิงพาณิชย์ และผลักดันให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อรองรับการใช้กระท่อมอย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ ผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาแนวทางแก้ไข การใช้กัญชา กัญชง และพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ และในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการศึกษาปัญหาพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ ต้องขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็ เพื่อนสมาชิกที่ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านสนใจเรื่อง กัญชา กัญชง และกระท่อมมากที่สุดครับ และยิ่งวันนี้ได้มีประกาศยกเลิกกัญชา กัญชง ออกจากพืชเสพติดประเภท ๕ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับพี่น้องประชาชน คนไทย ส่วนพืชกระท่อมรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมต้องขอขอบคุณ ท่านประธาน พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ที่ได้มอบหมายให้ผมและคณะได้ไปศึกษาเรื่องปัญหา พืชกระท่อม ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมาธิการขึ้นชุดหนึ่ง ประกอบด้วย ผมเองเป็นประธาน และมี เพื่อนสมาชิก คุณชูศักดิ์ คีรีมาศทอง คุณชัยชนะ เดชเดโช คุณวิชัย ไชยมงคล คุณสามารถ หวานหู คุณกิตติ สัตรัตน์ คุณสุนทร รักษ์รงค์ คุณโกเมท เกิดสมบัติ คุณสกล กิตติ์นิธิ และคุณศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษาเรื่องพืชกระท่อมโดยเฉพาะ โดยแบ่งพื้นที่ไปศึกษาอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือในภาควิชาการใช้ห้องประชุมโดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ แล้วก็องค์การเภสัชกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากหลายที่ เข้ามาให้ข้อมูล กับส่วนที่ ๒ ที่เราทำก็คือไปพบพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเรียกว่าไปตั้งเวที ประชาพิจารณ์ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าพืชกระท่อมเมื่อก่อนเป็นพืชที่กินกัน หรือบริโภคกันในพื้นที่ภาคใต้ แต่ว่าระยะหลัง ๆ ก็ได้แพร่หลายไปหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร หรือในเขตพื้นที่หนองจอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ ที่มีพี่น้องที่ใช้แรงงาน เพราะว่าพืชกระท่อมเป็นพืชที่เป็นยาชูกำลัง เป็นยาขยัน ผมได้นำ เพื่อนสมาชิกอนุกรรมาธิการลงพื้นที่ไปตั้งเวทีประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็น ของพี่น้องประชาชนที่บริโภคพืชกระท่อม ก็เลือกพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ๖-๗ อำเภอครับ ท่านประธาน ถามว่าทำไมเลือกพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่ตั้งเวทีประชาพิจารณ์รับฟัง ความเห็นของพี่น้องประชาชนในการบริโภคพืชกระท่อม ก็ต้องเรียนว่าคนลุ่มน้ำปากพนัง เป็นจุดเริ่มต้นของการบริโภคพืชกระท่อมมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนคนลุ่มน้ำปากพนัง ได้อพยพหนีภัยเศรษฐกิจไปอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง และไปถึงสตูล หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็นำพืชกระท่อมไปปลูกที่นั่นด้วย เลยเป็นที่มาของอนุกรรมาธิการต้องไปรับฟังความเห็นของแหล่งต้นตอของพืชกระท่อม ก็คือที่ลุ่มน้ำปากพนัง ผมไปตั้งเวทีประชาพิจารณ์อยู่หลายอำเภอพบว่าสิ่งที่ประชาชน ต้องการมากที่สุดก็คือต้องการให้เรามีการปลดล็อกพืชกระท่อมโดยเร็วที่สุด ท่านประธาน ก็คงทราบนะครับว่าพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดในบัญชียาเสพติดประเภท ๕ ก่อนที่จะ มีการยกเลิก แล้วก็เป็นพืชที่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นเรื่อง สะดวกหรือง่ายมากสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะจับพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดโดยใช้วิธี การจับค้นจากผู้ใช้แรงงานจากเกษตรกร ในพื้นที่ภาคใต้ค้น ๑๐ คนก็เจอพืชกระท่อม ไม่ต่ำกว่า ๗ คนครับท่านประธาน ทุกครั้งที่เวลาหน่วยราชการจะเพิ่มสถิติจับยาเสพติด ท่านประธานก็ไปดูได้เลยครับส่วนใหญ่ก็เป็นพืชกระท่อมครับ และวันนี้ถ้าเราปลดล็อก พืชกระท่อมออกจากความผิดตามกฎหมาย ผมก็เชื่อว่านักโทษที่อยู่ในเรือนจำที่โดนคดี พืชกระท่อมประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน ก็จะได้รับอานิสงส์นี้ด้วยครับท่านประธาน ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมได้ลงพื้นที่ไปเจอพี่น้องประชาชน แล้วก็มีข้อสรุปได้ว่าพี่น้อง ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการที่จะให้มีการยกเลิก แล้วก็แก้ไขกฎหมายให้เร็วที่สุด แล้วก็ต้องการ ที่จะให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร ที่แพร่หลายมากที่สุดแล้วก็เป็นที่นิยมกินพืชกระท่อมไปก็คือ ๑. ความดัน แก้ความดันได้ครับ ท่านประธาน ๒. แก้เบาหวาน แก้โรคกระเพาะ แก้ไอ ล่าสุดผมได้เชิญนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นักวิชาการได้พูดต่อไปว่าพืชกระท่อมสามารถทำเป็นยา ลดความอ้วนได้นะครับ ผมคิดว่าถ้าหากว่าพืชกระท่อมที่ทำเป็นยาลดความอ้วนได้ก็จะเป็น ผลิตภัณฑ์ที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศมากที่สุด แล้วก็จะเป็นอานิสงส์สำหรับคนที่อยากจะ ลดความอ้วนครับท่านประธาน เพราะว่าไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ หรือทางจิต ซึ่งท่านประธานท่านอาจจะไม่ได้เห็นความสำคัญตรงนี้ เพราะว่าท่านประธานเอง ท่านก็ไม่ได้อ้วน ท่านหุ่นดีอยู่แล้ว แต่ว่าคนอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกหลายคนนะครับ ซึ่งผมเองลง พื้นที่ผมไปเจอของจริงก็คือสิ่งที่เป็นไปได้ก็คือว่าไปเจอคนที่กินกระท่อม บริโภคพืชกระท่อม ส่วนใหญ่เขาจะผอมครับท่านประธาน ผมก็ถามว่าทำไมผอม เพราะว่าพอกินพืชกระท่อม เข้าไปแล้วก็อาจจะความหิวข้าวน้อยลง แล้วก็อาจจะอดทนต่อการทำงาน แล้วก็ไม่มีเวลา กินข้าว แล้วก็ทำให้ร่างกายไม่อ้วนครับ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ยืนยันกับผมว่าสามารถทำเป็น ยาลดความอ้วนได้ นี่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ
ส่วนข้อเสนอของผม ผมก็ไปดูในพื้นที่ที่มีพื้นที่นำร่องของ ป.ป.ส. ก็คือ ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี อนุญาตให้ปลูกได้บ้านละ ๓ ต้น แล้วก็มี คิวอาร์โค้ด (QR Code) เรียบร้อย ไปฟังการรายงานผลการปฏิบัติงานจากกำนันสงคราม บัวทอง กำนันตำบลน้ำพุ ก็พบว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น จนปัจจุบัน ป.ป.ส. ก็กำลังมีพื้นที่ นำร่อง ๑๓๕ หมู่บ้านครับท่านประธาน
สิ่งที่ผมเสนอต่อที่ประชุมนี้มาตั้งแต่วาระแรกของการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็คือว่าผมอยากจะให้มีการปลูกพืชกระท่อมบ้านละต้น ๑ ต้น ๑ ครัวเรือน แต่ว่าเวลาไปฟัง ประชาพิจารณ์ ชาวบ้านเขาอยากจะได้ ๓ ต้นครับท่านประธาน ผมก็ถามว่าทำไม เหตุผล อะไรที่อยากจะได้ ๓ ต้น เขาก็บอกว่าเป็น ๓ ต้น ก็ป้องกันที่จะต้นใดต้นหนึ่งโดนเพลี้ยกินใบ จนหมด กับ ๒. อาจจะเผื่อว่าตายไป ก็อาจจะมีต้นสำรองขึ้นมา แต่ว่าเขาอาจจะใช้วิธีการ หลักคิดของ ป.ป.ส. ก็คือว่าหมู่บ้านละ ๓ ต้น ที่เป็นโครงการนำร่องที่ทำอยู่ ก็คงอยากจะใช้ อันนั้น ซึ่งก็แล้วแต่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาว่าถ้าจะให้ปลูก ปลูกบ้านละกี่ต้น
จากการลงพื้นที่แล้วก็จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ จากการศึกษานะครับ ได้พบข้อเสนอแนะก็คือว่า
๑. ควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ก็คงมีวาระการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งผมคิดว่าก็คงจะมีความคืบหน้า ไปแล้ว
๒. ก็คือควรจะแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๒๒ เรื่องการนำเข้า การส่งออก อันนี้กระผมก็คิดว่าทางรัฐบาลก็ได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
ข้อเสนอที่ ๓ เป็นข้อเสนอที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดก็คือว่าในขณะนี้ ระหว่างที่กฎหมายปลดล็อกพืชกระท่อมยังไม่มีผลบังคับใช้สมบูรณ์ เขาก็ขอร้องว่า ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ใช้ดุลยพินิจในการจับกุม ซึ่งผมก็ได้ประสานงานกับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติในขั้นอนุกรรมาธิการ ก็คือว่าถ้าพี่น้องประชาชนพกพาพืชใบกระท่อมไม่เกิน ๓๐ ใบ ก็ถือว่าเป็นการพกพาเพื่อบริโภค ก็ควรจะใช้ดุลยพินิจ ไม่ควรจับกุม แต่ถ้าหากว่า บุคคลใดก็ตามนำพาพืชกระท่อมหรือขนส่งพืชกระท่อมแบบเป็น ๑๐๐ กิโลกรัม หรือแบบ ๒-๓ กระสอบ หรือบรรทุกรถปิกอัป (Pickup) อันนี้จับได้ครับท่านประธาน ก็ถือว่าอันนี้ เป็นการขนพืชกระท่อมเป็นธุรกิจ ทำธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อบริโภค ซึ่งขณะนี้ก็ได้ประสานงานไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ ป.ป.ส. เพื่อที่จะให้ใช้ดุลยพินิจเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ที่บริโภคพืชกระท่อมเป็นสมุนไพรได้สบายใจว่าไม่เสี่ยงต่อการถูกจับกุม
คณะอนุกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องเกี่ยวกับการใช้พืชกระท่อมที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย โดยในกฎหมายพืชกระท่อมจะใช้คำว่า เสพพืชกระท่อม ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนกับ เป็นยาเสพติด เหมือนกับเป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นการเสพ ก็เสนอว่าถ้าจะแก้คำนี้ น่าจะควรใช้ เป็นคำว่า บริโภคพืชกระท่อม หรือ กินพืชกระท่อม
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ก็คือการยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ อันนี้ก็ได้รับการยกเลิกไปแล้ว ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ท่านก็พยายามผลักดัน ท่านรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ได้ผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด เช่นเดียวกัน
๓. กำหนดพื้นที่ครอบครองแล้วก็ใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมโดยไม่ผิด กฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ อันนี้ก็ ป.ป.ส. ได้ประกาศพื้นที่นำร่องไปแล้ว ๑๓๕ หมู่บ้านครับ
๔. ก็คือเรื่องการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่เราเสนอว่าควรกำหนดให้มี การครอบครองหรือปลูกครัวเรือนละ ๑ ต้น แล้วก็ต้องติดคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อให้มี การตรวจสอบและก็ติดตามผลได้นะครับ ซึ่งอันนี้ก็อยู่ในรายละเอียดของกฎหมายต่อไป
ส่วนที่สังคมกังวลมากที่สุดก็คือว่าเมื่อเราเปิดเสรีพืชกระท่อม ปลดล็อก พืชกระท่อมแล้วนี่ ผลที่ตามมาที่กังวลก็คือกรณีนำพืชกระท่อมเป็นสารตั้งต้นไปแปรรูป เป็นยาเสพติด เป็นสิ่งเสพติด นั่นก็คือกรณีสี่คูณร้อยครับท่านประธาน อันนี้แหละ ที่ผู้ปกครองพี่น้องประชาชนกังวลมากครับ อันนี้ผมก็คิดว่าถ้าเป็นสี่คูณร้อยซึ่งมี สารเสพติด ๔ อย่างนะครับไปผสมอยู่ ซึ่งแล้วแต่สูตรของแต่ละคน อันนี้ถือว่ามีเจตนา ที่ต้องการที่จะเสพสารเสพติด อันนี้ยังมีความผิด ผมคิดว่าจะต้องบัญญัติไว้ว่า นี่คือความผิดที่ไม่สามารถที่จะอนุญาตให้ใช้ได้โดยเสรีนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าจะต้มน้ำ กระท่อมแบบน้ำเพียว ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่เคี้ยวไม่ออกแล้ว ไม่มีฟันแล้วนี่นะครับ จะแปรรูปเป็นชนิดผงทำเป็นชาใบกระท่อม อันนี้ได้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าน่าจะทำได้ แต่ว่าถ้าหากว่าต้มและมีสารเสพติดอื่นเข้าไปด้วยนี่อันนี้ก็ถือว่าเป็นความผิดครับ ท่านประธาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อสรุปและผลรายงานการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการบริโภคพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานและเพื่อน สมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านว่าวันนี้ผมภูมิใจมากที่สุดในการเป็นชีวิตนักการเมืองมา ๒๐ ปี ได้มีโอกาสมาทำเรื่องพืชกระท่อมที่พี่น้องประชาชนในภาคใต้รอคอยกันมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐๐ ปีครับท่านประธาน แล้วก็เรากำลังแสงรำไรว่ามันสามารถจะประสบความสำเร็จ ก็ไม่มี สิ่งอื่นใดครับที่จะภูมิใจของชีวิตนักการเมืองก็คือการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้อง ประชาชนคนกินกระท่อมจะต้องไม่หลบ ๆ ซ่อน ๆ จะไม่ต้องเป็นผู้ต้องหา จะไม่ต้องเป็น นักโทษที่ไปอยู่ในเรือนจำโดยการเสพสมุนไพรที่เราเรียกว่าพืชกระท่อมครับ เพราะฉะนั้น ผมภูมิใจแล้วก็ดีใจมากในการมีชีวิตเป็นนักการเมืองที่ได้ทำเรื่องนี้เกือบประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วย ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ได้มีโอกาสได้อภิปรายซักถาม ตั้งข้อสังเกต เพื่อที่จะได้รวบรวมกันมาเป็น ข้อมูลในการที่จะจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับพืชกระท่อม ซึ่งรัฐบาลกำลังเสนอ พ.ร.บ. พืชกระท่อมเป็นกฎหมายโดยเฉพาะขึ้นมา ซึ่งผมเองก็เป็นเจ้าของญัตติเสนอ พ.ร.บ. ประกบ กับของรัฐบาลด้วย กับส่วนที่ ๒ ก็คือ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ที่กำลังเข้าสู่สภา ในวันพรุ่งนี้ได้รับการแก้ไข ผมก็อยากจะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้แสดงความเห็น และเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหายาเสพติดเรื่องกัญชา กัญชง แล้วก็พืชกระท่อมให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน