จาตุรงค์ เสนอคลัสเตอร์ท่องเที่ยวเชื่อมสองฝั่ง หนุนไทยแลนด์ริเวียรา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย โดยเน้นปัญหาการคมนาคมที่ไม่เพียงพอและระยะเวลาการท่องเที่ยวที่ยืดยาว พร้อมเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง ระบบจองอุทยาน ความปลอดภัย ดิจิทัล และวีซ่าพิเศษ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งในรูปแบบลูปไม่เกิน 300 กิโลเมตร ผ่านการรวมกิจกรรมด้านอาหาร วัฒนธรรม ศาสนา และดนตรี พร้อมส่งเสริมโมเดลไทยแลนด์ ริเวียรา และการท่องเที่ยวเชิงคลัสเตอร์เพื่อเสริมสร้างจุดหมายปลายทางที่เชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดีใจที่ได้มีโอกาสพิจารณารายงานการพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ก็ต้องเรียนว่าขณะนี้ฝั่งอันดามันทั้งหมด ๖ จังหวัด ก็คือ ภูเก็ต ระนอง ตรัง พังงา กระบี่ สตูล และอ่าวไทย ๕ จังหวัด สงขลา สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชุมพร นครศรีธรรมราช ถ้ามาเช็ก (Check) ผู้ที่มาท่องเที่ยวในช่วงมกราคมถึงกันยายนปีนี้ ที่มามากที่สุดก็คือภูเก็ตมา ๓,๔๐๐,๐๐๐ คน อันที่ ๒ ก็คือสงขลามา ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน อันที่ ๓ คือนครศรีธรรมราชมา ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน และที่ ๔ สุราษฎร์ธานีมา ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน ที่ ๕ กระบี่มา ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าเทียบเม็ดเงิน เม็ดเงินนั้นภูเก็ตมามากที่สุด ๑๓๕,๑๒๑ ล้านบาท อันที่ ๒ กระบี่มาอันดับสอง ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ ๓ คือสุราษฎร์ธานี ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่ ๔ คือสงขลา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะได้ มองเห็นว่าอย่างที่พวกเราทราบกันดีนะครับว่าทางภาคใต้เป็นผู้ซึ่งนำเม็ดเงินเข้าประเทศมากมาย ประเด็นที่ผมจะบอกก็คือเราจะต้องทราบหลักแล้วก็วิถีชีวิตปัญหาอุปสรรคของการท่องเที่ยว ในภาคใต้ ประเด็นสำคัญก็คือเมื่อเครื่องบินลงจุดหลักเป็นเมืองหลักที่จะออกไปเกตเวย์ (Gateway) ไปเมืองรอบ ๆ แหล่งท่องเที่ยวนั้นมีปัญหายังไม่สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ทั้งทางด้านรถ ทางด้าน การคมนาคม รถสาธารณะ และจุดที่จะไปเชื่อมโยงทำให้การท่องเที่ยวนั้นหยุดชะงัก ดังนั้น เราต้องแก้ในการลง เช่น เครื่องบินลงสนามบินแล้วเราก็สามารถเชื่อมโยงได้ทุกจุด นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงได้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของที่เราท่องเที่ยว เมื่อก่อนสมัยที่ผมเป็น เลขานุการรัฐมนตรีดูแลการท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ นั้น ท่องที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยนั้น เขาอยู่กัน ๓-๔ วัน เงินประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ตอนนี้ฝรั่งมาอย่างต่ำ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ อยู่ ๒ สัปดาห์ เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวมีการอยู่นานมากขึ้น

ประเด็นที่ ๓ ที่ผมจะต้องเรียนบอกก็คือเรื่องของนอกจาก ซี (Sea) แซนด์ (Sand) ซัน (Sun) แล้วขณะนี้มันต้องมีเรื่องของฟู้ดคัลเจอรัล (Food Cultural) เรื่องอีเวนต์ (Event) แล้วก็เรื่องของศาสนา เรื่องดนตรี ซึ่งแต่ละจุดจะมีความสำคัญ ที่เคยเห็น ที่เคยทำก็คือ การวิ่งเชื่อม ๒ สมุทร ที่ทำก็คือก็ชุมพร ระนอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ขณะนี้ถ้าเป็นเรื่องของ กิจกรรมที่มีการวิ่งเชื่อมก็จะไปเริ่มต้นของปลายโควิด (COVID) น่าจะทำได้แล้วก็จะ เป็นประโยชน์

หลักการที่ ๒ ก็คือต้องนำคลัสเตอร์ (Cluster) มาจับ ท่านประธานครับ คลัสเตอร์ (Cluster) ที่สำคัญในการท่องเที่ยว หลักเลยครับคลัสเตอร์ (Cluster) แรกก็คือ เรื่องของ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรงนี้คือเม็ดเงินเยอะ ในกลุ่มนี้มีเรื่องของอาหารที่หลากหลายได้ มีเรื่องของซีฟู้ด (Seafood) มีเรื่องของวัฒนธรรม

ประเด็นที่ ๒ ก็คือกลุ่มของสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกลุ่มที่ ๓ คือ สงขลา หาดใหญ่ ซึ่งเอากิมมิก (Gimmick) ของการกินมาจับได้ นี่คือเป็นประโยชน์ของการท่องเที่ยว

ประเด็นที่ ๓ วัฒนธรรมของคนไทยขณะนี้ยุคโควิด (COVID) เขาจะไม่เดินทางไกล จะเดินทางไม่เกิน ๓๐๐ กิโลเมตร แล้วก็วนรอบในลูป (Loop) ของหลายจังหวัดเป็นเหมือน วัน เดสทิเนชัน ทู โพรวินซ์ ทรี โพรวินซ์ (One Destination Two Province Three Province) นี่คือลูป (Loop) ของการท่องเที่ยว เราต้องเอาตรงนี้มาจับประเด็นให้ได้นะครับ

ประเด็นที่ ๔ ก็คือเรื่องโพรเจกต์ ไทยแลนด์ ริเวียรา (Project Thailand Riviera) เหมือนกับที่ฝรั่งเศสขับรถเลียบชายทะเล แล้วไปดูจุดต่าง ๆ ที่แอ็กทีฟบีช (Active Beach) หาดแต่ละที่ ๆ เป็นอย่างไร ลงถ่ายรูป มีจุดเช็กอิน (Check in) แวะร้านกาแฟสวย ๆ เช็กอิน (Check in) แวะวัด แวะหาดต่าง ๆ คือขณะนี้มีการก่อสร้างเฟส (Phase) แรก ๕๑๔ กิโลเมตร ตั้งแต่ทางประจวบคีรีขันธ์ลงมาภูเก็ต ลงมาสงขลาได้ แล้วก็เฟส (Phase) ที่ ๒ ต่ออีกเป็น ๘๐๐ กิโลเมตร นี่จะเป็นทางเชื่อมโยงได้

ประเด็นถัดมา ก็คือเรื่องของไอเดียทริป (Idea Trip) ต่าง ๆ ที่ประโยค เราต้องดูว่าตอนนี้ไอเดีย (Idea) แต่ละคนเขาชอบเที่ยวแบบหลวม ๆ ไม่แน่นมาก วัฒนธรรม ของการท่องเที่ยว ไปมีจุดเช็กอิน (Check in) ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ แล้วก็การท่องเที่ยว อุทยาน เดี๋ยวนี้มีการใช้จองแบบคิว ๆ ก็คือ มีการว่าอุทยานไหนรับได้เท่าไรก็จะไม่แออัด เกินไป ที่สำคัญก็คือการเชื่อมโยงการรถไฟทางคู่ รถไฟสายเชื่อมโยง ประเด็นปัญหาอุปสรรค ตอนนี้ปัญหาของรถไฟที่จากคีรีรัฐนิคม สุราษฎร์ธานีไปพังงา ท่านุ่นไปภูเก็ต เป็นปัญหา เพราะว่าผ่านที่อยู่อาศัยของบุคคล ทำให้มีการช้าลงไปนะครับ ซึ่งตรงนี้จะเป็นประโยชน์ การเชื่อมโยงของทางรถไฟเชื่อมโยงทั้งหมดก็จะเป็นประโยชน์ รถไฟทางคู่ การที่เราเห็น ที่จะให้การท่องเที่ยวเอสพีวีวีซ่า (SPV Visa) พิเศษ ซึ่งขณะนี้ทดลองที่ภูเก็ตมาทีละเป็นร้อย ให้สิทธิพิเศษตรงนี้เป็นการนำร่อง ยุคโควิด (COVID) เราคงต้องเปิด แต่ว่าถ้าเปิดแล้วปัญหา อุปสรรคก็ต้องแก้ เห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากสำหรับการท่องเที่ยว

นอกจากนั้นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องนอกจากโครงข่ายโยงใยแล้วคือเรื่อง ของไอที (IT) ต้องมีให้ครบ และเรื่องของความปลอดภัยและการท่องเที่ยว ๕ เอ (๕A) ทั้งหมดที่จะเป็นประโยชน์ ซึ่งถ้าเราสามารถพัฒนาเชื่อมโยงตรงนี้ได้ ผมเชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวจาก อันดามันที่มีดี ๆ นักท่องเที่ยวก็จะเชื่อมโยงเชื่อม ๒ สมุทรได้ก็จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวภาคใต้ ผมดีใจนะครับที่ว่ารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เรื่องของแหล่งสนามบินก็จะต้องเป็นประโยชน์ต้องขยายให้ได้ เรื่องของถนน เรื่องของทางรถไฟต่าง ๆ ก็เป็นประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานและคณะกรรมาธิการที่พวกเราจะได้สนับสนุนการท่องเที่ยวทางทะเล ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยก็จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบคุณครับ