สมคิด เชื้อคง หารือถึงผลการศึกษาและข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของประเทศในการเข้าร่วมข้อตกลงซีพีทีพีพีและองค์กรยูพอฟ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกรและสิทธิในการเก็บพันธุ์พืช พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจอย่างรอบด้าน และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ควบคู่กับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยข้าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและรองรับความตกลงระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัด อุบลราชธานี วันนี้ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็เท่าที่อ่านรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็ต้องขอชื่นชมแล้วก็ทำรายละเอียดได้ดี ไม่ใช่คำว่าค่อนข้างดี ดี ปกติเมื่อก่อนรายละเอียดเหล่านี้บางทีตัวผมเองก็ไม่รู้ละเอียด แต่พออ่านมาก ๆ เข้า ก็พอได้เข้าใจในกระบวนการศึกษา แต่ขาดนิดเดียวครับว่าไม่สามารถสรุปแล้วก็ฟันธงได้เลยว่า จะให้รัฐบาลทำอย่างไร ซึ่งก็เป็นผลการศึกษาของกรรมาธิการทุกคณะก็เป็นลักษณะแบบนี้ ผมอ่านแล้วครับก็เรียนว่าเหมือนยกทุกกระทรวงมาไว้ในหนังสือเล่มนี้เลย เรียกว่ามาทุกกลุ่ม ทุกคณะ อนุทุกอย่างมาหมด ก็แปลว่าวันนี้เรื่องของซีพีทีพีพี (CPTPP) นี่ถ้ารัฐบาลจะเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมก็ต้องศึกษาตัวนี้ไปด้วย แล้วก็เก็บข้อมูลเหล่านี้ นี่คือผลดีของการมี สภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน ก็ผู้แทนเหล่านั้นล่ะครับ ผู้แทนพวกเราที่นั่งอยู่นี่ครับ สรุปผลงานหาข้อมูลต่าง ๆ ออกมา แล้วเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลได้ หลายครั้งที่หลาย รัฐบาลตัดสินใจแล้วข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ว่าถ้าในแง่ของการศึกษาแล้วส่วนมากเท่าที่เห็น ก็บอกว่ามีความหวั่นเกรง มีความกังวลหลายเรื่องนะครับ ท่านกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ ลุกขึ้นชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณสุข เรื่องการแพทย์ เรื่องการศึกษาพืชพันธุ์ต่าง ๆ หลายท่านก็บอกว่าสาเหตุที่ยังไม่เข้าร่วมและกลัวมีปัญหาคือความไม่พร้อม ไม่ใช่ว่าเขียน ธรรมดานะครับ ใส่ไปในภาคผนวกแล้วก็บอกว่าเรื่องของทั่วไปเกษตรกรยังไม่พร้อม อันนี้ ก็แปลว่ารัฐบาลที่จะทำเรื่องนี้ ๑. ขาดการประชาสัมพันธ์ ขาดการทำความเข้าใจ ผมไม่ได้ บอกว่าเข้าร่วมแล้วดีไม่ดี มันไม่มีประเทศไหนเจรจาแล้วได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว ทุกประเทศ เขาก็ไม่ยอมเรา เราก็ไม่ยอมเขา มันอยู่ที่เราจะเดินทางร่วมกันอย่างไรต่างหาก เพราะการค้า ทั่วโลกทุกวันนี้มันไปกันทั่วโลก เราจะบอกว่าถ้าเสียเปรียบอย่าร่วม ก็นั่นไม่น่าจะใช่ ถ้าได้เปรียบถึงจะร่วม ก็ยิ่งไม่น่าใช่ใหญ่ เพราะมันไม่มีใครเสียเปรียบให้เราหรอก แต่เรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนว่าพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่ทำข้าว ท่านประธาน ข้างบนท่านก็รู้เรื่องข้าวเยอะ โดยเฉพาะท่านอนันต์ ขอเอ่ยชื่อท่าน แต่ว่าเรื่องข้าวมันทำให้พี่น้องสับสนทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้บอกว่าไม่รู้นะ ถ้าเข้าร่วมในอนุภาคีชุดนี้ ในเรื่องยูพอฟ (UPOV) เดี๋ยวพี่น้องจะเก็บพันธุ์ข้าวไม่ได้ ความจริงก็มีการพูดคุยกัน เรื่องนี้เยอะครับ ถ้าพันธุ์ข้าวเก่าเก็บได้ครับแต่มันจะเก็บได้กี่ปีล่ะมันก็หมดมันก็เป็นพันธุ์ใหม่ ออกมาแล้วตัวนั้นล่ะครับเราจะเก็บต่อไม่ได้
อีกเรื่องที่หลายท่านบอกว่า ผมเห็นเรื่องของท่านเขียนมาในเรื่องข้อคิดเห็น ของกรมการข้าว ท่านสรุปไว้ดีมากนะครับ ท่านไล่มาเรื่องการได้งบประมาณแต่ละปี แล้วก็ เหมือนเขียนแบบน้อยอกน้อยใจว่าได้เงินวิจัยน้อยแล้วอยากให้เติมงบประมาณ ผมเอง ก็เอะใจว่าเงินวิจัยจะน้อยจะมากมันผมว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก ๆ หรอก ท่านจะใส่งบประมาณ ลงไปแต่งานวิจัยไม่ก้าวหน้ามันก็ไม่มีประโยชน์ วันนี้ข้าวไทยมีกี่ชนิด เป็น ๑,๐๐๐ ชนิด แล้ววันนี้วิจัยได้กี่อันแล้วทำได้กี่เรื่อง เดี๋ยวนี้ก็ยังจะเอาข้าวคล้าย ๆ หอมมะลิลงไปสู่ ภาคอีสาน ได้เยอะจริงครับแต่ราคามันถูก เดี๋ยวจะสูญเสียข้าวหอมมะลิภาคอีสานอีกนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ท่านมีความกังวลมันมีทั้งผลเสียและความกังวลนั้นหลาย ๆ อันท่านก็สรุป มาให้ผมได้เห็นว่าโอกาสและความคาดหวัง อย่างกรมวิชาการเกษตรเท่าที่อ่าน สรุปมา ก็เหมือนคิดในทางบวก มีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่บอกว่ามันก็ต้องพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ มีทักษะ ใช่พูดได้ครับ เกษตรกรประเทศไทยไม่เท่ากันนะครับ ฐานะไม่เท่ากัน ความรู้ ไม่เท่ากัน รัฐบาลทำอย่างไรจะให้ฐานะเขาดีขึ้น ความรู้เขาดีขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาเราจะ เข้าร่วมเกี่ยวกับประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าเฉพาะภาคีอนุสัญญาระหว่าง ประเทศเพื่อคุ้มครองพืชพันธุ์ใหม่ มันทุกอันนะครับ มันต้องให้ความรู้ผู้เป็นเกษตรกร อย่าให้เขากังวลอย่างที่ท่านรายงาน คือให้กังวลก็ต้องให้กังวลน้อยลงละครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็บอกว่า ผมไปอ่านของสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยนะครับ อันนี้ผลเสียและความกังวล การเข้ามาเป็นภาคีอนุสัญญายูพอฟ (UPOV) นี้จะเพิ่มอำนาจ การผูกขาดด้านพืชพันธุ์ และห้ามเกษตรกรเก็บส่วนพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกก็อย่างที่ผมได้เล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องความเข้าใจของเกษตรกรว่าถ้าเข้าร่วมแล้วเขาไม่สามารถเก็บพันธุ์พืชได้ ทำอย่างไรอธิบายให้เขาฟังได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองต่างหากที่ต้องทำหน้าที่นี้ กรรมาธิการ ผมเชื่อว่าชุดนี้ได้ใส่เอกสารลงมาละเอียด ผมถือว่าละเอียดนะครับไม่ได้บอกว่าพอสมควร ละเอียดจริง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากฝากไปยังทางกรรมาธิการ ถ้าสรุปได้จริง ๆ ก็คือ บอกว่าเราจะเข้าร่วม ไม่เข้าร่วม เรื่องทางการแพทย์ผมเชื่อว่าหลายท่านพูดไปแล้ว แล้วก็พอสรุปว่าวันนี้ถ้าเกิดเข้าร่วมแล้วเขาจะเสียสิทธิประโยชน์อะไร อย่างทางองค์การ เภสัชกรรมจะแข่งขันกับตลาดยาต่างชาติได้ไหม ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าสิ่งที่เกี่ยวพัน เรื่องนี้มากที่ประชาชนยังไม่ยอมรับ ที่ประชาชนยังกังวลอยู่ เพราะการชี้แจง การทำประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลต่างหาก ถ้าทำให้มันชัดเจน ถ้าบอกพี่น้องให้ชัดเจนแล้ว ไม่มีใครอยากเสียประโยชน์ของประเทศชาติหรอกครับ พี่น้องเกษตรกรเขาก็อยากได้ ประโยชน์ของเขา เราต้องดูให้ถ้วนทั่ว เพราะฉะนั้นก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่ท่านกรรมาธิการทั้งหลายได้อุตส่าห์ทำเอกสารเหล่านี้ ให้ความรู้หลาย ๆ ท่าน เพื่อจะได้ ประกอบการตัดสินใจ แล้วผมก็เชื่อว่ารัฐบาลเองก็จะต้องเอาเอกสารเหล่านี้ และเอาบุคคล เหล่านี้เข้าไปประชุม เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม ในอนุภาคีนี้หรือเปล่า ขอขอบพระคุณครับ