สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สมชาย วิษณุวงศ์ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ โดยนำเสนอผลการศึกษา ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้คณะกรรมาธิการพิจารณาและดำเนินการตามที่เหมาะสม

พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ขอเรียนเสนอรายงานผลการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ

อันสืบเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชาในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งในการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ และครั้งที่ ๑๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญมีการประชุมและพิจารณากำหนด กรอบการศึกษาโดยแบ่งเป็นประเภทของพืช ได้แก่ กัญชา กัญชง และกระท่อม รวมทั้ง แยกตามการใช้ประโยชน์ประกอบด้วยทางการแพทย์และเศรษฐกิจ ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้น ๓ คณะ ประกอบด้วย

๑. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การใช้กัญชาอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ดอกเตอร์อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เป็นประธาน

๒. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ กัญชงอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ดอกเตอร์พรรณสิริ กุลนาถศิริ เป็นประธาน

๓. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ กระท่อมอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ท่านเทพไท เสนพงศ์ เป็นประธาน

นอกจากนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานด้านกฎหมาย โดยมอบหมายให้นายแพทย์ มารุต มัสยวาณิช เป็นประธานคณะทำงาน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เชิญหน่วยงาน องค์กร บุคคลในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมและนำ ข้อมูลดังกล่าวไปศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อเสนอแนะแนวทาง การกำหนดนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลที่เกี่ยวกับกัญชา กัญชง และกระท่อม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ท่านประธานที่เคารพ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบว่ามีข้อกังวล เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ๓ ด้าน คือ

๑. ปัญหาผลกระทบต่อประชาชน เช่น ผลกระทบต่อร่างกายจากการใช้ และการก่อให้เกิดการเสพติด

๒. ปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น ความยุ่งยากในการจัดหาเมล็ดพันธุ์ การกลายพันธุ์ ระหว่างกัญชาและกัญชง ตลอดจนอุปสรรคในการพัฒนาสายพันธุ์ต่าง ๆ การยื่นขออนุญาต เกี่ยวกับกัญชา กัญชง และกระท่อมมีขั้นตอนจำนวนมากและล่าช้า

๓. ปัญหาในทางกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดของประเทศไทย มีการควบคุมตั้งแต่การปลูก การผลิต การนำเข้า การส่งออก การครอบครองกัญชา กัญชง และกระท่อม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะกฎหมายอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยเท่านั้น และต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด อาจจะกล่าวได้ว่ากฎหมายภายในประเทศยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน

ท่านประธานที่เคารพนอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การเคลื่อนย้ายกัญชาเพื่อไปใช้ประโยชน์จากจุดหนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งมีขั้นตอนและการขอ อนุญาตที่ยุ่งยาก และการจดทะเบียนการคุ้มครองพันธุ์พืช และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา กัญชง และกระท่อมมีข้อจำกัด

ดังนั้น ข้อเสนอหลักของคณะกรรมาธิการจึงมีทิศทางการแก้ไขปัญหาคือ การยกเลิกกัญชา กัญชง และกระท่อมออกจากกฎหมายยาเสพติดให้โทษ แต่เพื่อ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๖๑ และพิธีสารแก้ไข ค.ศ. ๑๙๗๒ อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๗๑ อนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติดและวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ค.ศ. ๑๙๘๘ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญาดังกล่าว จึงยังคง มีการควบคุมการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้จะควบคุมโดยอาศัย ประกาศหรือกฎกระทรวงสาธารณสุขแทน

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนผลการศึกษา ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ ของกรรมาธิการอื่น ๆ รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาในรายละเอียดนั้น กระผมขอมอบให้ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการกัญชา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ กัญชง ประธานคณะอนุกรรมาธิการกระท่อม นำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้ง หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย สรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ