ณัฐวุฒิ บัวประทุม ให้ความเห็นต่อรายงานการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย โดยเน้นย้ำความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างลึกซึ้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมที่จำกัดในภาคใต้ ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางและการขนส่ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล จึงเรียกร้องให้มีการพัฒนาเส้นทางรองอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งท้วงติงว่ารายงานขาดการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมจากการท่องเที่ยว เช่น ปัญหาสิทธิเด็ก การค้ามนุษย์ ตั้งครรภ์วัยรุ่น และการทิ้งเด็ก จึงเสนอให้ศึกษาและบรรจุการจัดการประเด็นเหล่านี้ในรายงานฉบับต่อไป พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนข้อสังเกตโดยรวมของรายงาน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ เสียดายนะครับวันนี้ ท่านประธานกรรมาธิการศิริกัญญา ตันสกุล ท่านมีภารกิจไม่ได้ร่วมขึ้นมาอภิปรายหรือชี้แจง ต่อที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ขอบพระคุณท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ที่ท่านนำเสนอรายงาน ที่น่าสนใจ ท่านอาจจะถามว่าจริง ๆ แล้วผมบ้านอยู่อ่างทองเกี่ยวอะไรกับภาคใต้ ก็ไม่แปลกอะไรเพราะว่าวันนี้ประเทศไทยเรื่องของการเดินทาง การคมนาคมต่าง ๆ การย้ายถิ่น มีพี่น้องจากอ่างทอง พี่น้องจากภาคกลาง พี่น้องจากกรุงเทพฯ ที่ลงไปทำงาน ที่ภาคใต้ ก็เช่นเดียวกันว่ามีพี่น้องจากภาคใต้ที่ขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพฯ อื่น ๆ เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเวลาที่เราพูดถึงการท่องเที่ยว พูดถึงเรื่องของผลประโยชน์ของประเทศชาตินั้น คงเกี่ยวข้องกับทุก ๆ จังหวัด ทุก ๆ พื้นที่แน่นอน แต่อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็น ที่ผมมีข้อสังเกตต่อรายงานพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยง แหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ผมขออนุญาตที่จะมีข้อสังเกตอยู่สัก ๔ ประการ ด้วยกันครับ
ในประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ขณะที่มีการศึกษานั้นความเจริญหรือเรื่องของ โลจิสติกส์ (Logistics) รองรับต่าง ๆ มีน้ำหนักของผู้ที่ไปท่องเที่ยวนั้นอยู่ที่ฝั่งอันดามัน ค่อนข้างมาก แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว เมจิคัลฮับ (Magical Hub) ที่ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ท่านเพิ่งพูดเมื่อสักครู่นี้ก็น่าสนใจว่าวันนี้คนเดินทางไปทางอ่าวไทยมากกว่า เอาเข้าจริง ๆ แล้วเวลาที่เราศึกษาใด ๆ ต่าง ๆ แม้กระทั่งเชิงเส้นทาง เชิงจุดกำเนิดก็มีความสำคัญ ผมคิดว่า ถ้ารายงานฉบับนี้ซึ่งท่านคงปรับไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่จากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย หรืออ่าวไทยสู่อันดามัน แต่มันเป็นเรื่องเส้นทางระหว่างกันครับ ก็คือการท่องเที่ยวระหว่าง อันดามันสู่อ่าวไทย เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางที่เพิ่งเกิดขึ้นนะครับ เป็นเส้นทางดั้งเดิม ที่แม้กระทั่งแผนที่ของปโตเลมี (Ptolemy) ก็เคยพูดถึงคำว่า แหลมทอง ถ้าผมจำภาษาละติน ไม่ผิดน่าจะเรียกว่า ไคเส (Khiyse) หรืออะไรสักอย่างหนึ่ง ฉะนั้นตรงนี้ที่เป็นประเด็นแรก ที่ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านพูดถึงเรื่องของแผนพัฒนาจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๒ กลุ่มจังหวัดใหญ่ ที่อยู่ฝั่งอ่าวไทยกับอันดามันนั้นจำเป็นจะต้องระบุเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วนทุก ๆ มิติ นั่นเป็นประเด็นที่หนึ่งที่ท่านได้กล่าวอยู่บ้าง แต่ผมพยายามจะเน้นว่านั่นคือความเชื่อมโยง ระหว่างพื้นที่ระหว่างกัน มิใช่จากจุดใดไปจุดหนึ่งครับ
ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องการพัฒนาแผนพัฒนาเชิงโครงสร้าง ต่าง ๆ ในนี้มันมีรายละเอียดเยอะ แต่ว่ากันว่าถ้าเส้นทางในภาคใต้ถูกเรียกว่าเป็นเส้นทาง ลูกเมียน้อยมาโดยตลอด ท่านไปภาคอีสานท่านเห็นนะครับมีเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ไปหลายด้าน ภาคเหนือก็มีเส้นทางรองรับ ไปภาคใต้ทีไรเราเดินทางได้เส้นทางเดียวก็คือ ถนนเพชรเกษม ฉะนั้นก่อนจะออกจากถนนเพชรเกษมจะไปทางระนอง พังงาก็ต้องออก แยกปฐมพรที่ชุมพร จะลงไปใต้กว่านั้นก็ต้องไปออกหลังสวน ทุ่งตะโกต่าง ๆ จะไปสงขลา ก็ต้องลงไปถึงนครศรีธรรมราช ออกพัทลุง อ่าวน้อย อีกฝั่งหนึ่งออกไปทางหาดใหญ่ ปาดังเบซาร์ ยิ่งลงไปถึง ๓ จังหวัดภาคใต้ยิ่งยากใหญ่ เพราะเรามีเส้นทางหลักเส้นทางเดียวเท่านั้นเอง ยิ่งหน้าเทศกาลไม่ว่าจะเป็นบุญเดือนสิบ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ก็มีอุบัติเหตุไม่น้อยเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าสิ่งที่รายงานฉบับนี้พยายามจะพูดถึงโลจิสติกส์ (Logistics) หรือการเดินทางระหว่างกัน แต่ท่านไม่ค่อยได้พูดมากนักถึงแผนพัฒนาเส้นทางหลัก เส้นทางรองต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะรองรับการท่องเที่ยวหรือการขนส่งใด ๆ ต่าง ๆ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตครับ
ในประการที่ ๓ เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเน้นเป็นอย่างยิ่ง ในความเป็นจริง ท่านมาถูกทางแล้ว ก็คือท่านเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมศิลปากรมาให้ข้อมูลกับที่ประชุม ของท่าน แต่ด้วยความเคารพผมอ่านรายงานท่านทั้งหมดท่านย้อนประวัติศาสตร์ภาคใต้ไป ไม่เกินกว่าประวัติศาสตร์ช่วงคล้าย ๆ กับว่าต้นอยุธยาเท่านั้น ความจริงท่านพูดถึงศาล หลายอย่างในนครศรีธรรมราชซึ่งนั่นก็มีรูปเคารพที่เก่าแก่กว่าอยุธยาทั้งหมดเลย ที่ต้อง พูดแบบนี้เพราะว่าเรากำลังพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรากำลังพิสูจน์กันว่าตกลงแล้ว ศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัยอยู่ที่ใดระหว่างประเทศไทย สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช หรือปาเล็มบังในอินโดนีเซีย เรากำลังพูดถึงเส้นทางเชื่อมโยงไประนองออกขะเมายี้ ในเกาะสอง ประเทศพม่า ซึ่งเราพบลูกปัด เราพบจุดกำเนิดของศาสนาพุทธเยอะแยะไปหมด ที่เรียกว่าตรีรัตนะ ที่เรียกว่าลูกปัดลิงลิงโอต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยถูกเขียนอย่างเป็นกิจจะลักษณะในรายงานฉบับนี้เลย นี่ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ใหญ่มากนะครับ เกาะพระทอง คุระบุรีต่าง ๆ ฉะนั้นท่านจำเป็นครับที่ต้องบาลานซ์ (Balance) ระบบเรื่องของการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แล้วผมคิดว่าเอาเข้าจริง ๆ นะครับ จุดขายของภาคใต้ของเราในวันนี้จุดขายเรื่องวัฒนธรรม จะดึงดูดพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งในส่วนของประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ ในเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี เรื่องของโบราณคดี เรื่องของอารยธรรมยิ่งขึ้นนะครับ หลายครั้งที่เราพบลูกปัดแม้กระทั่งลูกเดียวมันพิสูจน์ให้เห็นความเชื่อมโยงของอาณาจักรโรมัน พิสูจน์ให้เห็นการเชื่อมโยงของทมิฬนาฑู พิสูจน์ให้เห็นการเชื่อมโยงของเปอร์เซียต่าง ๆ ซึ่งถูกพูดถึงอย่างมีนัยน้อยมากในรายงานฉบับนี้ นั่นเป็นประเด็นที่ผมจำเป็นต้องย้ำ ขอคำชี้แจงหรือรายละเอียดจากท่านเพิ่มเติมครับ
ในประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ ไม่พูดถึงเรื่องของการจัดการผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว ผมเติบโตมาจาก การทำงานในเอ็นจีโอ (NGO) เรื่องสิทธิเด็กครับ เวลาเรามองพัทยา มองภูเก็ต มีปัญหาทางสังคม ที่ตามมาเยอะครับ มีปัญหาผลกระทบต่อวิถีชีวิตพี่น้องประชาชน แค่พี่น้องมอแกน พี่น้องมอแกน พี่น้องอูรักลาโว้ยก็มีผลกระทบแล้ว นับประสาอะไรกับกรณีที่อาจจะมีปัญหาทางสังคม มีเรื่อง ของการค้ามนุษย์ มีเรื่องของการทิ้งเด็ก มีเรื่องของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มีเรื่องของการออกจาก การเรียนก่อนกำหนด มีเรื่องของการค้าประเวณี สิ่งเหล่านี้ถูกพูดถึงในเชิงผลกระทบไม่มากนักครับ และผมคิดว่าถ้าหากในอนาคตรายงานจะสามารถเพิ่มเติมหรือศึกษาได้ผมอยากให้ใส่เรื่องของ การจัดการผลกระทบเหล่านี้เข้าไปในรายงานฉบับนี้ด้วยครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ผมสนับสนุนข้อสังเกตทั้งหมดของรายงานฉบับนี้ และผมคิดว่านี่คือหมุดหมายสำคัญที่จะนำไปสู่ การพัฒนาภาคใต้ไม่ให้น้อยหน้าไปกว่าภาคอื่น ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ