สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

นิคม บุญวิเศษ เสนอแก้ไขมาตรา 7 เพื่อให้ผู้ที่เคยถูกจำคุกแต่พ้นโทษแล้ว 3 ปี สามารถสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ได้ โดยตั้งคำถามว่าทำไมผู้ที่เคยประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือเคยเป็นกรรมการ กสทช. ก็ไม่สามารถสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ได้หากไม่ลาออก 1 ปี และเห็นว่าข้อความนี้เป็นการกีดกันคนที่มีความรู้ความสามารถด้านกิจการโทรคมนาคม

นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคพลังปวงชนไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับท่านประธาน กระผมได้ขอสงวนความเห็นโดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติม ความใน (๗) แล้วก็ตัดข้อความใน (๑๒) ของ ข. ของมาตรา ๗ ลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ครับ

(๗) เคยได้รับโทษจำคุก คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทำโดยประมาทและความผิดลหุโทษ หรือเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วสามปี

เหตุผลที่ผมต้องบอกว่า หรือพ้นโทษมาแล้วสามปีนั้น นั่นหมายถึงว่าผู้ที่ จำคุกมาแล้ว เขาพ้นมลทินมาแล้ว เราก็ย่อมจะให้โอกาสคนเหล่านี้กลับมาเป็นคนปกติ เหมือนพวกเรา ผมก็เลยคิดว่าถ้าพ้นโทษแล้ว ๓ ปี ก็เห็นสมควรว่าควรจะสามารถสมัคร กรรมการ กสทช. ได้

ในอีกประเด็นหนึ่งครับ ใน (๑๒) ที่ผมต้องขอตัด (๑๒) ออกนะครับ (๑๒) ดังนี้ครับ เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ผู้ถือหุ้นส่วนในบริษัท หรือหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลอื่นใดบรรดาที่ประกอบกิจการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ในระยะเวลาหนึ่งปีที่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๑๕ นั่นหมายถึงว่าถ้าผู้ใดที่ดำเนินการทางด้านนี้ ประกอบกิจการกระจาย เสียงโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ถ้าต้องการไปสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ท่านจะต้องหยุดงาน ๑ ปี หรือตกงาน ๑ ปี ฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าข้อความนี้ยังอยู่ก็เป็นการกีดกันคนที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมที่เขามี ความรู้ความสามารถ ท่านประธานครับ คนที่มีความรู้ความสามารถส่วนใหญ่จะไม่ค่อย ตกงานหรอกครับ คือคนเหล่านี้ก็จะมีบริษัทใหญ่ ๆ หรือผู้ประกอบการเขาก็ต้องจ้างคนที่มี ความรู้ความสามารถไปบริหารกิจการของเขา ฉะนั้นถ้าเรายังมาติดในข้อนี้ก็เป็นการขาดโอกาส เสียโอกาสครับที่เราจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ หรือโทรคมนาคมมาบริหาร มาเป็นกรรมการ กสทช. และผมก็เลยคิดว่าควรจะตัด ประเด็นนี้ออกไป หรือถ้าท่านใดคิดว่าถ้าเอาคนเหล่านี้มาสมัครอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ในมาตรา ๙ (๑๘) เขียนไว้ชัดเจนว่าผู้ที่กรรมการคัดเลือกให้เป็นกรรมการ กสทช. แล้ว ท่านจะต้องไปลาออกจากวิชาชีพ จากอาชีพ จากงานเดิมของท่าน ท่านสามารถลาออกได้ ซึ่งก็เท่ากับว่าเขาขาดจากการมีส่วนร่วมหรือประโยชน์ทับซ้อนจากบริษัทเก่าแล้ว ผมยกตัวอย่างครับ ในมาตรา ๕ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๔/๑ และ มาตรา ๑๔/๒ คนที่มี คุณสมบัติดังต่อไปนี้ก็ยังสามารถสมัครได้ครับท่านประธาน ไม่ต้องลาออกนะครับ ยกตัวอย่างเช่น (๑) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีผู้พิพากษา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญ รองหัวหน้าศาลทหารกลาง รองอธิบดีอัยการ หรือตำแหน่งเทียบเท่า เห็นไหมครับคนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องลาออก สามารถสมัครได้เลยครับ ถ้าได้แล้วค่อยลาออกเห็นไหมครับ (๒) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ พลเรือนพนักงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า รองหัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป หรือรองหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐที่เป็น นิติบุคคลหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเทียบเท่า หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่น ของรัฐที่เป็นนิติบุคคลหรือรัฐวิสาหกิจที่มีประวัติการปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม เห็นไหมครับคนกลุ่มนี้ยังไม่ต้องลาออก ๑ ปีเลยครับ ยังสามารถสมัครได้ ถ้ากรรมการเลือก แล้วค่อยลาออกเห็นไหมครับ ใน (๓) เช่นกันครับ เป็นหรือเคยเป็นนายทหาร หรือนายตำรวจที่มียศตั้งแต่ พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือพลตำรวจตรีขึ้นไป ซึ่งมี ประวัติปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม หรือที่เป็นประโยชน์กับการกำกับดูแลกิจการ โทรคมนาคมของประเทศมาก่อน ถ้าบอกว่าประโยชน์ทับซ้อนคนเหล่านี้ยิ่งจะมีประโยชน์ ทับซ้อนมากกว่า เพราะว่ามีทั้งตำแหน่ง มีทั้งยศ มีทั้งการดำเนินงานด้านนี้มาก่อนแล้ว คนกลุ่มนี้ทำไมไม่ให้ลาออก เห็นไหมครับ ฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าถ้าคนกลุ่มนี้สามารถ เป็นหรือเคยเป็นสมัครได้ ผมก็เลยคิดว่าใน (๑๒) เช่นกันครับ ก็ควรจะให้คนที่อยู่ใน (๑๒) สามารถที่จะมาสมัครได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องลาออกก่อน ๑ ปี ไม่เช่นนั้นเราก็จะขาดโอกาส ที่จะได้กรรมการ กสทช. ที่มีความรู้ความสามารถด้านการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมในระยะเวลา ๑ ปีนะครับ ผมจึงเห็นว่าข้อความนี้ ควรจะตัดออก เพื่อให้โอกาสคนเหล่านี้ ก็ขอความกรุณานะครับ ให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ พิจารณาในเรื่องนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ