วิรัช พันธุมะผล อภิปรายเสนอแก้ไขมาตรา 14 โดยให้เปลี่ยนองค์ประกอบคณะกรรมการสรรหา กสทช. ใหม่ให้มีตัวแทนจากฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารแทนชุดเดิมที่มาจากองค์กรอิสระและตุลาการ โดยเห็นว่าการสรรหาควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบต่อประชาชนและสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
ท่านประธาน ผม วิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ ผมว่าท่านเลขาธิการคงจะพลาดไปครับ ผมว่า คือผมในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผมให้ยกเลิกมาตรา ๑๔ แล้วก็เพิ่มเป็นมาตรา ๑๔ ครับ เพราะว่ามาตรา ๑๔ เดิม ตามกฎหมายเดิมนี่ได้กำหนดไว้ว่า กรรมการสรรหาประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนึ่งคน ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหนึ่งคน ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดหนึ่งคน กรรมการ ป.ป.ช. หนึ่งคน กรรมการตรวจเงินแผ่นดินหนึ่งคน ผู้ตรวจการแผ่นดินหนึ่งคน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการสรรหา ผมขอแก้ไขมาตรานี้ครับ โดยแก้ไข เป็นดังนี้ครับ
เมื่อมีเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งกรรมการ ให้กรรมการสรรหาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้ง ประกอบด้วย ประธานรัฐสภา เป็นประธานกรรมการ ประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานกรรมการ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เป็นกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นกรรมการ อัยการสูงสุด เป็นกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
เหตุผลที่ผมเสนอแก้มาตรา ๑๔ เพราะว่าตามกฎหมายเก่า ในวันนี้ เป็นการแก้กระบวนการสรรหา กสทช. ในหลักการในร่างพระราชบัญญัตินี้ว่า เป็นการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลง กรรมการสรรหาจึงอยู่ในหลักการ คืออยู่ในหลักการของการสรรหากรรมการ กสทช. แม้ในมาตรา ๑๔ นั้นรัฐบาลไม่ได้เสนอมาก็ตาม แต่ก็อยู่ในหลักการที่น่าจะแก้ไขได้ และเหตุผลที่กระผมเสนอเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสรรหาจากผู้พิพากษา ๔ ท่าน ผู้พิพากษาจาก ๔ ศาล ๔ ท่านแล้วก็มีเป็นนักกฎหมาย ๔ คน นักเศรษฐศาสตร์ ๓ คน ท่านลองคิดดูสิครับ ผู้พิพากษาทั้ง ๔ ท่าน ท่านโตมาทางกฎหมายล้วน เหมือนผมละครับ เหมือนอยู่ในวงการกฎหมายเท่านั้นเอง ผมจะไปรู้จักนักโทรคมนาคมได้อย่างไร ผมจะรู้จัก นักวิทยุโทรทัศน์ได้อย่างไรผมจะรู้จักนักวิทยุดาวเทียมได้อย่างไร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญซึ่งต้องมี ประสบการณ์พิเศษเพราะฉะนั้นอันที่ ๑ ก็ไม่เหมาะสมแล้วนะครับ นี่เป็นเหตุผลที่ ๑ คือ กรรมการสรรหาที่กฎหมายเก่ามันเป็นการพิงกับตุลาการเยอะเกินไปนะครับ ผมไม่ได้ว่า ท่านไม่ดีผมชมท่าน แต่ท่านอยู่ในวงการกฎหมายท่านไม่อยู่ในวงกว้างที่จะรู้ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นคณะกรรมการ สรรหาที่ผมมีทั้งท่านประธานรัฐสภาเป็นประธาน แล้วก็มีที่ผมรายงานท่านไปแล้ว เหตุผล ทำไมจำเป็นล่ะครับ เพราะว่ากรรมการ กสทช. ในพระราชบัญญัติ กสทช. มาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๓๔ เป็นกรรมการที่มีอำนาจล้นฟ้าที่เรารู้กันอยู่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่านนี่รู้หมดว่าท่านมีอำนาจเยอะ ๆ มากเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีอำนาจ ในการบริหารประเทศจึงควรมาจากการดูแลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ในวรรคนี้ ผมยังเพิ่มต่อไปในมาตรา ๑๔ วรรคสอง ผมเพิ่มไปว่า ให้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหาและคัดเลือก กรรมการ ทำไมผมใช้อย่างนี้ล่ะครับ เพราะว่ามาตรากฎหมายเก่าใช้คำว่า ให้เลขาธิการ วุฒิสภาเป็นฝ่ายเลขานุการ ผมกำลังจะชวนท่าน ส.ส. ทั้งหลายเราไปข้างหน้ากัน ทำไมล่ะครับ พ.ศ. ๒๕๕๓ พระราชบัญญัติ กสทช. จึงให้วุฒิสภาเป็นผู้เลือกกรรมการ กสทช. เพราะตาม รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ปัจจุบันวุฒิสมาชิก ท่านมาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมก็ได้ หรือว่าท่านมาจากการแต่งตั้งเสียส่วนมาก เพราะฉะนั้นควรหรือยังว่าเราควรจะเอาส่วนที่จะต้องดูแลประชาชนกลับมาสู่สภา ที่ประชาชนเป็นผู้เลือกมา นี่คือเหตุผลที่ผมขอแก้ให้เป็นไปตามหลักการของการควบคุม การบริหารครับ นี่คือเหตุผลที่ผมขอเปลี่ยนแปลงมาตรา ๑๔ ยกเลิกกรรมการสรรหา ที่มาจากตุลาการ ๔ คน มาจากนักเศรษฐศาสตร์ ๓ คน มาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และผมดึงกลับมาให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะเป็นผู้คัดเลือก เมื่อกรรมการ สรรหาเสร็จแล้วต้องส่งมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้คัดเลือก ผมจึงกราบเรียน มายังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันคิดหน่อยครับว่าเราถึงเวลาที่จะดึงกลับมาไหม เราจะแก้รัฐธรรมนูญว่าองค์กรอิสระทั้งหลายจะกลับมาสู่การดูแลของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ถึงเวลาเราหรือยังเราจะแก้มาตรานี้ ซึ่งถ้าเราไม่แก้มันก็เป็นจุดด่างครับ จุดเริ่มต้น ที่จะทำให้เราแก้ในรัฐธรรมนูญต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นถึงเวลาหรือยังถ้าท่านเห็นด้วย ผมก็กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อร่วมกันพิจารณา ในประเด็นนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ