จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายในอดีต โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เท่าเทียม พร้อมตั้งข้อสังเกตการกระจายงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพของภูมิภาค รวมถึงปัญหาราคาอาหารที่สูงเกินฐานะประชาชน เสนอให้รัฐบาลออกแบบนโยบายเฉพาะพื้นที่เพื่อควบคุมราคา ลดต้นทุนการเดินทาง และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพแทนการใช้นโยบายแบบเดียวกันทั้งประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ อ่านรายงานจากคณะกรรมาธิการแล้วก็พอจะเห็นภาพครับว่าการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยง แหล่งท่องเที่ยวอันดามันสู่อ่าวไทยนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการที่ติดตามเรื่องของรัฐวิสาหกิจก็ได้ไปลงพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต แล้วก็อีกหลากหลาย เมื่อสัก ๒ เดือนที่ผ่านมาหลังโควิด (COVID) ท่านประธานครับ ปรากฏว่า เหตุผลที่ภาคใต้นี่นะครับ จริง ๆ แล้วเป็นภาคที่มีรายได้มากที่สุดรองจากกรุงเทพมหานคร แล้วก็เมืองใหญ่ ๆ ในภาคกลาง แต่ก็มีคำถามมากมายหลากหลายครับว่า ทำไมภาคใต้ จึงได้รับการพัฒนาแลดูเหมือนกับน้อยกว่าภาคอื่น ซึ่งอันนี้ก็เป็นคำถามของพี่น้องชาวใต้ ที่จะต้องถามคนที่เกี่ยวข้อง แต่ที่ผมอยากจะบอกอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพครับว่า ปัญหาเรื่องการพัฒนาแหล่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากอันดามันสู่อ่าวไทยนั้นมันเป็นเพราะว่า กระบวนการทางด้านของกฎหมาย ซึ่งก็แน่นอนครับ เงินที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ นั้นกลับนำสู่ ส่วนกลาง แล้วก็ย้อนกลับคืนไปค่อนข้างน้อย อันนี้ก็เป็นหน้าที่ซึ่งผมเคยคาดหวังนะครับว่า ตอนรัฐบาล คสช. เข้ามาตอนนั้นน่าจะแก้ปัญหาในเรื่องของเงินที่กลับไปยังพื้นที่ได้
ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าย้อนกลับไปดูเศรษฐกิจ ในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๖ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๗ นี่นะครับ เราเคยได้ยินราคายาง ๑๒๐ บาทไปจนถึง ๑๘๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่มาปัจจุบันแล้วก็ย้อนความกลับไปสัก ๒ ปีที่แล้ว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เคยพูดไว้ครับว่าไม่ได้หรอกถ้าจะขายแบบนั้น ก็ต้องไปที่ดาวอังคาร อันนี้ก็เป็น ประเด็นส่วนหนึ่งนะครับท่านประธานที่การปฏิวัติรัฐประหารภายใต้กฎอัยการศึกนั้น ส่งผลกระทบต่อภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งอันดามันแล้วก็ฝั่งอ่าวไทย ที่ผมพูดอย่างนี้นะครับ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยเคยรายงานไว้ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ยังไม่มีโควิด (COVID) นะครับท่านประธาน รายงานบอกว่าการเก็บภาษีไม่ว่าจะตัวใดก็แล้วแต่ หรือว่า การลงทุนในตัวใดก็แล้วแต่ของปลายปีที่แล้วนี่นะครับตกลงทุกตัว แม้ว่าจะมีการเลือกตั้ง ผ่านไปแล้ว แต่ว่ามันเป็นผลต่อเนื่องจากการปกครองของคณะรัฐประหาร คสช. ในยุคนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นราคาอาหารทะเลที่ลดลง เรื่องของการลงทุนในภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม ในภาคใต้ย่อมส่งผลกระทบทั้งสิ้น แต่รายงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจฉบับนี้นะครับ ท่านพูดถึงการพัฒนาเรื่องของการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ผมก็จะอภิปรายอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพว่าธนาคารแห่งประเทศไทยนี่นะครับ วิเคราะห์ไว้ในช่วงต้นปีนี้ก็คือ ไตรมาสที่ ๑ ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ไปดูรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือไม่ แต่ถ้ายังผมจะขออนุญาตสั้น ๆ ตรงนี้ครับ ก็คือว่าเขาชี้ชัดเจนเลยนะครับท่านประธาน ที่เคารพว่าการท่องเที่ยวที่ภาคใต้ที่มีปัญหามากในขณะนี้ เนื่องจากเขาไม่ค่อยได้สนใจ นักท่องเที่ยวคนไทย ซึ่งอันนี้จริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าคนไทยที่ไปเที่ยวในภาคใต้โดยเฉพาะที่ภูเก็ต พีพี หรือจังหวัดอื่น ๆ อาจจะรู้สึกได้ ก็แน่นอนครับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาในขณะนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ มาจนถึงปี ๒๕๖๒ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวยุโรป ชาวอเมริกันบ้าง ชาวสแกนดิเนเวียที่หนีหนาวมาพึ่งร้อนบ้านเราแล้วก็อาบแดด ท่านประธานครับผมเคยไปที่ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในฝั่งอันดามัน ผมสั่งกะเพราไก่ไข่ดาวครับ เช็กบิล (Check Bill) มาจานละ ๑๕๐ บาท ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ เพราะว่าเขาบอกว่าต้นทุนสูง นี่แหละครับ คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ครับ พอวันนี้เราต้องมาใช้เครื่องยนต์กลไก ที่เราเรียกกันว่า การบริโภคภายในประเทศ มันทำให้คนไทยที่อยู่ในภาคต่าง ๆ รู้สึกขยาดที่จะไปเที่ยว ในภาคใต้ครับ เดินทางด้วยรถยนต์ก็ลำบากแสนสาหัสครับ ทางหลวงหมายเลข ๔ ภาคใต้นี่ ถ้ายางเตี้ย ๆ มีโอกาสแตกแน่ โช๊ก (Shock) กำลังจะพังก็พังแน่นอนครับ ถนนหมายเลข ๔ วิ่งภาคใต้พระราม ๒ ลงไปผ่านหัวหิน ผ่านประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรไปจนถึงสุราษฎร์ธานี ไปจนถึงภูเก็ต ขับไม่ดีนี่อันตรายครับ ทำให้รถบรรทุกสินค้าจากภาคใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ จากกรุงเทพฯ ลงไปภาคใต้วิ่งชิดขวาตลอดครับ อันนี้คือปัญหาสำคัญนะครับที่กรรมาธิการ พัฒนาเศรษฐกิจท่านจะต้องไปดูด้วย
อาหารไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ในภาคใต้แพงเหลือกำลังครับ เอาล่ะฝรั่ง เขาบอกแหมแค่ ๓ ดอลลาร์สหรัฐ จิรายุ หรือว่า ๕ ดอลลาร์ แฮมเบอร์เกอร์ที่ชิคาโก เขาก็ขายกันแค่ ๕ ดอลลาร์ มากิน ๕ ดอลลาร์ในเมืองไทยมันผิว ๆ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในภาวะปัจจุบันนี้เราพึ่งพาเครื่องยนต์กลไกในประเทศก็คือการท่องเที่ยวหรือการบริโภค ภายในประเทศครับ แต่ผมยังไม่เห็นภาครัฐที่จะไปส่งเสริมในเรื่องของราคาสินค้า หรือส่งเสริมการท่องเที่ยวนอกจากแจก ๆ อย่างที่เป็นข่าว จริง ๆ แล้วกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี หรือนายกรัฐมนตรีถ้ามีดำริทำภาคใต้ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แล้วก็จำกัดราคาโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ส่งเสริมเรื่องของภาษี เรื่องของ การให้เงินอุดหนุนเรื่องต่าง ๆ นี่นะครับ ผมเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ก็อยากจะบินสายการบิน ทำให้สายการบินก็มีรายได้ด้วย การท่องเที่ยว โรงแรม อาหารการกินก็ดีด้วย แต่ที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยเห็นนะครับ เห็นแต่แจกอย่างเดียว เที่ยวกันคนละครึ่ง แต่เที่ยวกันคนละครึ่ง ในภาคใต้ กับเที่ยวคนละครึ่งแถว ๆ ชลบุรี พัทยา ระยอง เที่ยวทางภาคเหนือ ภาคอีสาน มันถูกกว่าคนละเรื่องท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการนะครับ ปัญหาที่ท่านแก้ไขกันไม่ได้ในเรื่องของโครงสร้างสำคัญครับ เรื่องของราคา เรื่องของนโยบายของรัฐ ไม่ใช่ว่านโยบายเดียวแล้วใช้กันทุกภาคเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ บางเรื่องมันก็ต้องแยกภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ จึงฝากให้ ท่านกรรมาธิการได้ส่งความคิดเห็นของผมส่วนหนึ่งไปประกอบท่าน แล้วบอก ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วการแก้ไขจะสัมฤทธิผล อย่างน้อยคนกรุงเทพฯ เขาจะได้อยากไป เที่ยวภาคใต้ คิดคำนวณตัวเลขแล้วไปเชียงใหม่ราคาถูกกว่า ขอบพระคุณท่านประธานครับ