นิยม ชี้ไทยยังไม่พร้อมเข้า CPTPP ควรทบทวนผลกระทบอย่างรอบคอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

นิยม เวชกามา หารือรายงานผลกระทบจากการเข้าร่วมความต่างด้านเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก โดยย้ำว่าไทยยังไม่พร้อมและควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องเกษตรกรและผลประโยชน์ของประเทศ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบฉบับนี้ครับ จากการเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับ หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ท่านประธานครับ เราดูชื่อก็ว่าหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกเป็นเวทีโลกท่านประธาน เศรษฐกิจของบ้านของเมือง การไปทำสัญญาร่วมเราจะต้องรอบคอบ เพราะฉะนั้นผมชื่นชมนะ รายงานฉบับนี้ คณะกรรมาธิการตั้งใจทำงานไม่ชื่นชมไม่ได้ครับ หนังสือฉบับนี้ผมคง เอากลับไปบ้านด้วย ไปนั่งอ่าน แล้วก็รายงานฉบับนี้ส่งเข้ามาในสภาหลายสัปดาห์แล้ว หลายท่านคงเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการชุดนี้ได้แบ่งแยกหัวข้อในการไปจัดทำ รายงานไปหาข้อมูลค่อนข้างชัดเจนนะครับ แล้วเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่า ด้านการค้า การลงทุน อาจารย์ใหญ่ผมท่านเกียรติ ผมนั่งฟังด้วยความตั้งใจ ๑๑ ด้าน ของท่านมันละเอียดอ่อนท่านพูดได้ชัดเจน ผมเป็นคนไม่มีความรู้ทางเศรษฐกิจแต่ได้ตั้งใจ ฟังท่าน แล้วก็เข้าใจได้ว่าประเทศไทยเรา ท่านไม่ได้บอกว่าพร้อมไม่พร้อม แต่ว่าผมฟัง ด้วยความตั้งใจว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเข้าไปเจรจา ผมฟังท่านนะ แล้วด้านการเกษตรและพืช พี่ใหญ่ผมนี่อยู่กับการเกษตรมาชั่วชีวิต อยู่อีกไม่กี่ปีคงตายแล้ว คงหนีไม่พ้นละ อยู่เชี่ยวชาญ เข้าใจ ท่านประธาน ผมก็เลยให้ความสนใจมาก ขอโอกาสได้อภิปรายบ้างจะน้อยนักก็ช่าง ไม่เป็นไร แล้วคุณหมอวาโยเรื่องการแพทย์ก็ใส่ใจ ผมมานั่งฟังจนจบทุกท่าน ผมไม่ได้อ่านเอง แต่ผมฟังแล้วผมเข้าใจว่ารายงานฉบับนี้พอดูหัวข้อก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นที่ไทยจะรีบร้อน เหมือนอย่างบางท่านบอกว่ารถด่วนสายสุดท้ายจำเป็นต้องขึ้นรถ ไม่ใช่ครับท่านประธาน ไม่จำเป็นต้องสายสุดท้ายโอกาสยังมีอีกเยอะ เพียงแต่ว่าเราพร้อมหรือไม่ ถ้าไม่พร้อมอย่าเข้า ไปอายเขา นี่คือความคิดผม วันนี้ประเทศไทยประชาชนอยู่ในภาวะข้าวเหลือเกลือแพง ไม่ใช่ ข้าวยากหมากแพงนะ ข้าวเหลือเกลือแพง พี่น้องบ้านผมวันนี้กำลังจะเกี่ยวข้าว ข้าวเบา หมายถึงว่าข้าวสั้น ๆ บ้านผมเรียกว่าข้าว ๓ เดือน ออกแล้วขายไม่ได้ อันนี้จึงเป็น พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ท่านอย่าบอกนะว่าจะต้องเร่งรีบอะไรให้ทัน เพราะซีพีทีพีพี (CPTPP) ไม่ใช่เพิ่งเข้าวันนี้นะเราถึงมาศึกษานี่ ผมเคยฟังตั้งแต่ก่อนแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ผมเคยนำเข้ามาพูดครั้งหนึ่งแล้วถอนออกไป ผมเป็นคนพอจำได้เรื่องนี้ ถอนออกไป เพราะความไม่พร้อม วันนี้ผมก็ยังเห็นว่าไม่พร้อมนะ ผมฟังท่านนะ ผมไม่ได้อ่านด้วยซ้ำไป เปิด ๆ ดูครั้งแรกแต่ว่าพอมานั่งฟังท่านทั้ง ๓ ท่าน ซึ่งเป็นผู้พรีเซนต์ (Present) ผมเข้าใจได้ว่า มันไม่พร้อมจริง ๆ พอมาดูท่านอาจารย์ใหญ่ผม ท่านเกียรติพูดว่าเวียดนามเตรียมความพร้อม ๒๐ ปี สำหรับเข้ามาเจรจาในเวทีซีพีทีพีพี (CPTPP) เขาเตรียมความพร้อม ๒๐ ปีนะท่านประธาน แล้วเรานี่เตรียมความพร้อมกี่ปี ผมจึงเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาจริง ๆ อย่าเพิ่งคิดเลยครับ อะไรมันจะเกิด ก็ให้มันเกิด ผมอยากให้คิดถึงพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ท่านอย่าคิดว่าเอาละการค้าเรารีบเร่ง เรากลัวจะแพ้เขา เพราะมันจะตกขบวน ผมว่าอย่าไปคิดแบบนั้น ผมอยากให้คิดว่า ประเทศไทยเราพร้อมเมื่อไรเข้าไป เข้าไปเจรจาเราไปเจรจา เพราะฟังแต่ชื่อแล้วว่าหุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจ ถ้าเราไปเจรจาแล้วเสียเปรียบ อย่าไปเซ็นสัญญา อย่าไปทำเลย ปล่อยให้กระบวนการมันว่าไป ไม่เป็นไรครับ บ้านเมืองเรายังอยู่ได้แล้วเราทำไมจะอยู่ไม่ได้ ผมอยากให้สภาเราซึ่งในฐานะนิติบัญญัติวันนี้มาทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ผมเห็นอ่านในรายงาน ฉบับนี้ ไม่มีครับ ไม่มีในลักษณะว่าไม่ได้ ส.ส. ซีกรัฐบาลรีบทำให้รัฐบาล ไม่ใช่ครับ เราเป็น ฝ่ายค้านพวกผมนี่อาจจะเสียงน้อย แต่ท่านก็มองดูเอาประเทศเป็นหลัก ทำไมผมบอกเอาประเทศเป็นหลัก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม พี่น้อง ประชาชนทำไร่ ทำนา ถ้าวันนี้เราไม่พร้อมเราเข้าไป ท่านทราบไหมผมไปอ่านดูเป็นบางส่วน พืชเศรษฐกิจทั้งหลายนี่ถ้าเราไม่พร้อมเราไปอยู่ในด้านที่เราต้องไปเป็นเบี้ยล่างของเขานะ เรื่องพืชพันธุ์ธัญญาหารทั้งหลายนี่ทุกอย่างซื้อหมด ทุกวันนี้แม้จะไม่ได้ซื้อ เรามีเมล็ดพันธุ์ ของเราเอง ปลูกไม่ต้องเสียภาษี เราก็ยังลำบากขนาดนี้เกษตรกร ขายก็ไม่ได้ ยางถ้วย กิโลกรัมละ ๑๘ บาท บ้านผม ๑๘ บาทครับ จากเคยขาย ๕๐-๖๐ บาท วันนี้เหลือยางถ้วย ผมกลับบ้านเมื่อเสาร์ อาทิตย์ทำอย่างไร ขาย ๑๘ บาท แบ่งกันยังไม่พอเลย กิโลกรัมละ ๑๘ บาท ท่านประธาน อันนี้คือปัญหาว่าต้องเห็นใจพี่น้องเกษตรกร ถ้าเราไปอยู่แล้วเรา เสียเปรียบต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์เขา ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ถ้าเราเข้าไปแล้วเรามีลิขสิทธิ์ ของเรา เขามากับเราซื้อลิขสิทธิ์เราไป โอเค (OK) อันนี้คือประเด็นที่ผมฝากให้สภาแห่งนี้ ผมเห็นรายงานแล้วผมชอบใจท่านประธานว่าประเทศไทยยังไม่ถึงเวลา ไม่ใช่ไม่ให้เข้านะครับ ยังไม่ถึงเวลาที่จะเดินไปสู่จุดนั้น ไม่ว่าการแพทย์ การเกษตร การค้า เรายืด ๆ ไปอีกสักหน่อยก็ได้ ไม่ต้องรีบด่วนขึ้นรถสายสุดท้ายที่ว่าหรอก ผมยังไม่เชื่อนะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ