สกุณา สาระนันท์ ชี้ประเด็นผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลงซีพีทีพีพี โดยเฉพาะต่อภาคเกษตร แพทย์ และพาณิชย์ พร้อมแสดงความกังวลต่อการคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพและความหลากหลายทางชีวภาพที่ยังไม่เพียงพอ เห็นว่ากฎหมายและข้อตกลงดังกล่าวอาจเอื้อประโยชน์แก่ทุนใหญ่มากกว่าเกษตรกรรายย่อย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งขึ้นทะเบียนและคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพ รวมถึงให้กระทรวงพาณิชย์ชะลอการตัดสินใจในการเจรจาและเร่งสำรวจข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมในการเจรจาอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันจะขออภิปราย รายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลงซีพีทีพีพี (CPTPP) ท่านประธานคะ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบว่าผลกระทบนั้นเกิดขึ้น ในหลาย ๆ ด้านอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การแพทย์ รวมถึงการพาณิชย์ ต่าง ๆ ตามที่ท่านกรรมาธิการได้อภิปรายไปในเบื้องต้นค่ะ
สำหรับประเด็นที่ดิฉันจะขออภิปรายเพิ่มก็คือผลกระทบต่อทรัพยากรชีวภาพ ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่าผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ต่าง ๆ ซึ่งวันนี้เราก็จะได้ยินบ่อยขึ้นในนิยามของคำว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) ค่ะ สาเหตุที่ดิฉันต้องอภิปรายในประเด็นนี้ก็เนื่องจากดิฉันเห็นว่าทรัพยากร ชีวภาพในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศของเรา ดิฉันต้องการจะสื่อสารให้รัฐบาล ได้ตระหนักว่าทรัพยากรชีวภาพเป็นสมบัติของชาติที่เราต้องสงวนประโยชน์เพื่อคนในชาติ ของเราค่ะ จากอดีตจนถึงปัจจุบันมนุษย์เราได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและมีการใช้ทรัพยากร ไปมากอย่างต่อเนื่อง และมีการใช้อย่างฟุ่มเฟือย นอกจากนั้นเราก็ยังพบว่าได้มีการทำลาย ทรัพยากรไปด้วย เมื่อทรัพยากรธรรมชาติเริ่มขาดแคลนเราจึงหันมาสนใจในทรัพยากร ชีวภาพซึ่งเป็นทรัพยากรที่สามารถจะผลิตทดแทนได้ในเวลาอันสั้น และด้วยความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีทำให้มนุษย์ได้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพได้มากขึ้น หมายความว่า วันนี้มนุษย์ไม่ได้มองพืชพันธุ์ต่าง ๆ อย่างเป็นพืชหรือว่าสัตว์ธรรมดา หรือไม่ได้มองเพียงแค่ว่า เป็นอาหาร แต่มนุษย์ได้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพมากกว่านั้น เช่น เราใช้ประโยชน์ ในแง่ของสารสกัด สารสำคัญ แม้กระทั่งในแง่ของสารออกฤทธิ์ เช่น กลุ่มฟังก์ชันนัลฟู้ด (Functional food) ต่าง ๆ เมื่อเราพูดถึงผลหมากเม่าซึ่งเป็นพืชจีไอ (GI) ของจังหวัดสกลนคร เราก็จะพูดในความหมายของสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เป็นต้น ซึ่งสารนี้ออกฤทธิ์ ป้องกันการเกิดปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ เป็นต้น เมื่อเราพูดถึงเห็ดพื้นถิ่นซึ่งอุดมสมบูรณ์มากในพื้นที่ป่าของประเทศของเรา เราก็จะ พูดในความหมายของสารสกัดชนิดต่าง ๆ อย่างเช่น อะดีโนซีน (Adenosine) คอร์ไดเซปิน (Cordycepin) ในเห็ดถังเช่า อย่างนี้เป็นต้น สำหรับในเรื่องของจุลินทรีย์นะคะ วันนี้เราก็จะพูดถึงจุลินทรีย์ไม่ใช่เฉพาะในแง่ของอาหารทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่แง่ในการปรุงอาหารทั่ว ๆ ไปนะคะ เราก็จะพูดถึงสารโพรไบโอติกส์ (Probiotics) พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ซึ่งสารเหล่านี้ก็จะเป็นตัวที่จะรักษาสมดุลในร่างกายของเรา นอกจากนี้ยังนำไป สร้างความมีชีวิตให้กับดิน อย่างเช่นวันนี้ที่จังหวัดสกลนครเราก็มีดินที่เราเรียกว่าดินมีชีวิต ซึ่งดินนั้นจะมีจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สามารถย่อยดินลูกรัง แล้วก็ปลดปล่อยสารที่มี ความสำคัญต่อพืชได้ นอกจากนั้นยังไปสร้างความสมดุลให้ระบบราก เมื่อรากแข็งแรงต้นไม้ ก็แข็งแรง เราก็จะได้พืชผลเกษตรที่ปลอดภัยแล้วก็มีคุณภาพ วันนี้จึงจะเห็นได้ว่าความรู้ ทางด้านเทคโนโลยีสามารถพัฒนามากขึ้น มูลค่าของทรัพยากรชีวภาพก็มากขึ้นตาม เนื่องจาก ประเทศของเราเป็นประเทศที่มีตำแหน่งอยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร เป็นเขตร้อนชื้นแล้วก็ มีลักษณะทางภูมิประเทศเป็นหลายรูปแบบซึ่งจะเอื้อต่อการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ จึงจะเห็นว่าประเทศของเรานี่มีข้อได้เปรียบจริง ๆ ทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ประเทศของเรากลับไม่ได้มองเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเท่าที่ควรจะเป็น เรายังมี การสำรวจแล้วก็ขึ้นทะเบียนความหลากหลายทางชีวภาพน้อยมาก ว่ากันง่าย ๆ วันนี้ แม้ยุทธศาสตร์ชาติเราจะกำหนดว่าให้ความสำคัญความหลากหลายทางชีวภาพ แต่เราพบว่า ความหลากหลายทางชีวภาพของเรากลับยังไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ ดังนั้น เมื่อทรัพย์สินของเรายังไม่ได้รับความคุ้มครองเราจึงมีความกังวล ประชาชนแทบทุกภาคส่วน จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าเราพร้อมแค่ไหน และคำถามที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ และเมื่อเราตกลง เข้าร่วมความตกลงซีพีทีพีพี (CPTPP) นี้แล้ว การเข้าถึงสิทธิประโยชน์จะเอื้ออำนวยต่อ เฉพาะนายทุนใหญ่และกีดกันผู้ประกอบการรายย่อยหรือเกษตรกรหรือไม่ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ข้อกังวลเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นข้อที่ประชาชนวิตกเกินความจริง เพราะว่าในประเทศของเรานี้ เราก็เคยมีกฎหมายซึ่งกีดกันผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยหรือเกษตรกรมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว อย่างเช่นกฎหมายที่เกี่ยวกับสุรา ท่านประธานที่เคารพคะ การแข่งขันในยุคปัจจุบันมีความเข้มข้น แล้วก็รุนแรงในทุก ๆ ด้านโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ เราสังเกตว่าโลกจะมีการเข้าร่วมลงนาม เพื่อเป็นสมาชิกในกลุ่มภาคีสนธิสัญญาต่าง ๆ มากมายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมสมาชิกในกลุ่ม ด้วยเหตุนี้เราจะเห็นว่าในอนาคตอันใกล้เราเองก็ต้องเตรียมความพร้อม สถานการณ์ต่าง ๆ ก็จะผลักเราเข้าสู่เหตุการณ์นั้นซึ่งเราจะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อไม่เป็นการสูญเสีย ความได้เปรียบจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องระดมค้นหาความหลากหลายทางชีวภาพ และขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเพื่อคนไทยจะได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในทรัพยากรบนแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง ท่านประธานคะ ประเทศของเราเคยมีเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งนะคะ ซึ่งดิฉันจะขอยกตัวอย่าง มากล่าวในที่นี้เพื่อเป็นกรณีเทียบเคียง ประเทศของเราเคยเป็นประเทศที่ได้ส่งออกแร่ดีบุก เรามีเหมืองแร่ดีบุกที่ภาคใต้ในเวลานั้นในการที่จะถลุงแร่มันก็จะมีตะกรันแร่ดีบุกเกิดขึ้น ในวันนี้เราไม่ทราบว่าในตะกรันแร่อันนั้นมีสารแทนทาลัมอยู่ซึ่งเป็นสารที่เหมาะสมในการที่จะ ทำยุทธปัจจัย เพราะทนต่อแรงเสียดทานได้สูงทำขีปนาวุธ อย่างนี้เป็นต้น วันนั้นเราก็ใช้ ตะกรันแร่ตัวนี้ไปอย่างแบบไม่รู้ ใช้ถมถนนบ้าง ถมที่บ้าง หรือว่าขายไปในราคาที่เป็นเพียง เหมือนคล้ายกับของเหลือทิ้งค่ะ นี่ละค่ะที่ดิฉันจะพยายามเทียบเคียงความไม่รู้อันนี้ กับในวันนี้ถ้าเกิดเราไม่ได้รู้ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพเราก็จะไม่ได้ ใช้ประโยชน์นี้อย่างเต็มศักยภาพของมัน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝากว่าก่อนที่ท่าน จะไปเจรจาดิฉันขอฝากคำถามไปยังผู้รับผิดชอบว่าท่านได้ศึกษาประเด็นอื่นที่มีส่วนได้เสีย ในกิจกรรมนี้มากพอหรือยัง ท่านมีข้อมูลของพืชพันธุ์ต่าง ๆ จุลินทรีย์ต่าง ๆ เราขึ้นทะเบียน ครอบคลุมได้มากน้อยแค่ไหน การที่ท่านประเมินว่าเราจะได้อะไรจากการเข้าร่วมความตกลงซีพีทีพีพี (CPTPP) อันนี้ ท่านได้ประเมินว่าเราจะต้องเสียอะไรบ้างหรือยัง ท่านประธานคะ หากวันนี้ประเทศของเรา ยังไม่พร้อมที่จะขึ้นทะเบียนในสิ่งที่เรามี แล้วเราปล่อยให้ประเทศภาคีเข้ามาแสวงหา ประโยชน์ โดยที่เรายังไม่รู้ว่าเรามีอะไรและต้องเสียอะไรจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นค่ะ ดังนั้นด้วยข้อสังเกตตามที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้ง ๓ ประเด็นคือ
ประเด็นที่ ๑ ความหลากหลายชีวภาพเป็นทรัพย์สินของประเทศที่เราควรจะ สงวนสิทธิครอบครองให้กับคนในประเทศ และสิทธิการใช้ประโยชน์ต้องเป็นธรรมไม่เอื้อ เฉพาะนายทุนจนเสียสมดุล ซึ่งเป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำ และดิฉันขอเสนอให้รัฐบาล ใช้โอกาสนี้สะสางกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุน เช่น กฎหมายสุรา ที่เป็นกฎหมาย ที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อย แต่ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหญ่ เกิดความผูกขาดด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม
ประเด็นที่ ๒ เรามีความพร้อมหรือไม่ที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของความตกลง ซีพีทีพีพี (CPTPP) เราต้องมีความพร้อมในเรื่องใดบ้าง ประเทศจะรักษาสิทธิการใช้ประโยชน์ ในทรัพยากรของเราอย่างเต็มที่ได้อย่างไร
ประเด็นที่ ๓ คือประเด็นสุดท้าย ความรอบรู้ของกระทรวงที่รับผิดชอบ มีมากแค่ไหน ท่านประธานคะ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๗๘ ที่เกี่ยวข้องกับ การจะกระทำสัญญาระหว่างประเทศได้ตัดการมีส่วนร่วมก่อนเจรจาออกไป ทำให้การเจรจา การค้าเสรีไม่ว่าฉบับใดก็ไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่างจาก สาระในมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีสาระของการมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน และเมื่อเป็นเช่นนี้ดิฉันเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการที่จะสร้างความรอบรู้ ให้กับหน่วยงานที่จะรับผิดชอบในการเจรจาครั้งนี้ ดังนั้นดิฉันจึงมีคำถามไปยังกระทรวงพาณิชย์ ว่าท่านมีข้อมูลและมีความรอบรู้เพียงพอต่อการตัดสินใจในครั้งนี้หรือไม่
ท่านประธานคะ นี่คือเนื่องจากความไม่เชื่อมั่นจึงเป็นสาเหตุของกระแส การคัดค้านการเข้าร่วมความตกลงครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้ดิฉัน ส.ส. สกุณา สาระนันท์ จึงอยากส่งเสียง เตือนไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เตือนไปยังท่านว่ากระทรวง ควรชะลอการลงนามนี้ไปจนกว่าพวกเราจะมีความพร้อม และดิฉันขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้ระดมสรรพกำลังสำรวจทรัพยากรชีวภาพให้มากที่สุด โดยเร็วที่สุด เพื่อวันหนึ่งที่เราจะต้อง ร่วมลงนามในสนธิสัญญาใด ๆ เราจะได้ไม่ตกอยู่ในฐานะผู้ที่เสียเปรียบ แต่ตรงกันข้าม เราจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมในสัญญานั้น ๆ อย่างเต็มที่ที่สุดค่ะ ขอขอบคุณค่ะ