โกวิทย์ เสนอจัดตั้งศูนย์บริการครอบครัวแบบเบ็ดเสร็จเพื่อแก้ความรุนแรง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

โกวิทย์ พวงงาม หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย จึงเสนอให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อเพิ่มความถูกต้องและประสิทธิภาพในการแก้ไข พร้อมผลักดันการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จระดับจังหวัดโดยเรียนรู้จากโมเดลญี่ปุ่น และเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชนผ่านการบูรณาการสหวิชาชีพและองค์กรระดับพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาต้นตออย่างเป็นระบบ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย เพื่อรับทราบรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว สำหรับรายงานตาม มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าเราดูจากรายงานก็ทำให้ทราบ หลายเรื่อง และมีรายละเอียดที่ทำให้สมาชิกพอจะมีความเข้าใจในเรื่องของความรุนแรง สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจากข้อมูลหลายส่วน ไม่ว่าข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งมูลนิธิ ตลอดจน จำนวนเด็กและสตรีผู้ถูกกระทำความรุนแรงมีจำนวนตัวเลข อันนี้ก็ขอขอบคุณที่ให้ตัวเลข แต่ผมอยากจะให้ข้อสังเกตเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัวไว้ รวมทั้งอาจจะมีคำถามแล้วก็ข้อแลกเปลี่ยน

ในประเด็นที่ ๑ ผมเห็นว่าข้อมูลที่เสนอมาจากที่เพื่อน ส.ส. ณัฐวุฒิได้พูด ไว้แล้วนี่ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นข้อเสนอที่ดี แล้วก็เห็นชอบด้วย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าข้อมูลจาก หลากหลายหน่วยนี่มันก็เป็นปัญหาประเทศเราอยู่มากพอสมควร เพราะฉะนั้นการจัดทำ พัฒนาฐานระบบข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เราจะ เริ่มต้นตรงไหน อย่างไร อันนี้ก็ฝากกรมไปด้วยว่าจะต้องพิจารณาให้ดี ผมยังคิดว่า กรมก็อาจจะมีปัญหาเรื่องนี้อยู่นะครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ข้อมูลจะกระจัดกระจายหลาย หน่วยงาน อันนี้ก็เป็นปัญหา และผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่สะท้อนมานี่มันใช่ทั้งหมดหรือว่า ยังขาดตกบกพร่องอยู่ เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาเรื่องนี้เสียใหม่นะครับ

ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าผมเห็นในส่วนที่ ๓ ประมาณหน้า ๕๑ หน้า ๕๒ หน้า ๕๓ อันนี้ดีนะครับ คือพยายามที่จะนำเสนอการพัฒนาระบบข้อมูลในครอบครัว เหมือนกันไว้ในหน้า ๕๓ แต่ก็ยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมมากนัก ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าผมเคยไปดูงานเรื่องนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นประโยชน์ ญี่ปุ่นนี่เนื่องจาก ระบบเขาจะไม่เหมือนเมืองไทย จังหวัดเขาจะมีอำนาจมากกว่าส่วนกลาง ของเราส่วนกลาง รวมอำนาจมากกว่าส่วนจังหวัดและท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นประเด็น ในญี่ปุ่นนี่จังหวัดจะเป็น ตัวหน่วยที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ในจังหวัดอาจจะมีหน่วยของ ตำรวจ หน่วยของสาธารณสุข หน่วยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ หน่วยของศูนย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอ็นจีโอ (NGO) ก็ดี เราจะประมวลอย่างไร แต่ในญี่ปุ่นเขาวันสตอปเซอร์วิส (One Stop Service) อยู่ที่จังหวัด แล้วก็ทำให้ข้อมูลได้รับ การวิเคราะห์อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่วนที่ ๒ เขาให้เทศบาลเป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ แล้วก็ไปดำเนินการตั้งศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงตามจำนวนเด็กที่ถูกกระทำในประเภท ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ซึ่งในรายงานผมก็ขอชมว่าแยกแยะประเภทของการถูกกระทำไว้ ดีทีเดียว เพราะฉะนั้นศูนย์ในการแก้ปัญหานี่ก็จะเบ็ดเสร็จ แล้วก็มีระบบประเมิน ติดตาม แล้วก็เยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือประเด็นที่ ๑ อยากจะฝากท่านประธาน

ในประเด็นที่ ๒ ผมเห็นว่าโจทย์ใหญ่ที่ต้องไปทำครอบครัวเข้มแข็งผมเห็นด้วย แล้วก็ไปตั้งศูนย์พัฒนาครอบครัว เพราะว่าต้นตอของปัญหาอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้น ผมเคยไปทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นที่ทำศูนย์ครอบครัวเข้มแข็งเขามีประสิทธิภาพมาก เพราะฉะนั้นกรมต้อง กรมอยู่ที่ส่วนกลาง อยากถามกรมเหมือนกันว่ากลไกที่ลงไปสู่พื้นที่ ที่สร้างชุมชนเข้มแข็งนั้นอยู่ตรงไหน ใครทำ นี่เป็นคำถาม เพราะจะเป็นประโยชน์กับ การทำงานของท่านโดยตรง ผมจึงเห็นด้วยการสร้างชุมชนและครอบครัวที่เข้มแข็งซึ่งเป็นฐาน เพราะว่าข้อมูลครอบครัวจะเป็นฐานต้นตอของแหล่งที่มาของปัญหา เพราะปัญหาเกิดขึ้น ในครอบครัวไม่ว่าจะดูตัวสถิติที่พูดถึงนี่เราเห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวก็มีมาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง นี่คือส่วนหนึ่ง แล้วก็มีสาเหตุมาจากต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นจากครอบครัวก็มายังศูนย์พัฒนาครอบครัวที่จะต้องบูรณาการเป็น สหวิชาชีพที่ต้องระดมสรรพกำลังมาช่วยในศูนย์พัฒนาครอบครัว แต่ผมคิดว่าศูนย์พัฒนา ครอบครัวที่ดำเนินการโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นยังขาด ประสิทธิภาพอยู่บ้าง ผมใช้คำว่า อยู่บ้าง เพราะว่าบางศูนย์ก็ใช้ได้ แต่ถ้าใช้การทำงานแบบ บูรณาการผมเห็นไปฝากไว้กับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระดับจังหวัด งานเขาเยอะ เขาลงไม่ถึงพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นปัญหา จึงขอฝากว่าศูนย์พัฒนา ครอบครัวจะต้องบูรณาการทำให้เกิดมีประสิทธิภาพกับส่วนต่าง ๆ ที่ต้องเชื่อมโยงเกื้อกูลกัน ทั้งหมดที่เป็นข้อเสนอที่ผมพูดมาก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศเรา และของผู้บริหารประเทศ รวมมาถึงกลไก ที่จะทำงานช่วยเหลือรัฐบาล ช่วยเหลือผู้ถูกกระทำให้ถูกเยียวยาและมีคุณภาพต่อไป แล้วก็ ข้อถามที่ผมถามก็อยากจะให้ลองคิดดูว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ และช่วยตอบ คำถามด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ