สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจากข้อมูลรายงานสถานการณ์ พร้อมเสนอให้รัฐจัดตั้งแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวังและสนับสนุนครอบครัวอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและครอบครัวที่มีความเสี่ยงในยุคดิจิทัล
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครับท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายในเรื่องของการรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้าน ความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ ในมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัตินี้ในปี ๒๕๕๐ นี้ กำหนดชัดเจนว่าต้องรายงานในเรื่องของจำนวนคดีครับ จำนวนคำสั่งที่ออก แล้วก็จำนวน คำสั่งที่ละเมิด การละเมิดของคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารนี้ครบถ้วน แต่สิ่งสำคัญ คือในมิตินี้เป็นสิ่งที่พวกเราเองอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ นะครับ เพราะมันคือรากฐาน หรือต้นกำเนิดของสังคม คนไทยมีลักษณะผูกพัน มีความกตัญญู มีความใกล้ชิด และในโลก ยุคนี้ขณะนี้เป็นยุคเจเนอเรชัน (Generation) ของอัลฟา (Alpha) ๒๐๑๐ แล้วจะถึง ๒๐๒๔ ที่เป็นยุคที่เด็กอัลฟา (Alpha) กำลังเติบโตเจเนอเรชันซี (Generation Z) หรือตัวแซด (Z) ก็ผ่านไปแล้ว นั่นก็ ๑๔ ปี ฉะนั้นช่วงของเด็กกลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มที่เป็น เป้าหมายหลักของกรมกิจการ โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ตอนเหนือสุดก็คือเจเนอเรชันเอกซ์ (Generation X) และวาย (Y) ที่เป็นพ่อเป็นแม่ ซึ่งเป็นผู้กระทำเสียส่วนใหญ่ ฉะนั้น ความแตกต่างระหว่าง ๒ เจเนอเรชัน (2 Generation) กลุ่มบน กลุ่มล่าง เป็นกลุ่มที่ตัวกรมเอง รัฐบาลเองต้องให้ความสนใจและให้การศึกษา จากการรายงานสถานการณ์แล้วความรุนแรง ในครอบครัวนี้เราก็พบตัวเลขเยอะแยะไปหมดนะครับ ในเรื่องของจำนวนคดีความรุนแรง ที่เกิดขึ้น ๑,๕๙๗ รายที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานมา ตลอดจนภาพการรายงานในแผนภูมิ ที่ปรากฏอยู่ในหน้าตารางที่ ๔๔ ซึ่งปรากฏว่ากรุงเทพมหานครมี ๙๙ ราย แล้วก็แบ่งไปตาม จำแนกภูมิภาคต่าง ๆ มีสมุทรสงครามต่ำที่สุดคือ ๑ ราย พูดง่าย ๆ ว่าเกือบทั้งประเทศครับ ท่านประธาน ฉะนั้นประเด็นพวกนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่เป็นเหตุบอกได้เลยว่าคดีพวกนี้ยังอยู่ เมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิก็พูดไว้แล้วว่าในประเด็นที่คดีไม่ได้เกิดแค่นี้ครับ เหมือนตำรวจครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นอดีตตำรวจครับ การเป่าคดีของผู้รับแจ้งเหตุมีเยอะมากมาย แล้วสถิติพวกนี้เป็นสถิติที่ได้มาจากการปรากฏหรือบันทึกไว้เท่านั้นเองครับ แต่สิ่งที่หายไป จากระบบคือจะมียุติธรรมชุมชนหรือมีการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือระหว่างพ่อกับแม่ หรือเป็นความลับพูดคุยกับตัวครอบครัวเขาเอง หรือเป็นการต๊ะอ่วยกัน ระหว่างผู้เสียหาย เราไม่ใช่มีเพศทางเลือก ไม่ได้มีเพศชายหญิงเท่านั้นครับ เรามีทางเลือก มีแอลจีบีที (LGBT) ต่าง ๆ นานาตรงนี้ มีทางเลือกที่มาเยอะแยะครับท่านประธาน แล้วเพศ พวกนี้เป็นเพศที่ผันตัวออกมาสู่ในโลก แล้วเปิดตัวอย่างมากมาย ตลอดจนเทคโนโลยีเข้ามา ผนวกกันทำให้เกิดการเข้าถึงการสื่อสารที่รวดเร็ว สมัยก่อนกว่าจะมีอะไรปฏิสัมพันธ์ ต้องพบตัว สมัยนี้คงไม่ต้องพบตัวหรอกครับ เห็นบนตัวแทนหรือพรอกซี (Proxy) หรืออวตาร หรือบางทีเห็นอย่างอื่น รูปโฉมโนมพรรณอย่างอื่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นตัวของผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำ และสิ่งสำคัญคือข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้โลกทันสมัยขึ้น ฉะนั้นคดีพวกนี้ รัฐบาลต้องให้ความสนใจครับท่านประธาน อย่าปล่อยปละละเลย คดีมันจะหายออกไปแล้ว มันไม่สามารถแก้ไขได้ ฉะนั้นสิ่งที่จะต้องเข้ามาขณะนี้รัฐบาลจะต้องสร้างครับ ในปี ๒๕๖๓ ที่ท่านบอกในท้ายรายงานนะครับ ปี ๒๕๖๓ ท่านบอกว่าในกระทรวงนี้จะต้องมีแฟมิลี บิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Family Big Data Platform) ซึ่งจะเป็นอนาคตข้างหน้าที่จะรองรับ ข้อมูลข่าวสารที่ท่านกำลังเขียนลงในดาต้า (Data) ทั้งหมดเพื่อให้เกิดแพลตฟอร์ม (Platform) ผมเสนออย่างนี้ครับ กระทรวงหรือรัฐบาลต้องออกแฟมเทค (FamTech) แฟมิลีเทค (FamilyTech) เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) เป็นเทคโนโลยีออกมาทั้งหมดที่จะรองรับ ระบบครอบครัวทั้งระบบ ทุกชุมชนจะต้องมี ผู้นำชุมชนที่อยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่ใช้ อสม. เป็นตัวเวิร์ก (Work) เลยครับ เจาะพื้นที่ลงไปใน อสม. ท่านส่งผ่านเด็กที่เป็น อสม. ทั้งหมดจะเข้าไปรู้เลยครับว่าพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ มีจำนวน เท่าไร มีกลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ไหน มีคดีอยู่ที่ไหน แล้วแตะลองจิจูด (Longitude) ละจิจูด (Latitude) แตะปักหมุดลงมาเลยครับ แล้วส่งข้อมูล แล้วสั่งแพลตฟอร์ม (Platform) สั่งแอปพลิเคชัน (Application) ให้เขากรอกข้อมูลขึ้นมา ท่านจะเห็นภาพของบิ๊กดาต้า (Big Data) ขนาดใหญ่ ที่เราเรียกว่าข้อมูลมหัตปรากฏอยู่ในแพลตฟอร์ม (Platform) พวกนี้ ที่เราจะรวมศูนย์ทั้งหมด เรียกว่าแฟมเทค (FamTech) เพื่อให้ดูแลเด็กที่กำลังเติบโตในเจเนอเรชัน (Generation) ที่เป็นอัลฟา (Alpha) จะได้เข้าถึงข้อมูลพวกนี้ มีความรู้ได้เท่าทัน มีการสื่อสาร มีการป้องกัน แล้วก็มีช่องทางที่พูดคุย มีสหวิชาชีพ หรือมีคนที่จะดูแล หรือมีทีมที่เขาเรียกว่าฟาสต์ (Fast) ที่เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มเด็กที่มีปัญหา หรือจะคุยกันทางลับกับตัวบอต (Bot) หรือตัวแชต (Chat) ต่าง ๆ นานาที่เทคโนโลยีจะใช้เพื่อให้คำปรึกษาในพื้นฐาน หรือเข้าไปแบบแยบยลคือไปทางลับ เพื่อประกันหรือเซฟตี (Safety) หรือความปลอดภัย กับเหยื่อให้มาก กลุ่มคนพวกนี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้สังคมเบาบางลง ถ้าเราสามารถใช้ เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีที่เข้าไปจัดการเพื่อเก็บการบูรณาการของหน่วยทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้อง แล้วเขาจะใช้แฟมเทค (FamTech) เป็นตัวร่มใหญ่ แล้วก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล เพราะบางส่วนเป็นข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้จริง ๆ ท่านประธานครับ เพราะว่ามันเรื่องความลับ ที่เป็นส่วนลึกของจิตของมนุษย์และมันเป็นบาดแผลที่รอยร้าวลงไปของเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็น เด็กหญิง เด็กชาย เด็กทางเลือกต่าง ๆ แล้วสิ่งสำคัญครับว่าคนที่ลงมือกระทำนี่ครับ ท่านประธาน นิดเดียวครับ จะต้องได้รับผลกรรมครับ แต่ไม่ใช่เอามาเปิดเผย ไม่ใช่มาปิดหน้า คาดตัวดำ ๆ แล้วบอกว่านี่ลุงบ้า พ่อบ้ากาม แม่ปล่อยลูกขายตัว น้องเสพวิตถารกับพี่สาว หรืออะไรต่าง ๆ นานาพวกนี้มันต้องไม่มีแล้วครับ สื่อมวลชนจะต้องยุติการลงข่าวประเภทนี้ครับ ท่านประธานครับ กฎหมายต้องออกครับ สภาแห่งนี้ต้องแก้กฎหมายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ