เกียรติ ตั้งข้อสังเกตบทบาทเอ็กซิมแบงก์ เสนอปรับยุทธศาสตร์ชัดเจน-โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

เกียรติ สิทธีอมร ตั้งข้อสังเกตและสอบถามถึงความล่าช้าของรายงานเอ็กซิมแบงก์ พร้อมแสดงความกังวลต่อความชัดเจนของยุทธศาสตร์การดำเนินงาน โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายในตลาด CLMV ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงความโปร่งใสในข้อมูลอัตราดอกเบี้ย การแข่งขันกับธนาคารส่งออกต่างประเทศ และการร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการและเปิดเผยยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและลดความเสี่ยงทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการไม่ชำระเงินและการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออภิปรายในเรื่องของ รายงานของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นเลยนะครับ ท่านทำรายงานมา มีเพื่อนสมาชิกพูดแล้วมันช้าไปนิดนะครับ ถ้ามีวิธีการทำให้มันเร็ว สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันได้มากกว่านี้ก็ช่วยบอกนิดหนึ่งว่าท่านมีวิธีจะทำอย่างไร

ประการที่ ๒ ก็คือว่าวิธีที่ท่านทำรายงาน ท่านวัดกับภารกิจที่ท่านตั้งเอง และวัดตัวเอง แล้วกลับมาบอกว่าท่านทำดีที่สุดแล้วคือได้แค่นี้ และน่าจะดีพอแล้วนะครับ แต่ปัญหาของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) นี่คือธนาคารที่เป็น กลไกที่สำคัญอย่างยิ่งเลยนะครับ ที่สนับสนุนภาคการส่งออกและการลงทุนระหว่างประเทศ แต่ท่านไม่ได้วัดกับประเทศอื่นเลยครับ ตรงนี้จะทำให้เราพลาด พลาดอย่างร้ายแรงเลยครับ ผมมีโอกาสพบเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ และเคยแนะนำไปแล้ว เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเลยครับ แล้วก็มี สัดส่วนสูงมากต่อภาคการส่งออก และภาคการลงทุนในตลาดที่เป็นตลาดเป้าหมาย ตลาดเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ แต่ของท่านเองนี่ท่านไปอ่านในรายงานชัดเจนนะครับว่า ชัดเจนเหมือนกันนะครับ ท่านบอก ว่าเป้าหมายของท่านคือซีแอลเอ็มวี (CLMV) แต่ในขณะเดียวกันพอไปดูในรายละเอียด ท่านก็บอกว่าอันนี้มันเป็นตลาดที่มีความเสี่ยง ท่านสนับสนุนไปซีแอลเอ็มวี (CLMV) ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ท่านก็มีความเสียหายจากความเสี่ยง ก็แน่ละครับท่านเน้น ตลาดซึ่งไม่ใช่ตลาดใหญ่นะครับ แต่ตลาดใกล้บ้านครับ นี่คือยุทธศาสตร์ท่านครับ ไปตลาด ใกล้บ้านไม่ใช่ตลาดใหญ่ ตลาดเสี่ยงสูง นั่นคือเป้าหมายเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หรือเปล่าครับที่เป็นประโยชน์ที่สูงสุดกับประเทศไทย คำถามก็เลยมีกลับมาว่าใครกำหนด ใครกำหนดยุทธศาสตร์ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็ต้องกลับไปที่กรรมการบริหาร ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ถูกไหมครับ ช่วยอธิบายทีครับวิธีคิดในการวางยุทธศาสตร์ ของความเป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศนี้ ท่านวาง อย่างไรครับ ในรายงานไม่ชัด มองไม่เห็นครับ อันนี้ต้องทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเลยนะครับ เพราะว่าไม่เช่นนั้นอ่านรายงานท่านก็ไม่มีประโยชน์ครับ แล้วรายงานทั้งหมดนี้คืออดีต ที่เกิดขึ้นหมดแล้วแก้อะไรไม่ได้ ดีที่สุดวันนี้ทำความเข้าใจกันและมองไปข้างหน้าว่า ในอนาคตเราจะทำอย่างไรกันนะครับ

ทีนี้บทบาทของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) มีไม่กี่เรื่องหรอกครับ เรื่องแรก คือปล่อยสินเชื่อ คำถามก็เลยมีอยู่ว่าการปล่อยสินเชื่อของท่านนี่จริง ๆ แล้วของประเทศอื่น ผมยกตัวอย่างนะครับ ผมเคยร่วมงานกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของฝรั่งเศส ผมร่วมงานกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของเยอรมนี และอีกหลายประเทศในสหภาพ ยุโรปเขาชัดเจนมากนะครับว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะเข้าไปช่วยก็ต่อเมื่อธนาคาร พาณิชย์ปกติไม่สามารถช่วยได้ หรือช่วยแล้วยังแข่งไม่ได้ เห็นไหมครับ แค่นี้ก็จะเห็น ความแตกต่างแล้วนะครับ เราไม่ใช่แค่ดีใจว่าท่านไปช่วยภาคส่งออกได้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือมากน้อยแค่ไหน แต่ในขณะเดียวกันท่านช่วยต้องมีความชัดเจนว่าถ้าไม่ได้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไปช่วยจะสู้ไม่ได้ และการสู้ได้มาจากเหตุผลของความเป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไม่ใช่เป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อตามปกติ คำถามคือทำอย่างไร สิ่งที่ท่าน ไม่ได้เขียนไว้ในรายงานนี้เลยว่ากลุ่มใดคือสินเชื่อที่เป็นตลาดเป้าหมาย ธุรกิจกลุ่มใดบ้าง ท่านบอกแค่ซีแอลเอ็มวี (CLMV) ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่บอกเลยว่าอินดัสทรี (Industry) ไหน หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอะไร กลุ่มธุรกิจอะไร อันนี้ผมคิดว่าไม่ชัดว่ายุทธศาสตร์ของท่าน คืออะไร ตลาดใดบ้างที่เป็นตลาดเป้าหมาย เราเข้าใจจากรายงานแค่ว่าท่านไปซีแอลเอ็มวี (CLMV) คือ ลาว เวียดนาม เขมร เมียนมา แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ท่านปล่อยสินเชื่อทั้งหมด อัตราดอกเบี้ยท่านแข่งหรือเปล่าครับ ท่านทราบไหมครับว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศอื่นอัตราดอกเบี้ยเท่าไร แล้วดอกเบี้ยที่ท่านปล่อยนี่แข่งได้ไหมครับ หรือตลาด บางตลาดมันแข่งกันที่อัตราดอกเบี้ยของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ประเทศอื่นช่วยคู่ต่อสู้ ของผู้ประกอบการไทยด้วย ตรงนี้ไม่ปรากฏครับ ไม่ทราบจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ สามารถที่จะประเมินการดำเนินการของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในเชิงเปรียบเทียบกับ คู่แข่งของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของประเทศอื่นในตลาดเดียวกันก็ยังประเมินไม่ได้เลย แล้วตรงนี้ครับรายงานของท่านก็จะไม่เป็นประโยชน์ในการที่จะดูว่าเครื่องมือนี้ที่เป็น เครื่องมือพิเศษไปเทียบกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไปไม่ได้ นี่คือเครื่องมือพิเศษที่ต้องใช้งาน เป็นพิเศษเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการแข่งขันซึ่งประเทศอื่นแข่งกับเราอยู่ อันนี้มองไม่ออกครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของฝรั่งเศสปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้ ตรงนี้ไม่ทราบ แล้วเวลาเขาไม่แข่งกับธนาคารเอกชนด้วย เขาจะชัดเจนมากเลยครับ ในกรณีที่สามารถไปร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ของประเทศเขาในการร่วมกันให้สินเชื่อไป แล้วได้ประโยชน์และได้เปรียบในการแข่งขันนี่เขาทำได้ ของเราท่านไม่ได้บอกเลยว่า ท่านแพ็ก (Pack) กับธนาคารเอกชนของไทย ธนาคารพาณิชย์ของไทยปล่อยสินเชื่อไหมครับ เป็นสัดส่วนเท่าไร นี่คือหลักการที่จะต้องมีความชัดเจนอย่างยิ่ง แล้วต้องเขียนเป็นยุทธศาสตร์ของท่าน ปล่อยร่วมกันยังไม่พอ ปล่อยร่วมกันต้องบอกว่า ที่จำเป็นต้องปล่อยร่วมกันเพราะทำให้ได้เปรียบในแง่ของการแข่งขัน โดยเฉพาะโครงการ ที่เป็นโครงการของภาครัฐ ตรงนี้ผมคิดว่ามันยังมองหายไป แล้วถ้าท่านเทียบจริง ๆ นะครับ ถ้าเทียบตัวเลขของท่านในแง่ของความครอบคลุมก็ยังน้อยอยู่ เดี๋ยวผมจะลงในรายละเอียด ต่อไปนะครับ

อีกประการหนึ่งที่ท่านทำหน้าที่คือท่านรับผิดชอบในเรื่องความเสี่ยงทาง ธุรกิจ ความเสี่ยงทางธุรกิจมี ๒ อย่างเท่านั้นเองครับ ๑. ไม่ชำระเงิน ๒. อัตราแลกเปลี่ยน ผันผวนจนทำให้ธุรกิจไปไม่ได้ ตรงนี้ท่านให้ตารางในหน้า ๖๒ หน้า ๖๓ ของท่านประเมิน ไม่ออกหรอกครับ จริง ๆ แล้วตัวนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดสำหรับภาคธุรกิจ อัตราแลกเปลี่ยน ที่ผันผวนในตลาดที่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนอยู่ ตรงนี้ท่านช่วยเป็นสัดส่วนเท่าไรของ การส่งออกของตลาดไทย อันที่ ๒ ไม่ชำระเงิน ในรายงานของท่านไม่ได้บอกว่าเป็นสัดส่วน เท่าไร ท่านบอกในหน้า ๖๒ คืออ่านแล้วไม่เข้าใจนะครับ ท่านเพียงบอกว่าความเสียหาย เกิดจากผู้ซื้อไม่ชำระเงินคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๙๙ งงครับ ประเทศไหนบ้างครับ ตลาดไหน บ้างครับ เป็นใครบ้างครับ ถ้าท่านปล่อยกู้ตลาดที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หลายประเทศให้ตรงนี้เป็นหลัก ความเสี่ยงท่าน ไม่มีทางสูงเท่านี้ แต่ผมอ่านแล้วผมไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงตลาดใดบ้าง

ประการสุดท้าย เรื่องความครอบคลุม ส่งออกนี่เราส่งออกปีหนึ่งเกือบ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ท่านปล่อยเพียงไม่ถึง ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ๘ เปอร์เซ็นต์ อย่าดีใจครับ แต่ถ้าท่านไปแพ็ก (Pack) กับคนอื่นแล้วรวมกันแล้วส่งออกได้ถึง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ถึงจะดีใจได้ครับ ฉะนั้นเป้าหมายของท่านคืออะไรผมไม่ทราบ อ่านจากรายงานยังไม่ชัดครับ มันเหมือนกับว่ามันไม่ได้มียุทธศาสตร์ที่วางไว้ว่าจะต้องเป็น สัดส่วนเท่าไรของภาคการส่งออก ตรงนี้เรื่องใหญ่ การประกันความเสี่ยงท่านไม่ได้พูดเลยว่า สัดส่วนความครอบคลุมมีเท่าไร ตรงนี้ประเมินไม่ได้ แล้วในที่สุดท่านประธานครับ โจทย์ขององค์กรอย่างเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็คือว่า แล้วเป็นโจทย์ของทุกประเทศ เหมือนกันหมด เงินน้อย ๆ ให้มีผลเยอะ ๆ ทำอย่างไร คำตอบคืออย่างนี้ครับ ถ้าท่าน ต้องปล่อยกู้ ถ้าแข่งเรื่องอัตราดอกเบี้ย ท่านไปปล่อยกู้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์แต่จ่าย ส่วนต่างดอกเบี้ย ท่านใช้เงิน ๑ บาท ท่านได้ผล ๑๐๐ บาท ถ้าแข่งอย่างนั้นนะครับ ท่านต้องเข้าใจภาวะการแข่งขันก่อน แล้วถ้าบอกว่าไปปล่อยเพราะว่าเอกชนไม่ยอมปล่อย เพราะเสี่ยงสูง ท่านต้องปล่อยเยอะขึ้น การลดความเสี่ยง การยอมรับอัตราความเสี่ยง ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการที่จะใช้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ตรงนี้ไม่เห็นชัดครับท่านประธาน จึงฝากถามครับ ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ลงไปถึงการรายงาน ของท่าน และความเป็นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับภาค การส่งออกและการลงทุนของไทยในต่างประเทศคืออะไรแน่ แต่สำหรับผมคิดว่าท่าน อาจจะต้องเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำ และต้องตอบให้ได้ว่าเงินที่มีอยู่น้อย ๆ นี้ให้ผลได้สูงที่สุด ทำอย่างไร แต่วิธีที่ทำอย่างนี้คือการแข่งกับภาคเอกชนมากเกินไป ขอบพระคุณครับ