พุทธิพงษ์ แจงเหตุผลร่าง กสทช. ชูผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ใช้ร่วมพิจารณา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ชี้แจงเหตุผลการแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมที่มีผู้เชี่ยวชาญจากสามด้านหลัก ได้แก่ กระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม พร้อมผลักดันให้มีตัวแทนผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคร่วมในคณะกรรมการเพื่อสะท้อนปัญหาประชาชนและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเปิดช่องว่างสองตำแหน่งเพื่อความยืดหยุ่นในอนาคต และยืนยันว่าการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการต้องเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ อาศัยมติองค์คณะและเสียงข้างมาก ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ อยากจะขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่กรุณาได้ตั้งคำถามแล้วก็ชี้แจงกับสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในร่างเดิมของที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามา ในมาตรา ๖ ก็เขียนไว้ตามที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายแพทย์ชลน่าน กรุณาได้อ่าน ไปแล้ว ก็คือได้ระบุชัดเจนว่าคุณสมบัติต้องเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๗ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ แล้วก็ประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และด้านอื่น ๆ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเหตุผลที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ไขแล้วก็ระบุ รายละเอียดลงไปว่าเหตุใดเราถึงต้องแบ่งเป็นกลุ่ม ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่า ในอุตสาหกรรมหรือว่ากิจการโทรคมนาคมในปัจจุบัน มีความจำเป็นที่จะต้องแบ่งเป็น ๓ กลุ่มหลัก ๆ

กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ และเกี่ยวข้องอยู่กับธุรกิจ ในด้านนี้จริง ๆ นั่นก็คือทั้ง ๓ ด้านที่ผมได้กราบเรียนไป ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ทีนี้เหตุผลที่เราต้องระบุกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ ๑ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก ที่คณะกรรมการเมื่อสรรหาบอร์ด (Board) เข้ามาแล้วจะต้องมีความรู้ความสามารถในด้านนี้ อย่างแท้จริง

กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่ไม่เคยได้ระบุไว้ในนี้เลย และผมเชื่อว่าท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนในห้องนี้เห็นด้วยกับเราแน่นอน ก็คือเป็นกลุ่มของผู้บริโภค การที่ เราได้ระบุในเรื่องของความเชี่ยวชาญของคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนในด้านของผู้บริโภค และในด้านของสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น ผมเชื่อครับว่าหลาย ๆ คนที่ได้สัมผัสกับ ผู้บริโภคในการใช้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ เหมือนท่านสมาชิก ท่านขจิตร ขออนุญาต เอ่ยนามท่านเมื่อสักครู่ เราสัมผัสได้อย่างชัดเจนครับว่าประชาชนมีความเดือดร้อน ได้รับ ผลกระทบหลาย ๆ เรื่องกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งโทรคมนาคม นั่นคือเหตุผลที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากพยายามที่จะระบุ ให้ชัดเจนว่า ๓ ด้านหลักที่เป็นด้านเทคนิคต้องมี และต้องมีอย่างละ ๑ คน เพื่อให้มีความ ครบและมีความรอบคอบในการวางนโยบายและยุทธศาสตร์ แล้วก็ปรับให้ทันสมัย กลุ่มที่ ๒ ก็คือผู้บริโภคที่ผมกราบเรียนไปว่าก็จะต้องเป็นตัวแทนของประชาชนว่าในฐานะที่ อีกฝั่งหนึ่งที่เป็นผู้ให้บริการเรามีแล้ว อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นผู้ที่ใช้บริการก็คือพี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อนอะไร ค่าใช้จ่าย ค่าให้บริการต่าง ๆ นั่นก็คืออีกมิติหนึ่งก็คือกลุ่มที่ ๒

ถามว่ากลุ่มที่ ๓ ที่เราเขียนว่าอื่น ๆ แล้วก็มีคำถามมากจากหลาย ๆ ท่าน ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ให้ข้อสังเกตว่าแล้วด้านอื่น ๆ จะเปิดกว้างว่าเป็นใคร ทำไมไม่ระบุ ไปเลยว่าด้านที่ ๓ อีก ๒ คนนั้นควรจะเป็นใคร ผมกราบเรียนครับว่าด้วยอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีในด้านโทรคมนาคมโดยเฉพาะ มีพัฒนาการและมีความเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา แล้วกฎหมายนี้มีความจำเป็นที่ต้องบังคับใช้ตลอดต่อไป เพราะฉะนั้น เราไม่ทราบว่าในการคัดสรรคณะกรรมการที่เป็นบอร์ด (Board) ของ กสทช. นั้น ในยุคสมัยนั้น ๆ ที่กำลังจะมีการคัดสรรโดยใช้กฎหมายนี้ ในอนาคตจะมีด้านไหนที่มีความจำเป็นเกิดขึ้น ในเวลาขณะนั้นบ้าง ถ้าเราระบุไปแล้ว ๕ ด้าน เราไม่เปิดโอกาสให้อีก ๒ ด้าน ให้คณะกรรมการสรรหาได้มีโอกาสได้คัดสรรบุคลากรที่มีความจำเป็น ณ สถานการณ์นั้น ๆ เอาไว้บ้าง แล้วเราจะเปิดโอกาสอีก ๒ ด้านเผื่อไว้ได้อย่างไร คล้าย ๆ กับที่ท่านสมาชิก ได้กรุณากราบเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) เปลี่ยนไปเร็วมากสมมุตินะครับ ในอีก ๖ ปีข้างหน้าเราต้องใช้กฎหมายนี้ คณะกรรมการสรรหา จะได้มีโอกาสว่า ณ อีก ๖ ปีข้างหน้านั้นมีด้านอะไรบ้างที่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มเข้าไป ถ้าเราไป กำหนดเขาไว้ทั้งหมดทั้ง ๗ ด้าน ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอนว่าอาจจะไม่ทันกับสถานการณ์ ในขณะนั้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเปิดช่องว่างไว้ ๒ ด้านเพื่อให้โอกาสคณะกรรมการสรรหา ได้คัดคนที่มีความรู้ความสามารถที่จำเป็น ณ ขณะนั้น ๆ แล้วก็ทันกับยุคสมัยในขณะที่ จะมีการคัดสรรกรรมการสรรหานะครับ

ส่วนที่ระบุว่าเป็นด้านละหนึ่งคน ก็กราบเรียนไปแล้วนะครับว่าเรามีความจำ เป็นที่จะต้องกระจายให้ครบให้มากที่สุด เพื่อจะครอบคลุมในทุกมิติในการที่จะเข้ามาเป็น คณะกรรมการ เพราะว่ากรรมการ กสทช. นั้นมีความสำคัญมากจริง ๆ หลาย ๆ ท่านได้ยกตัวอย่างไปแล้วไม่ว่าจะเป็นวิทยุโทรทัศน์ การจัดสรรคลื่นความถี่ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งในอนาคตก็อาจจะมีในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้าน โทรคมนาคมเข้ามา

ในส่วนของท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านกรุณาได้สอบถามขึ้นมาในประเด็นที่สำคัญครับ ท่านถามว่าการให้คณะกรรมการสรรหา นั้นเข้ามาทำหน้าที่สรรหาในแต่ละด้านนั้น มีอำนาจหรือว่ามีบทบังคับในการเข้ามา คัดสรรอย่างไร ผมเรียนว่าในกฎหมายฉบับนี้มีระบุไว้ชัดเจนนะครับ ในมาตรา ๕ หรือว่า แก้ไขมาตรา ๑๔/๑ ก็ระบุไว้ชัดเจนในเรื่องของการใช้ดุลยพินิจต่าง ๆ และการใช้อำนาจของ คณะกรรมการสรรหา

ในส่วนสุดท้ายก็ขออนุญาตพูดถึงท่านสมาชิก ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านได้กรุณาพูดถึงในเรื่องของกฎหมายหรือว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ที่ได้มี การพูดถึงในเรื่องของความจำเป็นในการที่จะใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ในการที่จะตัดสิน หรือในการคัดสรร การใช้อำนาจโดยบุคคลที่ได้เขียนเอาไว้ว่า ให้พึงในการที่จะดูถึงกำหนด หลักเกณฑ์ การใช้ดุลพินิจต่าง ๆ ว่าให้หลีกเลี่ยงหรือว่าไม่ให้ใช้นะครับ ถ้าพูดง่าย ๆ แต่ผมเรียนครับว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนี้มันมีความจำเป็นครับ ถ้าไม่ได้มีความจำเป็น ผมเข้าใจได้ว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องเลี่ยงตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ แต่ในกรณีนี้ ความจำเป็นในการที่จะให้ดุลยพินิจของคณะกรรมการที่จะมาเป็นบอร์ด (Board) กสทช. มีความจำเป็น เหตุผลก็คือว่าเราไม่ได้มอบอำนาจให้กับบุคคลที่มาเป็น กสทช. คนใดคนหนึ่ง มาใช้อำนาจหรือดุลยพินิจในการที่จะจัดสรรคลื่นความถี่หรือว่าทรัพย์สมบัติของ ประเทศ นี่คือเหตุผลที่เราต้องดำเนินการคัดสรรรูปแบบของคณะกรรมการทั้ง ๗ ท่าน เหตุผลก็คือการพิจารณาต่าง ๆ จะต้องพิจารณาเป็นองค์รวม จะต้องพิจารณาในองค์รวม ในเรื่องความรับผิดชอบด้วย ฉะนั้นในบอร์ด (Board) ทั้ง ๗ ท่านนี่ ไม่ว่าเขาจะดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถจะใช้อำนาจของตัวเองคนเดียวได้ เขาก็ต้องอาศัยเสียงข้างมาก อาศัยการรับผิดชอบในองค์คณะทั้ง ๗ ท่าน ในการพิจารณาตัดสินในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็น ความสำคัญของประเทศชาติ ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าตามรัฐธรรมนูญที่ท่านได้กรุณากล่าวถึง ในมาตรา ๗๗ นั้น ผมเชื่อว่าในครั้งนี้มันมีความจำเป็นครับ แล้วก็ไม่ได้ทำในการที่จะขัด รัฐธรรมนูญที่ได้ระบุไว้แต่อย่างใด ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าด้วยในรายละเอียดอื่น ๆ ที่ท่านทวี สอดส่อง กรุณาอภิปรายในเรื่องของทีวีดิจิทัล (TV Digital) และอื่น ๆ นี่ ผมคิดว่า สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กรุณาอภิปรายไปแล้วในวาระที่หนึ่ง เนื่องจากนี่เป็นวาระที่สอง ผมขออนุญาตไม่ได้ใช้เวลามากในการตอบในครั้งนี้นะครับ กราบขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ