จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือปัญหาความรุนแรงในสังคมที่ยังคงทวีความรุนแรงหรือทรงตัว แม้มีหน่วยงานเข้ามาระงับหลายฝ่าย แต่ต้องการให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นแกนนำในการประสานงานอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย ส่งเสริมมาตรการป้องกันที่ชัดเจน และเร่งแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่ถูกใช้แรงงานในสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบถูกพาขายของในช่วงดึก รวมถึงปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับครู ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองเด็กและสตรีอย่างเร่งด่วนผ่านการประสานงานกับกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจท่านที่อยู่บนบัลลังก์ ๔-๕ ท่าน คือเรื่องของ ความรุนแรง ผมว่าเราในฝ่ายนิติบัญญัติที่ดูเรื่องของการแก้ไขกฎหมายอยากจะเร่งรัดให้ ท่านประธานได้มีเมตตาในการพิจารณาเป็นลำดับต้น ๆ ก็คือการแก้ไขพระราชบัญญัติ ที่ท่านใช้กันมานานนี่นะครับ มันคาอยู่หลายเรื่อง ที่ผมดูนี่ท่านประธานครับในฐานะที่เรา อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ดูแล้ว ๑๖ หน่วยงาน ที่รวบรวมตัวเลขมา บ้างก็เป็นเอกชน บ้างก็เป็น มูลนิธิบ้าง ซึ่งก็ยังไม่เป็นตัวเลขที่ชัดเจนแกว่งไปแกว่งมาครับ แต่ว่าที่ผมอยากบอกผ่าน ทางคณะกรรมการที่ได้กรุณามารายงานนี่นะครับเข้าใจเหตุผลของท่านว่าเรื่องความรุนแรง จริง ๆ แล้วสามีโดนภรรยาตบก็เป็นความรุนแรง ภรรยาไปตบลูกต่อก็เป็นความรุนแรง แต่ผมอยากจะฝากท่านนิดเดียวครับ โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง เป็นระดับกรมจาก ๑๖ หน่วยงานที่มารวบรวมอยู่ในเล่มนี้ ท่านต้องเป็นโต้โผให้ชัดเจน ทุกวันนี้ถ้าท่านประธานลองเปิดไปดูหน้ากลาง ๆ เช่น โรงพยาบาล ตำรวจก็มี ศูนย์ช่วยเหลือสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีบ้านพักเด็กเยาวชนก็มี มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลก็มี มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรีก็มี มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กก็มี มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โอ้โฮ เยอะแยะท่านประธานครับ อ่านไม่หมด ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าเจ้าภาพหลักก็คือกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ท่านต้องแก้ไข ตัวเลขต้องลดลงและต้องลดลงทุกปี ไม่ใช่สวิง (Swing) ดูจากตัวเลขนี่ไม่ได้ลดลงนะครับ เรียกว่าเสถียร พูดง่าย ๆ คือตบตีกันเป็นที่เข้าใจ ในสังคมไทยโดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ นี้ไม่อยากไปเอ่ยนามถึงท่านผู้นำประเทศ เรียกว่า ค่อนข้างที่จะก้าวร้าว ออกสื่อมวลชนก็ทำให้เด็กและสังคมนั้นมีส่วนในการพัฒนา ความรุนแรงได้เช่นเดียวกัน
ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังคณะกรรมการนะครับ สิ่งที่ผมเห็นแล้วประสบ ด้วยตนเองบ่อย ๆ เวลาไปรับประทานข้าวต้มตอนดึก ๆ แถว ๆ บ้านก็จะเห็นเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า ๑๐ ปีจำนวนมากเดินมาพร้อมกับการขายพวกลูกอมขบเคี้ยว ซอง ๑๐ บาท ๒๐ บาทบ้าง เราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มันก็อดไม่ได้หรอกที่จะช่วยเขา แต่เป็นการส่งเสริมไปใน ทางอ้อมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งบางทีผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ยอมรับครับ แต่ปรากฏว่าบางราย ท่านประธานครับ เดินออกไปก็ปรากฏว่ามีคุณพ่อคุณแม่ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสอง ใช้วิธีคือ การให้เด็กอายุต่ำกว่า ๑๐ ขวบลงมานี่ไปเป็นผู้ขายของ ผมก็เคยถามเด็กว่าถ้าไม่ขาย แล้วหนูไม่ไปโรงเรียนหรือตอนเช้า เขาบอกถ้าไม่ขายเดี๋ยวแม่ตบ ท่านประธานครับ กรณีเช่นนี้ผมก็เลยไม่ทราบว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านได้เคยติดตามในกรณีเช่นนี้ หรือไม่ ถ้ามีท่านช่วยอธิบายวิธีแก้ไขหน่อยครับ คือถ้าเกิดกรณีเช่นนี้ไม่มีมันก็จะลด ความรุนแรงได้
ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ในสังคมไทยเราเห็นเด็กเช็ดกระจกเป็นที่ คุ้นเคยกันในสังคมตั้งแต่ผมวัยเยาว์อยู่ในกรุงเทพฯ มานี่นะครับ หลัง ๆ นี้พอเศรษฐกิจไม่ดี ภาวะปัญหาครอบครัวมากขึ้นก็เริ่มมีมากขึ้นครับ แปรสภาพไปขายโดนัทบ้าง แปรสภาพไปขายอะไรเยอะแยะมากมาย ซึ่งผมก็เอ่ยไม่หมด มันไม่ใช่แค่ขายพวงมาลัยหรือว่าเช็ดกระจกแล้ว พอไปดูปรากฏว่าเป็นเด็กและเยาวชน ก็จำนวนมากครับ อันนี้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี่มันจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ท่านมา รายงานเพื่อบอกอะไรครับ บอกว่าประเทศนี้มันก็เสถียรแบบนี้แหละจิรายุ คนมันก็ทะเลาะ ตบตีกันมากขึ้นแบบนี้ล่ะหรืออย่างไรครับ ท่านช่วยชี้แจงหน่อย หรือว่ากรมพัฒนาที่ท่าน ยกระดับเป็นกรมแล้วขึ้นกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และท่าน ดูแลพี่น้องประชาชนนี่ท่านได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้แบบไหน อย่างไร ผมในฐานะเป็นประธาน คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ท่านประธานครับ มีตัวเลขบางอย่างที่ผมต้องพูดก็บันทึกไว้นะครับ ท่านประธานเชื่อไหมว่าตัวเลขเป็นพัน ๆ ที่ท่านรายงานจาก ๑๖ หน่วยงานนี่ครับ มีส่วนที่เป็นคดีความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงแค่ ๕๒ คดี เป็นคดีที่มีการฟ้องตรง ในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านยังอัยการ ๑๔๕ คดี เป็นคดีความที่ผ่านไปสู่กระบวนการศาล อีกประมาณ ๕๐ คดี หมายความว่าคดีที่เป็นคดีจริง ๆ มีประมาณสัก ๒๐๐ ต่อปี แต่คดี ที่ท่านรายงานนี่เป็นพันเป็นหมื่นนะครับ หมายความว่ามันเป็นการยอมความได้ พ่อตบแม่ แม่ตบกัน เขาก็บอกว่าผัวเมียทะเลาะกันอย่าไปเผือก เพราะถ้าไปยุ่งวุ่นวายเมื่อไร ขึ้นคดีความปุ๊บเขายอมความกันก็เสียหาย เพราะฉะนั้นวิธีคิดของท่านก็คือการทำ งบประมาณต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนสภามีหน้าที่ตรวจ แล้วก็แก้ไข แล้วก็เพิ่มเติม เพิ่มงบประมาณ ให้ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรุงเทพมหานครมีสำนักงานการแพทย์ มีสำนัก อนามัย ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนายกระดับเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น และในแต่ละปี ครับมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การส่งเสริมสถาบันครอบครัว เขาเรียก ศูนย์อนามัยของเขต ท่านเชื่อไหมครับว่ามีหน่วยงานอื่นอีกมากมายก็ทำลักษณะเดียวกัน ต่างคนต่างทำ วันนี้ฉันไปหาพ่อ วันรุ่งขึ้นอีกหน่วยงานไปหาแม่ อีกหน่วยงานไปหาลุง ไปหาป้า สุดท้ายปลายทางแล้วก็เป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่ได้ผลเท่าไรท่านประธานครับ เพราะผมพยายามจะหานะครับว่าในเล่มนี้ที่ท่านรายงานนี่นะครับส่วนใหญ่จะเป็นสถิติ แต่ผมจะขออภิปรายและจดบันทึกไว้ในห้องประชุมแห่งนี้ว่า ๑. คือท่านต้องเร่งแก้ไข พระราชบัญญัติปี ๒๕๖๒ ที่ท่านบ่นกันมาว่า โอ้โฮตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะไม่ให้อำนาจทำโน่นทำนี่
ประเด็นที่ ๒ ก็คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่นะครับก่อนจะยึดโยงไปถึงตำรวจ ชั้นพนักงานสอบสวน ทำสำนวนส่งอัยการ อัยการฟ้องศาลนี่นะครับ ท่านได้ดำเนินการ ในการช่วยเหลือขัดเกลากลุ่มของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนในประเด็นนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ ยิ่งหลัง ๆ นี้ทุกคนเป็นนักข่าวได้หมดครับเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ ก็ถ่ายภาพได้ วันดีคืนดีครูงี่เง่าหงุดหงิดก็ชักปืนออกมาโชว์หน้าเสาธง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ เป็นการกระทำความรุนแรงในระดับโรงเรียน อย่างนี้นี่นะครับ กรมของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านมีแผนแม่บทไหม โรงเรียน คนเป็นครู ท่านประธานครับ ครูแสงหรือสหายแสงของผมท่านก็เป็นอาจารย์เก่านี่ ท่านดู ในสถิตินะครับ เขียนแล้วน่าตกใจครับ ครูมีลำดับต้น ๆ เหมือนกันนะครับในการละเมิด หรือว่าร่วมกระทำความรุนแรง ขออภัยครูที่เคารพทั้งประเทศนะครับ ครูดีมี ๙๐๐ มี ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ครูชั่วมีไม่กี่คนครับ และที่ผมอยากจะบอกท่านประธานก็คือว่าครูนี่ อยู่ในอันดับต้น ๆ มากกว่านายจ้าง ลูกจ้าง พระ นักบวช คนไม่รู้จักหน้า คนแปลกหน้า คนอื่น ๆ ทางเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียล (Social) ต่าง ๆ ด้วยนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะมา จากคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง ญาติพ่อบุญธรรม ลูกเลี้ยง แม่เลี้ยง สิ่งเร้ามันเยอะ ท่านประธานครับในสังคมไทย เข้าถึงมือถือก็ง่าย ไปไหนมาไหนก็ลำบาก เห็นสิ่งเร้า ก็อยากจะทำให้มันเกิดปัญหา ผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการครับ การรายงานแบบนี้ ขออภัยท่านนะครับ จริง ๆ แล้วไม่ต้องอภิปรายก็ได้ แต่ผมอยากจะรู้ว่า ท่านมาแล้วนี่ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไหน แบบใด ไม่จำเป็นที่กรรมาธิการในแต่ละ คณะจะต้องไปทำเรื่องโดยท่านทางกรรมาธิการร้องไปนะครับ ท่านสามารถยื่นมาได้ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มี ความหลากหลายทางเพศ คณะกรรมาธิการผม อัยการ ศาล เรื่องกฎหมายท่านช่วยแก้ไข หน่อยได้ไหม ท่านเร่งรัดหน่อยได้ไหม ท่านใช้ช่องทางของรัฐสภาทำได้นะครับ ผมไม่อยากให้ มาใช้เวทีสภารายงานแล้วท่านกลับไป ฟังผู้แทนราษฎรพูดแล้วท่านกลับไปก็ทำอะไรไม่ได้ ผมหวังว่าคราวหน้านะครับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการที่มาชี้แจงว่าคณะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านคือเด็กและสตรีแน่นอน คณะกฎหมาย คณะผม คณะศาล อัยการ องค์กรอิสระ เกี่ยวข้องกับท่านโดยตรง ท่านลองทำมาเถอะครับ ผมจะรีบบรรจุและ พิจารณาเลยว่าการแก้ไขกฎหมายเด็กและสตรีให้กับสังคมไทยมันดีนี่มันควรจะทำ แบบไหน อย่างไร ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ