ณัฏฐา มหัทธนา แถลงคัดค้านการห้ามผู้เคยต้องโทษจำคุกสมัครเป็นกรรมการ กสท conflic ชี้ว่าขัดหลักสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญ และนิติธรรม โดยเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวซ้ำเติมผู้ต้องโทษและขัดขวางการกลับคืนสู่สังคม แม้เล็งเห็นว่าการผลักดันอาจยาก แต่ยังหวังว่าการอภิปรายนี้จะช่วยจุดประกายการเปลี่ยนแปลงและสร้างบรรทัดฐานใหม่ในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษกกรรมาธิการ ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉัน มีความเห็นคล้ายกับกรรมาธิการ ๒ ท่านก่อนหน้า แต่ว่าข้อเสนอต่างกันเล็กน้อยนะคะ นั่นคือในมาตรา ๔ ที่บอกว่า ให้ยกเลิกข้อความใน (๗) แล้วก็มีการแทนที่ด้วยข้อความว่า เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดย ประมาทหรือความผิดลหุโทษ เจตนารมณ์ของการใส่ข้อความนี้ลงไป จริง ๆ แล้วเป็นการขยายสิทธิแล้ว ก่อนหน้านี้ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับก่อนหน้าเคยจำกัดสิทธิ มากกว่านี้นะคะ อันนี้เหลือเพียงว่าคนที่เคยจำคุก ถ้าพูดภาษาง่าย ๆ คนที่เคยต้องโทษแล้วก็ เคยถูกจำคุกไม่สามารถจะมาสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ได้ ข้อเสนอของดิฉันคือให้ลบ ข้อความนี้ออกไปเลย หลายท่านอาจจะแปลกใจค่ะ เพราะว่าตามความรู้สึกของคนไทยทั่ว ๆ ไป เราก็อาจจะรู้สึกว่าทำไมล่ะคนติดคุกไม่ให้มาสมัคร ก็ปกตินี่นะคะ นั่นละค่ะคือเหตุผลที่เรา จะต้องมาคุยกัน เหตุที่อยากจะตัดข้อความนี้ออกไปก็เพราะว่ามันขัดหลักการสำคัญ ถึง ๓ หลักการ นั่นคือสิทธิตามรัฐธรรมนูญ หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน ขอใช้เวลา สักเล็กน้อยให้รายละเอียดนะคะ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มีการรับรองสิทธิของพลเมืองไทยไว้ว่าจะมีความเสมอภาคกันตามกฎหมาย และการไม่เลือก ปฏิบัติ ชัดเจนว่าการที่เราจะบอกว่าใครที่เคยมีประวัติต้องโทษจำคุกไม่สามารถมาสมัครได้ ก็คือการเลือกปฏิบัติแล้ว เพราะมันไม่ใช่คุณสมบัติที่เขาจะกำหนดได้ ณ เวลาที่มาสมัคร หรือไม่ใช่แม้แต่คุณสมบัติที่จะพยายามปรับปรุงตนให้มันหายไป การกระทำใด ๆ ที่เสมือน เป็นการขยายโทษและส่งเสริมวัฒนธรรมการตีตราตัวบุคคลแบบนี้ควรจะหมดไปค่ะ ณ วันที่มีผู้กระทำผิด ณ วันที่ศาลพิพากษา ศาลท่านพิพากษาไว้ว่าให้จำคุกกี่ปี กี่เดือน กี่วัน ศาลท่านไม่เคยเขียนในคำพิพากษาว่าบุคคลคนนี้จะต้องถูกตีตราตลอดชีวิต ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ จะต้องมีมลทินตลอดชีวิต ถ้อยคำแบบนี้ไม่เคย ปรากฏในคำพิพากษา แล้วเราจะเอาสิทธิอะไรคะที่จะมาทำการลงโทษซ้ำซ้อน ที่จะมา ทำการขยายโทษ ตามหลักนิติธรรมกฎหมายจะต้องไม่มีผลย้อนหลัง กฎหมายจะต้อง ไม่มีผลย้อนหลังนะคะ หลีกเลี่ยงความขัดแย้งกันเอง และไม่มีการลงโทษซ้ำซ้อนหรือว่า ดับเบิลจีโอพาร์ดี (Double jeopardy) ต้องไม่มี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานของรัฐ ไม่มีอำนาจใด ๆ ในการขยายโทษจากคำพิพากษา และยิ่งในกฎหมายระดับชาติแบบนี้ ไม่ควรถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในการตรากฎหมายให้เป็นตัวอย่าง และเป็นค่านิยมในสังคม หากเราคงข้อความแบบนี้เอาไว้เรากำลังบอกอะไรสังคม เรากำลังบอกว่าบริษัท ห้างร้าน ต่าง ๆ ก็สามารถจะมีกฎแบบนี้นะ เขียนไว้ในกฎเอชอาร์ (HR) ของบริษัทเลยว่าใครเคยถูก ต้องโทษจำคุกมาสมัครงานที่นี่ไม่ได้ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นคำขวัญของกรมราชทัณฑ์ที่บอกว่า คืนคนดีสู่สังคม มันจะมีความหมายอะไร กรมราชทัณฑ์ในภาษาอังกฤษเราใช้คำว่า ดีพาร์ตเมนต์ ออฟ คอร์เรกชันส์ (Department of Corrections) คำว่า คอร์เรกชันส์ (Corrections) ก็แปลว่าการแก้ไขจากผิดให้เป็นถูก ในกระบวนการแก้ไขนั้นเราทำ เพื่อให้โอกาสและเพื่อคืนคนดีสู่สังคม นี่เป็นคำนิยามของกระบวนการยุติธรรมเอง จึงไม่ควรมีการพยายามสร้างบรรทัดฐานใด ๆ ที่ขัดแย้งกับหลักการนี้ค่ะ อย่าให้คำว่า คืนคนดี สู่สังคม เป็นเพียงแค่สโลแกน (Slogan) อย่าสร้างบรรทัดฐานที่ผิดจากในที่ที่ควรจะเป็นที่ ที่สร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับประเทศ ท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมข้อความนี้จึงมาอยู่ ในการแก้ไขฉบับนี้ได้ ดิฉันก็ได้อ่านในการทำงานของกรรมาธิการเราเขาก็จะมีตารางให้ เป็นการบอกว่าส่วนไหนถูกแก้ไข และเหตุผลในการแก้ไขเพราะอะไร ในส่วนของเหตุผล ในการแก้ไขมาตรานี้มีการเขียนไว้ว่า จะแก้ไขลักษณะต้องห้ามกรณีเคยได้รับโทษจำคุก เพื่อให้สอดคล้องกับองค์กรอิสระอื่น เพื่อให้สอดคล้องกับองค์กรอิสระอื่น นั่นหมายความว่า มีการเขียนถ้อยคำแบบนี้เต็มไปหมดเลยในกฎหมายที่เรามีอยู่ในตอนนี้ค่ะ แม้กระทั่ง ในรัฐธรรมนูญเอง ถ้าท่านได้ดูกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง เกี่ยวกับนักการเมือง เกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง หรือในคณะรัฐมนตรี ก็จะมีการเขียนเรื่องต้องโทษจำคุกเอาไว้ แล้วดิฉัน ก็ได้เห็นว่าก็มีรัฐมนตรี คงจะไม่ต้องเอ่ยนามค่ะ แต่ก็จะถูกเอาเรื่องในอดีตขึ้นมาพูด ตลอดเวลา ถ้าเรารู้จักกันก็คงจะทราบว่าดิฉันก็ไม่ได้อยู่ในฟากฝั่งทางการเมืองเดียวกับ รัฐบาลแต่อย่างใด แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่มีการหยิบยกเรื่องแบบนี้ขึ้นมาโจมตี เพราะมันผิดหลักการสิทธิมนุษยชน มันคือการขยายโทษ มันคือการตีตรา และมันไม่ได้เป็น เรื่องส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่งค่ะ แต่ว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับทั้งสังคม จึงได้มาขอใช้เวลาของสภานี้ในวันนี้เพื่อการยืนยันค่ะว่าการตัดข้อความว่า เคยได้รับ โทษจำคุก คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ออกจากคุณสมบัติที่เป็นการตั้งเกณฑ์ จำกัดสิทธิ คนที่จะมาสมัคร กสทช. เป็นเรื่องสำคัญ และจะไม่มีผลเสียใด ๆ เลยกับการสรรหา กสทช. ไม่มีผลเสียใด ๆ เลย ท่านคิดว่าจะมีกี่คนที่เคยถูกโทษจำคุกแล้วจะมาสมัคร อาจจะมีค่ะ มีแล้วอย่างไรคะ ยืนยันหลักการว่าเขาไม่มีมลทิน แต่เขาต้องเข้าสู่อะไรต่อไป เข้าสู่ กระบวนการสรรหา ซึ่งมีการตั้งเกณฑ์อย่างละเอียดนะคะ
สุดท้ายค่ะ ก็ใช้เวลาหมดแล้ว ดิฉันทราบดีว่าการมาอภิปรายในครั้งนี้ การจะ ได้เสียงสนับสนุนคงจะเป็นเรื่องยากมาก ๆ แต่อย่างน้อยขอให้ทดไว้ในความรู้สึกนึกคิด ของทุก ๆ ท่านว่าในโอกาสต่อไปถ้ามีโอกาสก็อยากให้สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยกัน ขอบพระคุณค่ะ