ทรงศักดิ์ ทองศรี ชี้แจงการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำในห้วยอีแร้ง จังหวัดสกลนคร หลังได้รับกระทู้ถาม โดยย้ำความสำคัญของน้ำต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมเสนอให้กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดศักยภาพและงบประมาณไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันได้ชี้ถึงแผนแม่บทการจัดการน้ำระยะ 20 ปี ซึ่งเน้นบทบาทท้องถิ่นในการขุดลอกแหล่งน้ำและแก้ปัญหาน้ำประปาขาดแคลน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมหากท้องถิ่นไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องกราบขออภัยต้องเอ่ยนามท่านครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดสกลนคร ของพรรคเพื่อไทย ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าต้องขอชื่นชมท่านที่ท่านให้ความห่วงใย พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของน้ำซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยแห่งชีวิตของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสาน เขาบอกว่าถ้ามีน้ำนี่มีเงินแน่ ๆ คนอีสานก็จะมีอาชีพ มีรายได้ขึ้นมา ผมได้ทราบว่ามีการตั้งกระทู้ถามก็ได้รีบลงไปพื้นที่ ในพื้นที่ของท่านเองต้องกราบขออภัย ที่ไม่ได้บอกท่านก่อนนะครับ แต่ว่ามีความตั้งใจที่ยังดูพื้นที่ว่าที่ท่านถามกระทู้ถามนั้น มันมีพื้นที่ลักษณะเป็นอย่างไร ให้เป็นข้อเท็จจริงในการที่จะนำมาตอบกระทู้ถามในสภาได้ อย่างถูกต้อง ผมได้เดินทางไปก็มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลสว่างแดนดิน มีท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านสำนักงานชลประทาน แล้วก็มี เจ้าหน้าที่ของป่าไม้ แล้วก็พี่น้องประชาชนลงไปให้การต้อนรับ แล้วก็ลองดูข้อเท็จจริงว่า ห้วยอีแร้งนั้นเป็นห้วยที่มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร เพื่อจะได้มีข้อมูลในการที่ดำเนินการ ต่อไปเพื่อให้เกิดความสำเร็จ แล้วก็ความเรียบร้อย และเป็นความต้องการของพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของน้ำ
ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าห้วยอีแร้งเป็นห้วยซึ่งมีพื้นที่โดยภาพรวม ประมาณสัก ๑๒๐ ไร่เศษ ๆ ที่เป็นพื้นที่น้ำนะครับ ชลประทานได้มีการจัดทำงบประมาณไป ทำเป็นเหมือนกับเป็นพื้นที่โดยใช้เป็นเหมือนกับเป็นที่กั้นน้ำ เป็นดินนะครับ แล้วก็มี การทำเป็นพื้นที่ระบายน้ำล้นไปด้วยที่เห็นในภาพรวมว่าพื้นที่ทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ ของชลประทานส่วนหนึ่ง เป็นพื้นที่ของป่าส่วนหนึ่งนะครับ แล้วก็ทราบว่าชลประทาน มีการมอบภารกิจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลสว่างแดนดิน แต่ว่าทำให้เกิดปัญหา ในเรื่องของการดำเนินการว่าใครจะเป็นเจ้าภาพในการที่จะบริหารจัดการเรื่องการแก้ไขปัญหา ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งกระทู้ถามขึ้นมา ทางองค์การบริหารส่วนตำบล เข้าใจว่าเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ไม่มีงบประมาณที่คุยกันไว้ในพื้นที่นะครับ แต่ว่าชลประทานเอง ความจริงแล้วนี่เป็นการมอบเพียงภารกิจในการดูแลเท่านั้น เพราะฉะนั้นการจัดทำ งบประมาณทั้งหลายที่ได้คุยกันกับผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ท่านบอกว่างานอย่างนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างนี้ถ้าจะให้องค์การบริหารส่วนตำบล ดำเนินการนี่กังวลใจว่าเม็ดเงินในการที่จะดำเนินการนี่ไม่เพียงพอ เพราะตัวเลขในการที่ จัดทำงบประมาณประมาณ ๑๖ ล้านบาทเศษ ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบลดำเนินการ ตามโครงการขอเงินอุดหนุนมานี่ท้องถิ่นจะต้องสมทบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ ๑.๖ ล้านบาท โครงการอย่างนี้น่าจะเป็นงานของกรมชลประทานในการรับผิดชอบ ในการจัดทำโครงการในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อพี่น้องเรื่องของการเกษตร เรื่องของการประปา เรื่องของอุปโภคบริโภคทั้งหลาย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็ได้ดำเนินการทันทีนะครับ สั่งการให้มีการออกแบบสำรวจ เพราะทราบว่าโครงการดังกล่าวนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเอง ยังไม่เคยนำเสนอโครงการขอเงินอุดหนุน อาจจะกังวลเรื่องของเงินสมทบในการดำเนินการ ตามโครงการเพราะเป็นจำนวนเงินซึ่งถือว่าเป็นภาระกับท้องถิ่นนะครับ แต่ว่าเรียนว่า ทางจังหวัดเองดำเนินการจะให้แล้วเสร็จเรื่องการออกแบบเพื่อดำเนินการในการของบประมาณ ในปีต่อไป
ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าสำหรับข้อห่วงใยที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้กังวลใจว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการพัฒนาฟื้นฟูแล้วก็ช่วยเหลือ หรือไม่ อย่างไร ผมก็เรียนอย่างนี้ว่ารัฐบาลได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำไว้ ๒๐ ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๘๐ เพื่อจัดการบริหารน้ำ เรื่องของการอุปโภคบริโภค สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต และการจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานในการอำนวยการและขับเคลื่อนแผนแม่บท ดังกล่าว ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าสำหรับภารกิจการขุดลอกหนองน้ำ คลองธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายโอนจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยระดับพื้นที่สามารถมีการปรับปรุงหรือขุดลอกน้ำซึ่งสามารถ ดำเนินการเองได้โดยใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วกระทรวงมหาดไทย ยังมีนโยบายในการช่วยเหลือการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงเพื่อการเกษตรของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการจัดแผนพัฒนาแหล่งน้ำ ๕ ปีอีก ในระหว่างปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๗ และพิจารณาจัดทำของบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้แก่ อปท. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ทั้งนี้องค์กรปกครองท้องถิ่น อาจจะขอรับการสนับสนุน ถ้าไม่มีงบประมาณของตัวเองนะครับ สามารถขอรับการสนับสนุน งบประมาณที่ส่วนกลางได้ ส่วนนี้ก็ขออนุญาตตอบท่านประธานถึงท่านสมาชิกด้วยนะครับ ในคำถามข้อที่ ๑