สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงและนครศรีธรรมราช และเรียกร้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา เพื่อเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนเมืองให้ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และเรียกร้องการสนับสนุนจากส่วนกลางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนรับผิดชอบในการวางแผนและดำเนินการเพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องในภาคใต้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ตั้งประเด็นในการศึกษาแนวทางการพัฒนา เศรษฐกิจเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย จากการรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ก็ทราบว่าพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุงเป็นพื้นที่ที่มีประชากร ที่อยู่ในขั้นยากจนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันถ้าเราย้อนกลับไปดูตัวเลขเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๒ รายได้จากการท่องเที่ยวภาคใต้โดยรวมประมาณ ๘๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานีเป็นแหล่งที่ทำรายได้จำนวนนั้นอยู่
ประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีความยากจน และคนยากจนอยู่จำนวนมากอันนี้ก็ต้องโทษ จะโทษหน่วยงานราชการหรือว่านโยบาย ของรัฐอย่างเดียวก็คงไม่ได้ แต่มันต้องหันมาดูว่าคนนครศรีธรรมราชและคนพัทลุงได้เลือก และกำหนดตัวเองไว้ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน แน่นอนครับ สถานการณ์วันนี้ก็ถือว่านครศรีธรรมราชกำลังเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภาคใต้ นั่นก็เป็นการท่องเที่ยวในเชิงเมจิคัล ทัวริซึม (Magical Tourism) ก็คือลักษณะการท่องเที่ยว โดยอาศัยความเชื่อและศรัทธา ซึ่งแน่นอนครับความเชื่อและศรัทธาถ้ามันสามารถดำรงอยู่ได้เป็นระยะยาวก็จะเป็นผลดี ต่อรายได้ของพี่น้องและจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ความเชื่อและศรัทธาไม่ว่าที่ไหนก็ตาม มันไม่สามารถที่จะยืนระยะยาวได้ตลอดเวลา เพราะว่าพื้นที่ของวิทยาศาสตร์มันก็เข้ามา กินแดนของความเชื่อและศรัทธาอยู่ทุกวินาที สิ่งที่คณะกรรมาธิการศึกษามาว่าโครงสร้าง ของการจัดการเรื่องการท่องเที่ยว มันจะกระจายรายได้ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่คนภาคใต้ ที่ขาดผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงและนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดบอดอยู่จะคิดอย่างไร วิธีการ วิธีคิดแบบเดิม ๆ มันใช้ไม่ได้หรืออาจจะใช้ได้จำนวนน้อย แต่แน่นอนครับสิ่งแรกที่คณะกรรมาธิการศึกษาก็เริ่มต้นที่โครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา เพื่อให้การเชื่อมต่อระหว่างแหล่งท่องเที่ยวกับชุมชนเมืองทั้งหลาย ได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะฉะนั้นการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างง่ายมันก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่จะต้องพัฒนา แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นในวันนี้ก็คือคณะกรรมาธิการที่ศึกษาก็ยังฝากทุกอย่างไว้ ที่ส่วนกลาง กระทรวง ทบวง กรม กรมทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่เคยมองว่า ความเดือดร้อนและความต้องการของพี่น้องมันควรจะมีส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเขามีส่วนในการรับผิดชอบด้วย ลองดูแนวทางในการเสนอให้ส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้มีส่วนในการวางแผนว่าจะทำรายได้เข้าจังหวัด ของตัวเองได้อย่างไรภายใต้การสนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ใช่ฝากไว้ที่ ททท. หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งมีงบประมาณอยู่นิดเดียว คนก็มาเห็นในรายงานว่า งบประชาสัมพันธ์ก็มีน้อย แน่นอนครับ ทีนี้มันจะมาสู่การท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องในภาคใต้เชื่อมต่อผลประโยชน์จากฝั่งอันดามันมาสู่ส่วนกลางของพื้นที่ในภาคใต้ ได้อย่างไร ภาคใต้เป็นเส้นทางที่เราเห็นตลอดเวลาว่ามีเทือกเขาหลวงในนครศรีธรรมราช เทือกเขาบรรทัดจากพัทลุงไปถึงสตูล นี่คือแหล่งทรัพยากรสำคัญที่จะสามารถทำธุรกิจ การท่องเที่ยวได้ไม่ใช่แต่ฝั่งทะเลอย่างเดียว แต่เราละทิ้งเรื่องอย่างนี้แล้วปล่อยให้หน่วยงาน ราชการพยายามช่วงชิง โดยเฉพาะกรมชลประทานเอาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไปทำโครงการซึ่งทำให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ พอที่อุดมสมบูรณ์มีแหล่งน้ำดี ๆ จะเอาอ่างเก็บน้ำไปใส่โดยอ้างความเดือดร้อนของพี่น้องข้างล่าง แต่นั่นคือสิ่งที่ควรจะสงวนไว้ เพื่อที่จะทำรายได้ ถ้าเรากำหนดโลกปัจจุบันมันคือรายได้หลักจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ประเทศไทยทำเศรษฐกิจสู้เขาไม่ได้หรอกครับ เพราะเราถูกกดดันอยู่ภายใต้โครงสร้างความสามารถ ทางการแข่งขันที่ต้องการขายสินค้าที่มีราคาถูกไปให้โลก เราจึงเจอแต่แรงงานถูก วัตถุดิบถูก การท่องเที่ยวเท่านั้นที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมีหลักประกันในอนาคต การคิด แบบนิวนอร์มอล (New Normal) ที่ว่านี่มันต้องคิดภายใต้วิกฤติให้มันเป็นปกติ นั่นก็คือ รักษาสิ่งที่เป็นธรรมชาติเอาไว้ให้ได้ ดูแลสิ่งเหล่านี้ไว้ให้เป็นทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ให้ได้ แต่อย่าคิดถึงเรื่องโครงการขนาดใหญ่ที่ข้างหน้าให้คนหวาดผวาแบบคลองไทย แล้วการท่องเที่ยวมันจะอยู่ตรงไหนก็แล้วกัน ขอบคุณครับท่านประธาน