สมศักดิ์ ยันแก้ปัญหานักโทษล้นเรือนจำอุดรฯ เร่งสร้างเพิ่มพื้นที่นอน-ใช้เทคโนโลยี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สมศักดิ์ เทพสุทิน ตอบกระทู้ถามทั่วไปครั้งที่ 252 ของ ส.ส. ศราวุธ เพชรพนมพร โดยขอบคุณสมาชิกสภาที่ได้อภิปรายข้อมูลถูกต้องครบถ้วนและเป็นแบบอย่างที่ดี จากนั้นหารือปัญหาเรือนจำกลางอุดรธานีที่ล้นเกินความจุโดยเสนอแนวทางแก้ไขระยะสั้นด้วยการก่อสร้างเพิ่มพื้นที่นอน และระยะยาวโดยผลักดันการใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มอนิเทอริง (EM) เพื่อลดจำนวนนักโทษในเรือนจำเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานักโทษล้นทั่วประเทศจากการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดใหม่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขออนุญาตท่านประธานได้ตอบกระทู้ถามทั่วไป ที่ ๒๕๒ ของท่าน ส.ส. ศราวุธ เพชรพนมพร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ความสนใจและได้อภิปรายในข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน อย่างดียิ่ง เป็นแบบอย่างสิ่งที่ดีที่ผมต้องขอบคุณจริง ๆ

ในส่วนของการดำเนินการเรือนจำกลางอุดรธานีเดิมมีพื้นที่ ๔๙ ไร่ ๓ งาน อายุเกิน ๑๐๐ ปี ดังที่ท่านได้เรียน จำนวนผู้ต้องขังตอนนี้ก็ประมาณ ๔,๘๐๐ คน อย่างที่ท่านว่า รองรับได้ ๓,๕๐๐ คน ส่วนเกินประมาณ ๑,๒๗๓ คน ในคำถามที่ท่านว่า เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ มีมติให้หาที่ดินใหม่ในการสร้างและกำหนดที่ดิน ซึ่งเป็น คำสั่งยุติธรรม ๕๔/๒๕๕๗ กำหนดอาณาเขตเรือนจำชั่วคราวโคกก่อง ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ๑๖๑ ไร่ ๑๓ ตารางวา ค่าก่อสร้าง ๑,๕๐๐ ล้านบาท แต่หลังจากที่ดำเนินการที่ผ่านมาซึ่งก่อนที่ผมมาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปรากฏว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ค่าใช้จ่ายในดำเนินการก่อสร้างสิ้นเปลืองมากก็ทำให้เจ้าหน้าที่ หรือผู้เกี่ยวข้องตรงนั้นปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่จะหาพื้นที่ใหม่ แล้วก็ไปได้พื้นที่ราชพัสดุ ประมาณ ๒๐๐-๕๐๐ ไร่ บริเวณบึงสังข์ แต่พี่น้องประชาชนยังไม่เห็นด้วยก็เลยเป็นสิ่งที่เรา ยังไม่สามารถที่จะเดินต่อไปให้การทำงานในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นห่วงเป็นใย ทั้งชาวตลาด โรงเรียน และชุมชนต่าง ๆ ที่ในบริเวณดังกล่าวนั้น ผมเข้าใจและผมเห็นใจว่า ถ้าหากว่าเรือนจำอยู่ในตัวเมืองในอดีตมันอาจจะเหมาะสม แต่ว่าปัจจุบันนี้บ้านเมือง มันพัฒนาเจริญเติบโตไปมากมาย การที่เรือนจำจะต้องมาอยู่ในตัวเมืองเพราะเขาต้องการ ให้ผู้ต้องขังหรือนักโทษอยู่ใกล้ศาลเวลาจะต้องพาตัวมาศาล เพราะในอดีตในเรื่องของการบริหารจัดการหรือการดูแลผู้ต้องขังทั้งหมดนี้ไม่สามารถ ที่จะไปแยกนะครับ เพราะปริมาณถ้าหากเราดูจากผู้ต้องขังกับราชการ ผู้คุมนี่อัตราส่วน ๑ ต่อ ๓๓ เพราะฉะนั้นตัวข้าราชการหรือการบริการต่าง ๆ ก็มีปริมาณน้อย แต่สิ่งหนึ่ง ในมาตรการที่รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาโควิด (COVID) โควิด (COVID) ตรงนี้ก็มีสิ่งดีที่เกิดขึ้น เรากำลังปรับเปลี่ยนแนวทางในเรื่องของการพิจารณา ขอให้ศาลพิจารณาผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) มันจะทำให้แนวทางในการที่จะไปสร้างเรือนจำ ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองนั้นเป็นไปได้มาก แต่อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของจังหวัดอุดรธานี ก็คือพื้นที่ที่ผมได้กราบเรียนตรงนั้นไปแล้ว เพราะฉะนั้นในเมื่อมีนักโทษล้นเรือนจำ ถึง ๑,๒๗๓ คน เป็นสิ่งที่น่าห่วงใยนะครับ แล้วเราก็มีแนวทางในการแก้ไขปัญหา นักโทษเรือนจำ ถ้าหากว่ามีเวลาเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง แต่ต้องบอกก่อนว่า ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าดังกล่าวนั้นปีนี้ได้มีงบประมาณ ๑๙๒.๙๔๘ ล้านบาท เป็นการดำเนินการที่จะก่อสร้างเรือนจำ ต่อเติมเรือนจำ จะทำที่นอนเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ ๔ ไร่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเรือนจำปัจจุบันซึ่งเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตรงนั้น เพื่อขยับขยายให้ได้อีกสัก ๗๕๓ คน ผู้ต้องขังอีก ๗๕๒ คน เป็นอาคาร ๓ ชั้น ๒ หลัง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปี ๒๕๖๖ ก็อาจจะลดความแออัดไปได้ในส่วนหนึ่ง ผมอยากเรียน ท่านประธานตรงนี้เพิ่มเติมว่าเรือนจำจังหวัดอุดรธานี อยู่ในเขตที่ ๙ ของการแบ่งการปกครอง ดูแลตรงนี้นะครับ มีทั้งหมด ๑๕ เรือนจำ มีเรือนนอนรวมแล้ว ๓๔,๙๐๐ ตารางเมตรเศษ จุนักโทษได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ก็ยังล้นอยู่นะครับ การล้นตรงนี้เราจะทำอย่างไร ในการแก้ไขนักโทษล้นเรือนจำ ตั้งแต่ที่ผมมาดำรงตำแหน่งตรงนี้ผมเห็นตัวเลข และผม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานักโทษที่ล้นเรือนจำ เดิมทีเดียวที่พักเรือนนอนไม่เฉพาะ แต่ที่อุดรธานีครับ ทั่วประเทศแทบจะล้นทุกเรือนจำ แทบจะล้นทุกเรือนจำ ผมคำนวณ ปริมาณเรือนนอนหรือที่นอนของผู้ต้องขัง ๑ คน ประมาณ ๑.๒ ตารางเมตร เป็นมาตรฐาน แบบไทย ๆ ที่พอนอนได้ ที่ผมเคยเรียนแล้วว่า ๑ ตารางเมตร ก็ประมาณกว้างยาว เท่าโลงศพนะครับ ประมาณ ๑ ตารางเมตร แต่เราเตรียมไว้ให้ ๑.๒ ตารางเมตรต่อคน แล้วทำอย่างไรเมื่อมีเรือนนอนนอนได้แค่ประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ คน แต่นักโทษมีประมาณ ๓๘๐,๐๐๐-๓๙๐,๐๐๐ คน มันก็ล้น มันต้องนอนทับกัน ตะแคงตัวนอน เพราะแต่ละคน ยังไม่ถึง ๑ ตารางเมตรเลย แนวทางของการทำเตียง ๒ ชั้นเพื่อต้องการให้นอนได้ ๓๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ในขณะนี้ก็เกือบใกล้จบ ๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ก็ยังเกินเลยอยู่อีก เมื่อเกินเลยอีกเราทำอะไร ประเด็นสำคัญนะครับ ประเด็นสำคัญในขณะนี้เรามีอีเอ็ม (EM) อิเล็กทรอนิกส์ มอนิเทอริง (Electronics Monitoring) ในขณะนี้เราได้ดำเนินการและติด อีเอ็ม (EM) ไปแล้วประมาณ ๔,๐๐๐ คน อีเอ็ม (EM) มันเป็นการพักโทษใช่ไหม ไม่ใช่ครับ มันก็เหมือนกึ่งพักโทษ กึ่งยังจำคุกอยู่ เพราะยังมีเครื่องพันธนาการออกไป อยู่ระหว่าง การพักโทษและอยู่ระหว่างการจำขังอยู่ ซึ่งตรงนี้เราดำเนินการไปแล้วประมาณ ๔,๐๐๐ คน แต่เรามีอยู่ทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ คน ประเด็นที่ ๑ ที่ผมเรียนแล้วก็คือเตียงนอน ประเด็นที่ ๒ อีเอ็ม (EM) ประเด็นที่ ๓ ต้องขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่ช่วยกันพิจารณาพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด เพราะประมวลกฎหมายยาเสพติดถ้าเสร็จเรียบร้อยออกมาแล้วการพิจารณาโทษอาจจะ ย้อนหลังสำหรับโทษที่เป็นคุณ สำหรับโทษเล็กน้อยของผู้คนที่ติดยาเสพติดหรือว่าโทษ ที่ไม่สมเหตุสมผลเพราะเป็นกฎหมายเก่าดั้งเดิม อย่างเช่นการพกพายาบ้า ๑ เม็ด ๒ เม็ด ข้ามชายแดนมามีโทษจำคุกขั้นต่ำอย่างน้อย ๑๐ ปี เห็นไหมครับซึ่งเป็นโทษที่ไม่สมควร กว่าเหตุ หรือข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนในแนวทางของกฎหมาย ประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภากำลังพิจารณาอยู่ และกฎหมายไปได้ไกลแล้วนะครับ

และประเด็นสุดท้ายที่สำคัญมาก เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่กระทรวง ขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งในแต่ละครั้งก็มีนักโทษที่ออกมาจำนวนมากและปัจจุบันนี้ ก็มีนักโทษอยู่ประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ คน ซึ่งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นผมเชื่อว่า ในหลาย ๆ ทาง ในหลาย ๆ รูปแบบและใช้เวลาอีกพอสมควรก็จะแก้ปัญหาทั้งหลายได้ แต่อย่างไรก็ตามของอุดรธานีนี่ก็คงได้การสร้างเรือน ๓ ชั้น ๒ อาคาร ได้ผู้ต้องขังไปอีก ประมาณ ๗๕๐ คนที่ไปนอนในอาคารใหม่ แต่ก็ยังล้นอยู่ แต่ก็จะแก้ในแนวทางอื่น ๆ ที่ได้กราบเรียนไปแล้ว ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ