คงกฤษ สนับสนุนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวสองฝั่ง ห่วงสิ่งแวดล้อม-เร่งทบทวนกฎหมายรองรับ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ชื่นชมความคืบหน้าการพัฒนาเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานระหว่างฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย โดยเฉพาะถนนหมายเลข 4 และโครงการรถไฟรางคู่เพื่อสร้างแลนด์บริดจ์ระหว่างระนองและชุมพร แต่เสนอให้รับฟังความเห็นภาคเอกชนและประชาชนเพิ่มเติม พร้อมเรียกร้องติดตามงบประมาณและทบทวนกฎหมายเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมก็ต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ทำ เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยครับท่านประธาน ในส่วนของผมเองดูจากบทสรุปของฝ่ายบริหารถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีข้อมูลชัดเจนว่าฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทยแตกต่างกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ การเพิ่ม ช่องทางของการคมนาคม หรือการศึกษาควบคู่ไปกับแหล่งวัฒนธรรมแล้วก็การศึกษา สิ่งแวดล้อมไปในตัวในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของคณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ อยู่อย่างหนึ่งนะครับว่าในส่วนของทางชั้นกรรมาธิการผมอยากให้เจาะลึกลงไป ให้รับฟัง แนวทางความคิดเห็นของภาคประชาชนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นพวกหอการค้า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือแม้แต่ในส่วนของกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งยังไม่มีความสอดคล้องกันชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฝั่งอันดามันและกลุ่มอ่าวไทย ก็คือ ขอชื่นชมทาง ส.ส. ท่านหนึ่งที่ได้พูดถึงกลุ่มอันดามันและกลุ่มอ่าวไทยในการที่จะทำ ยุทธศาสตร์พัฒนา ของบประมาณมาพัฒนาในกลุ่มแต่ละกลุ่ม ซึ่งจริง ๆ แล้วการพัฒนา กลุ่มจังหวัดก็อยู่เฉพาะกลุ่มอ่าวไทยและกลุ่มอันดามัน แต่ถ้าเกิดได้การเชื่อมโยงกันมา และสอดคล้องกันระหว่าง ๒ กลุ่มนี้ผมว่าทิศทางในการพัฒนาของแหล่งท่องเที่ยว ฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยจะเป็นการพัฒนาที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ยกตัวอย่างนะครับ อย่างไทยแลนด์ริเวียรา (Thailand Reviera) จากเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลงมาถึงชุมพร ทำอย่างไรให้มาฝั่งอันดามัน ซึ่งวันนี้ก็ตอบโจทย์แล้วว่าก็มีถนน ๔ เลน (4 Lane) ได้พัฒนา มาก็คือถนนหมายเลข ๔ จริง ๆ แล้วผมว่าพ่อแม่พี่น้องบางท่านไม่ทราบว่าถนนหมายเลข ๔ วิ่งจากไหนไปถึงไหนนะครับ ถนนหมายเลข ๔ เดิมจริง ๆ แล้วยิ่งจากสี่แยกปฐมพรไปสิ้นสุดที่ จังหวัดพัทลุง แต่เลี้ยวเข้าจงหวัดระนอง ผ่านพังงา ภูเก็ต ผ่านตรัง แล้วก็ไปออกพัทลุง นี่คือ ถนนหมายเลข ๔ ถนนดั้งเดิมของภาคใต้แต่เราไม่ได้รับการดูแล แก้ไข แต่วันนี้เป็นสิ่งที่โชคดีที่ ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านก็ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ท่านก็ได้เร่งรัดในการพัฒนาถนน ๔ เลน (4 Lane) ของจังหวัดชุมพรและระนองก็เป็น ถนน ๔ เลน (4 Lane) ๒ ช่องจราจร แล้วก็สามารถที่จะมีการพัฒนาในระบบโลจิสติกส์ (Logistics) เป็นถนนที่มีความงดงามและสวยที่สุดแล้วในวันนี้ของภาคใต้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ได้รับการผลักดันจากท่านรัฐมนตรีนะครับ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือเรื่องเกี่ยวกับระบบรถไฟรางคู่ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งวันนี้จริง ๆ แล้วการตอบโจทย์จากท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านได้ลงจังหวัดระนองครั้งแรกตอนที่ท่านเป็นในยุคของ คสช. ท่านก็เล็งเห็นถึง การพัฒนาฝั่งอันดามันและอ่าวไทยนี่พัฒนาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสู่กลุ่มประเทศ บิมสเทค (BIMSTEC) ต่าง ๆ นั่นคือการนำสินค้าจากกลุ่มประเทศบิมสเทค (BIMSTEC) เข้าสู่จังหวัดระนองโดยใช้ระบบรถไฟรางคู่ และใช้พัฒนาในเรื่องเกี่ยวกับใช้ท่าเรือของ ๒ ฝั่ง นั่นคือท่าเรือฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยซึ่งเป็นแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ใหม่ที่จะเกิดขึ้น ระหว่างระนองและชุมพร โดยใช้ระบบรางคู่เป็นระบบขนส่งโลจิสติกส์ (Logistics) ควบคู่ ไปกับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดของฝั่งอันดามัน เมื่อมาถึงจังหวัดระนองแล้วระบบ รถไฟรางคู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็ได้เล็งเห็นและรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ของ ครม. สัญจรของพรรคภูมิใจไทย เราลงไปรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ท่านก็ได้ผลักดันว่าระบบรถไฟรางคู่วันนี้ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะว่า ได้งบประมาณจากท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้ผลักดันงบประมาณ ในการให้มาศึกษา โดยให้ สนข. เข้ามาศึกษาในความเป็นไปได้ตั้งงบไว้ ๙๐ ล้านบาทก็ถือว่า อยู่ในเล่มนี้แล้วที่ผมได้เห็น ก็คงต้องฝากทางคณะกรรมาธิการก็คงต้องติดตามในเรื่อง เกี่ยวกับงบประมาณต่อไปที่จะพัฒนา

และอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือทำอย่างไรในการที่จะต้องมีการส่งมอบพื้นที่ เพราะว่า ต้องทราบดีว่าฝั่งอันดามันส่วนใหญ่แล้วจะเป็นถนนเลียบชายหาดเสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วจะติดเขตป่า เขตอุทยาน เขตป่าเลน จะมีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการส่งผลกระทบในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ หรือการทำอีไอเอ (EIA) ก็เลยต้องฝากทางคณะกรรมาธิการว่าคงต้องฝากเรื่องนี้เป็น ข้อสังเกตด้วยเพราะว่าถ้าเราอยากจะพัฒนาในฝั่งอันดามันนี่คงจะต้องมีการแก้กฎหมาย มีการส่งมอบพื้นที่ให้มีความชัดเจนและเกิดขึ้นในการพัฒนาต่อไป ก็คงต้องฝากในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้นะครับ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมวันนี้ท่านเล็งเห็นถึงการพัฒนา ของระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ของภาคใต้ทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งของฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ซึ่งยังมีมอเตอร์เวย์ (Motorway) ข้ามมาฝั่งอันดามันโดยเช่นกัน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นข่าวดี ของคนระนอง แล้วก็คนฝั่งอันดามันด้วย ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ