สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

เอกภพ เพียรพิเศษ หารือเรื่องการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และเรียกร้องการแก้ไขการรับมือโควิดใหม่เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาดำเนินต่อไป

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูงครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคก้าวไกล จริง ๆ แล้วเป็นคนเชียงรายครับ แต่ว่าไปเรียนจบแพทย์ที่สงขลาก็เลย มีความเชื่อมโยงกับทางใต้ แล้วก็ในวันนี้ที่จะพูดถึงเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันได้รับ ผลกระทบหนักจากโควิด (COVID) และเกรงว่าถ้าสถานการณ์เป็นแบบปัจจุบันการท่องเที่ยว จะฟุบหนักไปจนที่การรายงานที่เราทำมาในฉบับนี้อาจจะไม่ได้ใช้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ เหมือนกับคนไข้ครับ ถ้าหัวใจหยุดเต้นไปนาน ๆ ปั๊มหัวใจอย่างไรก็ไม่ฟื้น การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีรายได้จาก ๓ ส่วนหลัก ๑ ส่วนคือเป็นนักท่องเที่ยว ในประเทศ อีก ๒ ส่วนเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เราจะถมอย่างไรก็ไม่หมดครับ ที่จะให้นักท่องเที่ยวในประเทศไปเที่ยวในประเทศเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วการรับมือ จากโควิด (COVID) ถ้าเราย้อนกลับไปดูในช่วงเริ่มต้น การรับมือกับโควิดในช่วงเริ่มต้น ของประเทศเป็นอย่างไร ช่วงเดือนมีนาคม ช่วงปลายปีช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วที่มี การระบาดที่จีน ช่วงเดือนมีนาคมที่เริ่มมีการระบาดที่ประเทศไทยในช่วงต้นเราเปิดรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาทั้งที่หลายประเทศเริ่มมีการปิด ประเทศไทยเริ่มมีการปิด การเดินทางจากต่างประเทศวันที่ ๓ เมษายน วันที่ ๒ เมษายนมีการประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันที่ ๓ เมษายนนั้นเป็นวันที่กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อนั้น เริ่มคงที่แล้วครับ เริ่มถึงจุดสูงสุดแล้วกำลังจะลดลงแล้ว การปิดประเทศของเราทำได้ช้า การเริ่มต้นรับมือทำได้ช้าและสับสน ณ ตอนนี้ที่หลาย ๆ ประเทศเริ่มมีกระบวนการ ในการเปิดประเทศ เริ่มมีการหามาตรการในการรับมือรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เราเพิ่งเริ่ม อย่างช้า ๆ ปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเพิ่มขึ้นในการที่เรารับมือกับโควิด (COVID) เราเข้าใจตัวโรคมากขึ้น เรารักษาได้มากขึ้น ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตน้อยลง ประเทศไทยกำลังทำอะไร กันอยู่ ผมมีข้อมูลจากการประชุมในคณะกรรมาธิการสาธารณสุขมานำเสนอตรงนี้เรื่องของ จำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศผ่านการกักกันตัวนะครับ การกักกันตัวในของประเทศไทย ที่เรามีอยู่นี่ปัจจุบันมีหลายแบบครับ มีสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) อัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน (Alternative State Quarantine) ฮอสพิทัล ควอรันทีน (Hospital Quarantine) โลคัล ควอรันทีน (Local Quarantine) และล่าสุดมีออร์แกไนซ์เซชัน ควอรันทีน (Organization Quarantine) ท่านประธานครับ จนถึงเริ่มต้นจนถึงตอนนี้มีจำนวนผู้ผ่าน การกักกันตัวทั้งหมด ๑๔๐,๘๒๘ ราย ส่วนใหญ่ผ่านทางโรงแรมครับ ๑๐๒,๐๐๐ ราย ทราบไหมครับว่ามีผู้ติดเชื้อทั้งหมดที่ตรวจเจอจากแสนกว่ารายนี่เพียงแค่ ๗๕๐ ราย หรือคิดเป็น ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ของคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศ นี่คือข้อมูลที่เรามี นี่คือข้อมูลการรับมือ ของโควิด (COVID) กับการท่องเที่ยวที่เราควรจะต้องมีการเริ่มต้นมาคิดใหม่ทำใหม่กันหรือเปล่า กระบวนการที่เราทำในวันนี้แทบจะไม่ต่างกับสิ่งที่เราทำเมื่อเดือนมีนาคม ทั้ง ๆ ที่ทั่วโลกแล้ว ข้อมูลผลการวิจัยมีเพิ่มขึ้นมากมาย การรับมือกับโควิด (COVID) ในปัจจุบันนี้เราต้องทำให้ มีการสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับเรื่องของสาธารณสุขครับ การปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดประเทศ เราทำเพื่อกดให้จำนวนผู้ติดเชื้อไม่เพิ่มสูงขึ้นจนสาธารณสุขรับมือไม่ได้ แต่ประเทศไทยเรา มีต้นทุนทางด้านสาธารณสุขที่ดี เรามีระบบควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพสูงครับ เรามีการรักษา ที่มีมาตรฐานสูง มีทรัพยากรสาธารณสุขที่เพียงพอ อย่างเช่น ที่เชียงรายที่บ้านผมนี่มีเตียง ที่สามารถรองรับคนไข้โควิด (COVID) อย่างเดียวนี่ได้ประมาณ ๔๐๐ เตียง มีศักยภาพ ในการตรวจคนไข้และรักษาคนไข้ มีผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) คาดการณ์กันว่า ๕๐ รายต่อวัน รับมือไหวเฉพาะในเชียงราย ตรงนี้ทั่วประเทศเรามีการคำนวณตรงนี้ไว้หรือยังครับ ถ้าจะเปิดประเทศ เปิดอันดามัน เปิดอ่าวไทย เราคำนวณไว้สิครับเราจะรับผู้ติดเชื้อได้เท่าไร เรายอมให้มีผู้ติดเชื้อได้บ้าง ให้กลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยงเขาได้ออกมาทำมาหากินมีเศรษฐกิจที่ดี มีปากท้องที่ดีได้ ความภูมิใจต่อการรับมือกับโควิด (COVID) คือการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทางเศรษฐกิจมากกว่าการยึดติดกับตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็น ๐ แต่กระเป๋าเงินของประชาชน ก็เป็น ๐ ด้วย ควรจะถึงเวลาที่มีการคิดใหม่เรื่องโควิด (COVID) และการจัดการเรื่องโควิด (COVID) ใหม่เพื่อให้การท่องเที่ยวการเดินทางกลับมา แล้วก็เศรษฐกิจของประเทศกลับมาได้ ขอบคุณครับ