สัณหพจน์ ชี้เหลื่อมล้ำท่องเที่ยวอันดามัน-อ่าวไทย เสนอเชื่อมโยงพัฒนาอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สัณหพจน์ สุขศรีเมือง หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวระหว่างฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย โดยชี้ให้เห็นความไม่สมดุลทั้งในด้านรายได้ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาที่ยังขาดการบูรณาการอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้ตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาและผลักดันแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองฝั่งอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาคมนาคม การประชาสัมพันธ์ร่วม และมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต วันนี้ทำหน้าที่แทนประธาน กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ในส่วนของรายงานวันนี้ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ในนามคณะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจมีอำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๒๕) ในการศึกษาอันเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ ธุรกิจ ภาคเอกชน ประชาชน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจของภูมิภาคต่าง ๆ ในสังคมโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักที่สำคัญ ของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยที่มีความเหลื่อมล้ำกัน ระหว่างรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน ในการนี้คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ จึงตั้งคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยว ด้านโลจิสติกส์ (Logistics) ด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และด้านการค้าการลงทุน โดยกำหนดวัตถุประสงค์การศึกษา ๒ ประการคือ

๑. เพื่อศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหาการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน สู่อ่าวไทย

๒. เพื่อวิเคราะห์และจัดทำแนวทางการพัฒนาเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย

การดำเนินการพิจารณาศึกษาในวิธีการเชิงคุณภาพดังนี้

๑. การรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย สำนักงานสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

๒. การลงพื้นที่ศึกษาดูงานและรับฟังข้อมูล ณ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ และจังหวัดนครศรีธรรมราช

๓. การสัมมนาเพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

๔. การศึกษารวบรวมข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

คณะอนุกรรมาธิการได้ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาศึกษา จำนวน ๖๐ วัน และได้ขอขยายระยะเวลา จำนวน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๖๐ วัน คณะอนุกรรมาธิการสิ้นสุด ระยะเวลาในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ จากนั้นคณะอนุกรรมาธิการได้นำเสนอรายงานต่อ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒๓ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบรายงาน และให้เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจจึงขอนำเสนอรายงานต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เพื่อให้ทุกท่านได้มีส่วนร่วมเสนอแนะ เพิ่มเติมอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย และประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศต่อไป โดยมีรายละเอียดผลการพิจารณาศึกษา ดังนี้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

รายงานการพิจารณาการศึกษา การพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยนะครับ ประเด็นการนำเสนอครับ ๑. ความเป็นมาของการพิจารณา ๒. วัตถุประสงค์ของการศึกษา ๓. วิธีการศึกษา ๔. ผลการศึกษา ๕. ข้อเสนอแนะและข้อสังเกต

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ภาคใต้ของประเทศไทยนับเป็นพื้นที่ เศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้ให้กับประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก แต่ในความจริงกลับพบว่ามีความย้อนแย้งในพื้นที่ทางเศรษฐกิจดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัดเจน จากตารางจำนวนคนจนในภาคใต้จำแนกตามกลุ่มจังหวัดอันดามันและอ่าวไทย หน่วยเป็น พันคน ขอสไลด์ (Slide) ดูติดตามนิดนะครับ จากกลุ่มจังหวัดของการแบ่งสำหรับการท่องเที่ยว ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ระนอง และตรัง ในส่วนของ ฝั่งอ่าวไทยจะมีกลุ่มจังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชุมพร นครศรีธรรมราช จากผลของ ตารางที่ท่านเห็น สังเกตดูที่ปี ๒๕๕๗ ตรงนี้เป็นจำนวนคนจนในภาคใต้จังหวัดภูเก็ตเมื่อปี ๒๕๕๗ หน่วยเป็นพันคนนะครับ หมายถึง ๓,๘๐๐ คน แต่ตัวอย่างในจังหวัดพังงา ๖,๒๐๐ คน แต่ท่านมาดูในจังหวัดชุมพรในฝั่งอ่าวไทยอยู่ที่ ๒๓,๘๐๐ คน ซึ่งต่างกับภูเก็ตมากเพียง ๓,๘๐๐ คน แต่ถ้าท่านดูในจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีคนจนมากถึง ๑๗๓,๐๐๐ คนโดยประมาณ นี่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ หรือการกระจายอำนาจ หรือการกระจายโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน หรือการบริหารจัดการที่ยังไม่มีความสมบูรณ์และการบริหารจัดการที่ดีเพียงพอ ตรงนี้ครับ ตัวชี้วัดที่เห็นจากตารางตรงนี้จะเห็นชัดเจน

ในปี ๒๕๖๒ ในตารางสุดท้าย ดูคอลัมน์สุดท้ายครับ ๒.๔ ๒,๔๐๐ คน ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทำให้จำนวนคนจนในจังหวัดภูเก็ตลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในส่วนของฝั่งอ่าวไทยมาดูที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นตัวอย่างนะครับ ซึ่งชุมพรเอง ก็ลดลงเช่นกัน แต่นครศรีธรรมราชคนจนกลับเพิ่มขึ้น ๑๙๓,๐๐๐ คนโดยประมาณนะครับ เพิ่มขึ้นมาจากปี ๒๕๕๗ ถึง ๒๐,๐๐๐ คน ทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นมาครับ ––––––– เพราะว่าการพัฒนาที่เชื่อมโยงนะครับ การท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยตรงนี้ครับ เราทราบดีว่านักท่องเที่ยวคุณภาพในฝั่งยุโรป อเมริกาที่มาในส่วนของฝั่งอันดามัน ไม่ว่า จะเป็นกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง ที่ท่านมาเขามีจุดขายในส่วนของหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ มีการท่องเที่ยวที่มีจุดขายชัดเจน มีแมกเน็ต (Magnet) มีเดสทิเนชัน (Destination) และมีบีมายเกสต์ (Be my Guest) นี่คือหัวใจของการท่องเที่ยว ในส่วนของ จังหวัดภูเก็ตก็เป็นที่รวมของเกาะต่าง ๆ ที่ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามา ในส่วนของ จังหวัดกระบี่มีความชัดเจนของอ่าวมาหยาที่โด่งดัง มีจุดขาย มีเดสทิเนชัน (Destination) ที่ชัดเจนคือจุดหมายปลายทาง

แต่ถ้าหากมาในฝั่งอ่าวไทยถ้าเรามาสุราษฎร์ธานีเราก็จะเจอกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีเกาะสมุยเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชอบและมากันที่สุราษฎร์ธานี ส่วนถ้าหากเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยในส่วนสุราษฎร์ธานีก็จะมีจุดขายในส่วนของเขาสก หรือเขื่อนเชี่ยวหลานเมืองไทย ตรงนั้นเป็นจุดขาย

แต่หากมาในฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดสงขลาก็จะมีจุดขายในส่วนของอำเภอ หาดใหญ่ ที่จะเป็นแหล่งจับจ่ายสินค้าที่มีการนำเข้ามาจากในส่วนของประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็เป็นจังหวัด อำเภอที่มีเศรษฐกิจที่ดีอยู่แล้วในส่วนของภาคใต้ บ่งบอกให้เห็นชัดกับ เส้นทางคมนาคมที่มีมากในส่วนของจังหวัดภูเก็ตและสงขลานะครับ

แต่ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช มันมีจุดขายเพียงเฉพาะวัดพระบรมธาตุ แต่ตอนนี้มีเพิ่มขึ้นก็คือวัดเจดีย์ไอ้ไข่ ก็คือไอ้ไข่ที่หลายท่านรู้จักดีทั่วประเทศที่มีเพิ่มขึ้น แต่ล้วนแล้วจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย ๙๘ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เป็นนักท่องเที่ยว ที่เป็นคนไทย ส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์กว่าเท่านั้น เมื่อเกิด พิษเศรษฐกิจโควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดขึ้นปัญหาในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายใช้สอย หรือว่ามาใช้ในส่วนของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในส่วนของฝั่งอ่าวไทยโดยเฉพาะ จังหวัดนครศรีธรรมราช เลยไม่ได้เกิดผลกระทบมากมายกับโควิด (COVID) หรือแทบไม่มี ผลกระทบ เพราะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้น แต่ตรงนี้ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นตรงกันว่า เราเกิดอะไรขึ้นถึงเป็นอย่างนี้ ประชากรที่มีคนจนเพิ่มขึ้นในส่วนของฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะ จังหวัดนครศรีธรรมราชนั่นหมายถึงว่าสามเหลี่ยมที่เกิดขึ้นถ้าท่านจับจุดแรกปลายสามเหลี่ยม อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ผมยกตัวอย่างนะครับ แต่จริง ๆ ก็คือรวมกันในฝั่งอ่าวไทย ไม่ว่าจะเป็น พังงา กระบี่ ตรัง เป็นสามเหลี่ยมจุดแรก โยงไปยังสามเหลี่ยมจุดที่ ๒ ทแยงขึ้นไปสู่สุราษฎร์ธานี แล้วคนก็จะไหลไปสู่จังหวัดชุมพรเห็นไหมครับ คอลัมน์สุดท้ายอยู่ที่ประมาณ ๑๖,๐๐๐ คน นั่นหมายความว่าจำนวนคนจนลดลง หมายถึงว่าเส้นทางการคมนาคมเพื่อจะส่งเสริม การท่องเที่ยวตรงนั้นคนมาจากฝั่งอันดามันไปสู่สุราษฎร์ธานีแล้วเข้าสู่เกาะสมุย แล้วก็ ไหลไปสู่ชุมพร แล้วก็กลับขึ้นมายังกรุงเทพมหานครได้เป็นเส้นทางผ่านให้ไหลไปสู่ การท่องเที่ยวที่สะดวกและสมบูรณ์

ส่วนสามเหลี่ยมจุดที่ ๓ ลงมาด้านล่างก็จะเป็นในส่วนของจังหวัดสงขลา ที่ไหลมา แล้วเข้าสู่หาดใหญ่ แล้วไหลต่อไปยังปาดังเบซาร์ แต่ส่วนที่ตกขอบอยู่ตรงกลางนั่นคือ นครศรีธรรมราช ที่ขาดการพัฒนา ขาดการส่งเสริมที่เพียงพอ ตัวชี้วัดชัดเจนก็คือนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่มีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ นะครับ ตารางนี้จะทำให้ท่านได้เห็นชัดนะครับ

ในปี ๒๕๖๑ พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย มากถึง ๓๘,๑๗๘,๑๙๔ คน โดยเดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวจำนวน ๓๔,๗๑๘,๒๗๖ คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง ๑,๘๗๖,๑๓๗ ล้านบาท หากพิจารณาในประเด็น จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวในฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยแล้วกลับพบว่า จังหวัดภูเก็ตมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากถึง ๙,๙๒๑,๑๕๔ คน ทำรายได้ถึง ๓๗๙,๒๕๐ ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มจังหวัดฝั่งอ่าวไทยปรากฏว่าจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติน้อยที่สุดคือจังหวัดพัทลุง จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพียง ๗,๘๕๕ คน ทำรายได้เพียง ๔๕.๙๓ ล้านบาทเท่านั้น

ในส่วนของตัวเลขคอลัมน์ถัดมา ในส่วนของตารางถัดมาฝั่งอันดามันผมจะให้ ท่านดูจากตารางที่ได้กล่าวไว้นะครับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนคนในคอลัมน์ที่ ๔ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ภูเก็ต ๙,๙๒๑,๑๕๔ คน แต่ในส่วนของจังหวัดพัทลุง ๗,๘๕๕ คน แล้วรายได้จากการท่องเที่ยวท่านมาดูครับ ๓๗๙,๒๕๐ ล้านบาทในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ในส่วนของจังหวัดพัทลุงมีเพียง ๔๖ ล้านบาทเท่านั้นนะครับ จากข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็น ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างประชาชนฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย อย่างมีนัยสำคัญ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อให้การท่องเที่ยว สามารถพัฒนาได้อย่างเท่าเทียมกันทั้ง ๒ ฝั่งทะเล ดังนั้นคณะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีมติในหลักการให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยขึ้น เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อจัดทำแนวทางข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยง แหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ยั่งยืน ในระยะยาวต่อไป ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใน ๑๒ ด้านนะครับ

ในส่วนของวัตถุประสงค์ในการศึกษา เมื่อสักครู่ผมได้รายงานไปแล้ว วิธีในการศึกษา ครั้งนี้ก็รายงานไปแล้วในเบื้องต้นนะครับ ผลการศึกษาตรงนี้สำคัญครับ สภาพปัญหา การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยพบว่า

๑.๑ ด้านกลไกภาครัฐ คือ ปัญหาการขาดแผนเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพัฒนา เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยและไม่บูรณาการทั้งระบบ นั่นหมายความว่า กลุ่มจังหวัดที่ผมได้กล่าวถึงในเบื้องต้นคือกลุ่มจังหวัดในส่วนของฝั่งอันดามันและกลุ่มจังหวัด ของฝั่งอ่าวไทยมีการแยกการบริหารชัดเจน ในส่วนของกลุ่มจังหวัดฝั่งอ่าวไทย จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธาน แล้วในส่วนของกลุ่มจังหวัดฝั่งอันดามัน ก็จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอย่างชัดเจนเช่นกัน แต่ยังขาดการเชื่อมโยง มีขาดการประสานกันระหว่างทั้ง ๒ ฝั่ง จึงเกิดการไม่มีการประชาสัมพันธ์เกิดขึ้นดังด้านที่ ๓ ที่จะเกิดขึ้นนะครับ

๑.๒ ด้านเส้นทางการคมนาคม คือปัญหาโครงข่ายเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันสู่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ยังมีไม่เพียงพอ ส่วนทางรถไฟส่วนใหญ่ยังเป็นระบบรางเดี่ยว รวมทั้งโครงข่ายการคมนาคมทางรถไฟ ที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ และเส้นทางอากาศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญค่อนข้างมากต่อการตัดสินใจ เดินทางท่องเที่ยวระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันมากกว่าการเดินทางประเภทอื่น แม้ปัจจุบันการคมนาคมขนส่งทางอากาศของภาคใต้มีสนามบิน ๑๑ แห่ง แต่ยังไม่มีสายการบิน ที่เปิดเที่ยวบินรองรับเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภาคใต้ฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย ในส่วนของการคมนาคมในด้านนี้จริง ๆ การคมนาคมเรามีทั้งทางน้ำ ทางบก แล้วก็ ทางอากาศ ทางบกเราได้แยกออกเป็นทางรถยนต์ แล้วก็ทางรางก็คือทางรถไฟ ณ วันนี้ กระทรวงคมนาคมก็มีแผนอนุมัติเรียบร้อยแล้วครับก็คือเส้นทางรถไฟจากระนองไปยังชุมพร แต่นั่นหมายถึงว่ากำลังจะกลับมาที่จุดเดิม จุดสามเหลี่ยมที่เริ่มต้นจากจังหวัดทางฝั่งอันดามัน ก็คือภูเก็ต ระนอง แล้วก็ไหลไปสู่ชุมพร แล้วกลับขึ้นไปกรุงเทพมหานครเช่นเดิมนะครับ แต่ในส่วนที่จะลงมาด้านล่างในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสงขลา ตรงนี้ ก็ยังต้องทำการบ้านกันต่อ เพราะระยะทางในการคมนาคมหรือการเดินทางจากฝั่งอันดามัน สู่อ่าวไทย จากคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน สู่อ่าวไทย ได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมผู้ประกอบการและใช้เวลาในการเดินทางเกือบ ๕ ชั่วโมงเต็ม ในการเดินทางจากจังหวัดภูเก็ตมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนั้นจึงทำให้มองเห็นได้ว่าการ เชื่อมโยง ณ วันนี้เส้นทางการคมนาคมมีเพียงเส้นทางรถเท่านั้นที่จะมาทางฝั่งนครศรีธรรมราช นี่ คือจุดอ่อนที่คณะอนุกรรมาธิการได้ค้นพบและนำข้อเสนอแนะนี้มายังรัฐมนตรี ฝ่ายรัฐบาลที่ เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข เพื่อกระจายรายได้ เพื่อขยับตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในส่วนของการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนแล้วก็วิสาหกิจ ชุมชน สิ่งหนึ่งที่อยากให้เกิดก็คือในส่วนของเส้นทางสายการบินจากนครศรีธรรมราชสู่ภูเก็ต หรือว่าจากภูเก็ตมาสู่นครศรีธรรมราช แต่ ณ วันนี้ผมคิดว่าในฝั่งอ่าวไทยสามารถที่จะช่วย ฝั่งอันดามันได้ส่วนหนึ่ง เพราะนักท่องเที่ยวฝั่งอันดามันตอนนี้ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ วันนี้เราแทบไม่มีเลยครับ วันนี้พี่น้องชาวภูเก็ต ชาวพังงา ชาวตรัง ชาวกระบี่ จากคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจชุดใหญ่ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจากพี่น้องผู้ประกอบการ ท่านก็บอกว่า ขอให้รัฐมีมาตรการและกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการที่จะปลดล็อกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เข้ามาสเตตควอรันทีน (State Quarantine) อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตกี่วัน แล้วก็ให้อยู่เท่าไร มีมาตรการกันชัดเจน แต่ผมขออนุญาตยังไม่ลงลึกไปถึงขนาดรายละเอียดของการประชุมนะครับ แต่อยากจะบอกให้ท่านเห็นว่าส่วนหนึ่งมาตรการของรัฐที่ให้ไปเที่ยวในส่วนของฝั่งอันดามัน จากพี่น้องผู้ประกอบการในฝั่งอันดามันเคยได้รับการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง แต่ถ้าเกิดมาได้หัวละ ๒,๐๐๐ บาทตรงนี้พี่น้องผู้ประกอบการชาวฝั่งอันดามัน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมาเยียวยาที่ขาดทุนกันมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงวันนี้นะครับ แต่จริง ๆ แล้วนอกเหนือจากฝั่งของเกาะพีพีในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ในส่วนของเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เช่นเดียวกันขาดทุน พี่น้องผู้ประกอบการบางรายขาดทุนเดือนละ ๖ ล้านบาท ทุกเดือน แต่ยังต้องแบกในส่วนของแรงงานหรือให้ลูกจ้างหรือว่าลูกน้องยังคงอยู่ได้ ผู้ประกอบการแบบนี้ยังมีอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเงินที่จะต้องอนุมัติให้กับผู้ประกอบการตรงนี้ ฝากรัฐบาลดูให้กับพี่น้องผู้ประกอบการตรงนี้ด้วยนะครับ

ในส่วนของสายการบิน ตั้งแต่สรุปรายงานเสร็จ ณ วันนั้นผมได้รายงานในสภา ในส่วนของการหารือไปด้วย วันนั้นขอให้มีสายการบินที่เชื่อมโยงจากสุวรรณภูมิมาสู่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดระนอง ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวที่จะเดินทาง ทุกวันอยู่แล้วประมาณ ๑๒,๐๐๐ คน ณ วันนี้ขอบพระคุณมากสำหรับสายการบินที่นำร่อง คือสายการบินไทยสมายล์ที่ท่านบินมาจากสุวรรณภูมิสู่นครศรีธรรมราชเรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็ตามมาด้วยสายการบินเวียดเจ็ทแอร์ แล้วก็ตามด้วยสายการบินแอร์เอเชียนะครับ ทำให้การเดินทางในส่วนของฝั่งตะวันออกของพี่น้องคนไทยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี สมุทรปราการ ตรงนี้ก็ไม่ต้องไปแออัดกันที่สนามบินดอนเมือง สามารถใช้เครื่องบิน จากสุวรรณภูมิไปสู่นครศรีธรรมราชไปไหว้ไอ้ไข่กันได้สะดวกขึ้นนะครับ

ผลการศึกษาด้านที่ ๓ คือด้านการประชาสัมพันธ์ คือหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง เช่น ททท. กรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ขาดการบูรณาการภารกิจประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของตนเอง กับหน่วยงานอื่นอย่างเป็นรูปธรรม ตรงนี้ก็ฝากส่วนของ ททท. ให้ประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่ในส่วนของผู้อำนวยการท่องเที่ยวกีฬาและกีฬาของแต่ละจังหวัดนั่นคือฝ่ายโพรดักชัน (Production) ในการที่จะบิวต์ (Built) ให้ประชาชนในพื้นที่ คือสร้างแรงจูงใจว่าวันนี้ ท่านพร้อมหรือยังที่จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชน ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ ส่วนหนึ่งฝ่ายของหน่วยงานรัฐที่มีความรู้ก็ต้องลงไป จัดงานสัมมนาเพื่อให้เกิดความรู้ต่อพี่น้องประชาชนโดยผ่านผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. ซึ่งวันนี้ผมทำให้เสร็จแล้วในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นรูปธรรมนะครับ วันนั้นในส่วนของฝั่งอ่าวไทยที่จะขับเคลื่อนเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศในฝั่งของอ่าวไทย ลุ่มน้ำปากพนัง ๓-๔ อำเภอตรงนั้นผมประชุมเรียบร้อยแล้วครับเกือบ ๔๐๐ คนวันนั้น ผู้นำมาในส่วนของที่โรงแรมทวินโลตัส

ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่เห็นจากรายงาน

๑. แนวทางการพัฒนากลไกภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ควรมีการกำหนดแผนบูรณาการ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย โดยมีลักษณะเป็นแผนภาพรวมที่มี การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสอดคล้องของแผนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกำหนดเป็นแผน เฉพาะสำหรับส่งเสริมการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย และควรมี หน่วยงานที่รับผิดชอบเฉพาะเจาะจงในการดำเนินงาน และกำกับติดตามผลดำเนินงานตาม นโยบายและแผนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ให้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว แห่งชาติเป็นผู้มีอำนาจในการจัดทำแผนปฏิบัติการดังกล่าว พร้อมทั้งให้งบประมาณ ในการดำเนินงานกำกับและติดตามผลการดำเนินงาน เป็นต้น

๒. แนวทางการพัฒนาความพร้อมด้านเส้นทางคมนาคม ภาครัฐควรเร่งรัด และผลักดันเพิ่มสายการบินและเที่ยวบินจากสุวรรณภูมิ ดอนเมืองมายังสถานที่หรือเมือง สำคัญต่าง ๆ ของภาคใต้เพิ่มขึ้น เที่ยวบินระหว่างสุวรรณภูมิ-จังหวัดตรัง เป็นต้น และควรให้ มีการเชื่อมโยงสายการบินจากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย เช่นเที่ยวบินระหว่างภูเก็ต-นครศรีธรรมราช เหมือนที่ผมยกตัวอย่างไป เที่ยวบินระหว่างภูเก็ต-หาดใหญ่ เป็นต้น เร่งผลักดันนโยบายการขุดคลองไทย ถ้าหากเป็นไปได้ให้เกิดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ได้ ทำได้หรือไม่ได้ก็ให้ชัดกัน ในรัฐบาลนี้ แต่เพียงแค่ขอให้มีการศึกษาให้รอบด้านอย่างจริงจังสักครั้งครับ ซึ่งผ่าน ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ในการเปิดเส้นทางการค้า การท่องเที่ยว การเดินเรือ การขนส่ง ศูนย์กลางการค้าการลงทุน อันเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่คนไทย และเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าทางด้าน เทคโนโลยีในประเทศถือเป็นการสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหากประเทศไทย มีการศึกษาและขุดได้จะทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อสังคมโลก อันจะส่งผลให้พื้นที่ ภาคใต้เกิดการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ (Logistics) ที่สำคัญของโลก และสร้าง รายได้ให้กับประเทศไทยจำนวนมหาศาล และก็เป็นการเพิ่มเส้นทางคมนาคมทางน้ำ อีกทางหนึ่งเชื่อมระหว่างอันดามันสู่อ่าวไทย

๓. แนวทางการพัฒนาสื่อและช่องทางการประชาสัมพันธ์ ควรพัฒนาระบบ สารสนเทศเพื่อบริการข้อมูลการท่องเที่ยวผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน (Application) เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย ซึ่งเป็นการสนับสนุนองค์กรทางด้าน ธุรกิจการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชัน (Application) ดังกล่าวในการรับบริการข้อมูล ข่าวสาร รวมถึงการบริการที่พักในรูปแบบเรียลไทม์ (Realtime) ซึ่งตรงตามพฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะนำไปสู่ความสำเร็จของ การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยที่มีเสน่ห์และน่าค้นหาสำหรับนักท่องเที่ยว ในอนาคตต่อไป

๔. แนวทางการกำหนดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการและชุมชน ท้องถิ่น รัฐควรกำหนดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น ประกอบด้วย มาตรการด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและมาตรการด้านการเงินเพื่อกระตุ้น การท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างจริงจัง เช่น ยกเว้นภาษีการเริ่มต้นวิสาหกิจชุมชน บีโอไอ (BOI) ชุมชน ให้เกิดขึ้นจริงเป็นรูปธรรม

๕. แนวทางการท่องเที่ยวยุคนิวนอร์มอล (New Normal) เนื่องจากวิกฤติ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบในหลายด้าน หนึ่งในนั้น คือผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่สืบเนื่องจากประเทศยังไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวจาก ต่างประเทศเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา รายได้หลักของประเทศมาจากการท่องเที่ยว ดังนั้น รูปแบบการท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวจากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยในยุคนิวนอร์มอล (New Normal) จึงควรตระหนักถึงการกำหนดมาตรการการเดินทาง ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสะอาด ปลอดภัยทุกขั้นตอน เน้นส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งรัดผลักดันการก่อสร้างสะพานเชื่อมต่อแหลมตะลุมพุก เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชในฝั่งอ่าวไทย ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพมากขึ้น มูลค่าการก่อสร้างสะพานประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทต่อประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณดังกล่าวประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน ในส่วนของลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วยอำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ๓๐๐,๐๐๐ คน โดยประมาณ ถ้าหากหารเฉลี่ยกับงบประมาณที่ท่านมองเบื้องต้นอาจจะมองว่าเยอะ ๔,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วถ้าท่านลองหารดูตกเฉลี่ยแล้ว ๑๔,๖๖๗ บาทต่อคน หากหาร กับ ๓๐ ปีที่เสียโอกาสจะเฉลี่ยเพียง ๔๘๙ บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่า ในการลงทุนเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่และประเทศชาติจะได้รับต่อไป นั่นหมายความว่างบประมาณเพียงเท่านี้ แต่เราสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ชุมชน โดยความเสมอภาคจากตัวเลขที่ยกตัวอย่างมารอบแรก ครั้งแรกที่ประชากรหรือคนจน ในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเป็น ๑๙๓,๐๐๐ คน ตัวนี้ครับ มันจะได้ลดหายไป ถ้าไม่พัฒนาตรงนี้ขึ้นมาจุดขายของฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะ จังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีเพียงวัดพระธาตุเท่านั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เขาจะท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมน้อยกว่าการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติแล้วก็เชิงนิเวศ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกช่วยกันพิจารณาและฝากไปยังรัฐบาล ในการพิจารณาสร้างสะพานจากตัวเมืองนครไปสู่แหลมตะลุมพุกเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำ และสะดวกต่อการเดินทางจากสนามบินนครศรีธรรมราชไปแหลมตะลุมพุกเพียง ๑๐ นาทีก็ถึง มิฉะนั้นแล้วแหลมตะลุมพุกก็จะอยู่เพียงในตำนานที่ทุกคนทั่วโลกรู้จักเมื่อเกิดวาตภัย เมื่อปี ๒๕๐๕ เท่านั้นนะครับ

สไลด์ (Slide) ถัดมาท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับ สไลด์ (Slide) ถัดมาครับ ตัวนี้เป็นผลการศึกษาสะพานที่จะเชื่อมจากตัวของเมืองนครศรีธรรมราชไปยังแหลมตะลุมพุก เพื่อให้ชาวโลกที่รู้จักกันอยู่แล้วและชาวไทยที่รู้จักแต่ชื่อแต่ยังไม่เคยได้ไปจะได้ไปกันได้ง่าย ๆ

แล้วก็สไลด์ (Slide) ถัดมาครับ สะพานตัวนี้หากจะเกิดขึ้นก็จะประกอบด้วยพื้นที่ ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างชัดเจน ก็คือ ปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ชะอวด เฉลิมพระเกียรตินะครับ

สไลด์ (Slide) ถัดมาครับ ในส่วนที่ไฮไลต์ (Highlight) ไว้ตรงนี้นะครับ พื้นที่ ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่จนเป็นอันดับ ๒ ของภาคใต้ เมื่อปี ๒๕๓๑ ณ วันนี้ ๓๐ กว่าปียังอยู่ เหมือนเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นเดสทิเนชัน (Destination) หรือว่าเส้นทางคมนาคม จะสะดวก แล้วก็ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับคนในส่วนของฝั่งอ่าวไทย และเส้นทาง ถ้าหากมีการทำสะพานจากตัวเมืองนครไปยังแหลมตะลุมพุกได้ก็จะทำให้คนสามารถไหลไป จังหวัดสงขลา หาดใหญ่ และเป็นทางผ่านได้โดยที่มีความสมบูรณ์ ก็ฝากท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกรบกวนพิจารณาด้วยนะครับ

อีกนิดเดียวครับตัวของการประชุม สไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ ที่เป็นหนังสือ เอกสารราชการ หากจะส่งเสริมการท่องเที่ยวนะครับ ส่วนหนึ่งหน่วยงานราชการถ้าหาก จะทำสะพานขึ้นไปในแม่น้ำเพื่อจะจอดท่าเรือ ตัวนี้ครับพวกผู้ประกอบการถ้ามีสตางค์ เหลือสัก ๕๐๐,๐๐๐ บาทต้องไปขออนุญาตจากหน่วยงานถึง ๑๗ หน่วยงาน ซึ่งประชาชนลำบาก มากครับ ขอให้มีการรวมศูนย์โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติให้ด้วยนะครับ เพื่อความเจริญ และความเท่าเทียมกันครับ ก็ขอเสนอรายงานเพียงเท่านี้ หากท่านประธานหรือว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดมีข้อเสนอแนะกับคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้โปรด ขอเสนอแนะมาครับ ขอบคุณนะครับท่านประธานครับ