อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ วิพากษ์การรายงานที่ล่าช้าและข้อมูลล้าสมัยของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ทำให้การพิจารณาไม่ทันเหตุการณ์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงผลประกอบการที่ลดลงอย่างมาก แม้จะได้รับรางวัลผู้นำดีเด่น ขณะที่ค่าใช้จ่ายและหนี้สงสัยจะสูญกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อิสระ ยังเปรียบเทียบกับเอ็กซิมแบงก์ของสหรัฐฯ ชี้ปัญหาความล่าช้า ประสิทธิภาพต่ำ การสนับสนุนเอสเอ็มอีที่น้อย และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่กระทบผู้ประกอบการ พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายรายงาน ประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ครับ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เป็นหนึ่งใน ๑๕ รัฐวิสาหกิจของ กระทรวงการคลังจึงถือว่าเป็นเครื่องยนต์กลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดังนั้นผมต้องขออนุญาตใช้เวลาสภาแห่งนี้ในการชำแหละเครื่องยนต์นี้ออกเป็น ๔ ส่วน เพื่อจะได้สะท้อนถึงปัญหาและจุดที่ต้องพัฒนาครับ ๔ ส่วนที่ว่าผมสรุปเรียกว่า ช้า ลวง ถ่วง ขาด
ส่วนแรกครับ ช้า ช้าที่ว่าก็คือการส่งรายงานที่ล่าช้าครับ รายงานฉบับนี้คือ ๒๕๖๒ นะครับ เสร็จสิ้นเมื่อ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ ผมขออนุญาตท่านประธานฉายให้ดู แผนภาพง่าย ๆ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ตามกฎหมายรายงานฉบับนี้ ต้องถึงสภา ๑๘๐ วันคือ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ รายงานฉบับนี้ใช้เวลาการเดินทาง มาสู่สภาผ่านไปไม่รู้กี่กระทรวงแล้วก็ใช้เวลาแต่ละกระทรวงนานเหลือเกินกว่าจะมาถึงสภา ๒๒ ธันวาคม ๓๕๗ วัน หรือเกือบ ๑ ปี เป็นเวลา ๒ เท่าของเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ท่านประธานครับ รัฐเที่ยวออกกฎไปบังคับคนโน้นคนนี้ ผู้ประกอบการ ห้างร้าน ชาวบ้านว่า ต้องส่ง ภ.ง.ด. ต้องส่งงบการเงินภายในวันนี้ ภายในเวลานี้ ส่งช้ามีค่าปรับ มีบทลงโทษ แต่พอเป็นธนาคารของรัฐอยากจะทำอะไรก็ได้
แล้วอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากนั่นก็คือเรื่องรับทราบต่าง ๆ เหล่านี้ที่เข้ามา สู่สภาเป็นเรื่องที่เป็นภาระกับเวลาของสภาอย่างมากอย่างเช่นวันนี้ทั้งวัน แต่เราก็ยินดีครับ เพราะอย่างน้อยก็จะได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปพัฒนาอย่างทันเหตุการณ์ แต่เมื่อ ส่งมาช้าแบบนี้มันก็ไม่ทันการณ์ ตัวอย่างชัด ๆ เลยครับ วันนี้ผู้ประกอบการกำลังเดือดร้อน ล้มตายเกิดโควิด (COVID) แต่รายงานฉบับนี้ปี ๒๕๖๒ โควิด (COVID) ยังไม่เกิด หรือถ้าเกิด ก็ยังไม่ได้เข้าไทย เพราะฉะนั้นวันนี้มาพูดคุยกันก็เหมือนกับบ่น ๆ แล้วก็แยกย้าย นั่นคือ ประการแรก ชิ้นส่วนแรกครับ
ชิ้นส่วนที่ ๒ ลวง ที่ผมใช้คำว่า ลวง คือในหน้าที่ ๖ ของรายงานฉบับนี้ เขียนไว้ตัวใหญ่ชัดเจนว่าปล่อยกู้ทั้งหมด ๑๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นเติบโต ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ค้างไว้เป็นภาพลวงตาแค่นี้ครับ ทีนี้ถ้าเราจะดูเรื่องนี้ให้ละเอียด มันต้องไปดูในงบการเงินหน้า ๑๔๑ จริงอยู่ท่านเติบโต ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์จริง แต่ท่าน หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ ๑๙.๘ เปอร์เซ็นต์มากกว่าปีก่อน ซึ่งทั้ง ๆ ที่ตัวเลขตัวนี้จริง ๆ จะต้องอย่างน้อยเท่ากันกับปีที่ผ่านมา ทีนี้พอไปดูงบกำไรขาดทุนครับท่านประธาน ค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นทุกอย่าง บานปลาย ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องมืออุปกรณ์ ค่าอาคารสถานที่ ค่าดอกเบี้ย แล้วที่สำคัญคือค่าพนักงาน ค่าพนักงานของท่านเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ต้องไปดูในรายละเอียดครับ ๒ ปีที่ผ่านมาท่านจ้างคนเพิ่ม ๑๒๓ คน ใช้เงินส่วนที่เฉพาะที่จ้างเพิ่ม ๒๗๕ ล้านบาท เป็นคนทั้งหมด ๘๕๘ คน ผมลองเอาหารดู ตกแล้วคนหนึ่งที่ท่านจ้างเพิ่ม เฉพาะคนที่จ้างเพิ่มคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องขอ ถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทางบ้านที่กำลังตกงาน ซึ่งตอนนี้มีอยู่มาก เหลือเกินอาจจะพิจารณาไปลองสมัครงานที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ดูครับ ดูท่าทาง จะรับคนเยอะ แล้วก็เงินเดือนให้คนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ด้วยเหตุผลแบบนี้ ก็เลยไม่แปลกที่ผลประกอบการของท่านที่ปีที่แล้วผมใช้คำว่า พอทน ๑,๓๖๙ ล้านบาท ถึงได้ลดลงมาเหลือ ๔๘๒ ล้านบาท อันนี้คือไม่แปลกครับ แต่ที่แปลกคือผมแปลกใจว่า ผลประกอบการลดลง ๗๐ เปอร์เซ็นต์แบบนี้ ท่านกลับได้รับรางวัลผู้นำรัฐวิสาหกิจดีเด่น ของกระทรวงการคลัง ผมเลยต้องตั้งคำถามครับว่าถ้ารัฐวิสาหกิจที่ผลประกอบการลดลง เยอะขนาดนี้ได้รับรางวัลดีเด่น พวกที่ไม่ได้รางวัลนี่ต้องแย่ขนาดไหนครับ
ชิ้นส่วนที่ ๓ คือ ถ่วง ท่านตั้งวิสัยทัศน์ในหน้า ๑๘ ไว้อย่างยาวไกลเลยครับว่า ท่านจะเป็นธนาคารเฉพาะกิจชั้นนำของโลก พอท่านตั้งวิสัยทัศน์ไกลขนาดนี้ผมก็เลย ต้องไปดูว่ามีอะไรบ้างที่ยังถ่วงท่านไม่ให้ก้าวไปถึงจุดนั้น ก็เลยต้องเอาท่านไปเทียบกับ ประเทศผู้นำของโลก ผมเองได้มีโอกาสอ่านรายงานประจำปีของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของสหรัฐอเมริกาฉบับนี้นะครับ เพิ่งออกมาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว แต่ต้องเรียนท่านว่าฉบับนี้คือเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของผลประกอบการปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๓ ขณะที่ของท่านคือปี ๒๕๖๒ ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีคนล้มตายเป็นเบือ แต่เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนทำรายงานแบบเดียวกันออกมา ในขณะที่ท่านใช้เวลา ๑ ปี แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นครับท่านประธาน ในขณะที่ท่านใช้คน ๘๕๘ คน ทำรายงานแบบนี้ ที่สหรัฐอเมริกาใช้คนเพียงแค่ ๕๑๕ คน ขณะที่ธนาคารเขาใหญ่กว่าท่าน ๕ เท่านะครับ แล้วพอไปดูในรายละเอียดของรายงานประจำปีของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) สหรัฐอเมริกา เขาปล่อยกู้เพื่อช่วยคนที่เดือดร้อนจากโควิด (COVID) ให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก เกือบครึ่งหนึ่งของวงเงินปล่อยกู้ทั้งหมด ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำให้ผมนึกไปถึง บทสัมภาษณ์ของผู้บริหารของท่านที่วรสารการเงินการธนาคาร เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ที่ผ่านมา สัมภาษณ์ด้วยความภูมิใจครับว่าท่านปล่อยกู้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ไปสูงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับท่านประธาน แปลว่าอะไร แปลว่าอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คือท่านช่วยเหลือรายใหญ่ใช่ไหมครับ
และชิ้นส่วนสุดท้ายครับ คือ ขาด เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องที่ ผู้ประกอบการส่งออก นำเข้า ทุกวันนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก คือเรื่องของการขาด ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ ส่งออกและนำเข้ารายหนึ่ง เขาบอกว่าค่าเรือ ค่าระวางจากโอซาก้ามาไทยก่อนนี้ ๖,๐๐๐ บาท ตอนนี้ ๓๐,๐๐๐ บาท ยังหาไม่ได้ครับ ก็ต้องขออนุญาตฝากเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) และผู้ที่เกี่ยวข้องเอาไว้ว่าให้ช่วยหามาตรการในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนครับ
ท่านประธานครับ ช้า ลวง ถ่วง และขาด คือ ๔ ชิ้นส่วนที่ผมได้หยิบยกขึ้นมา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและสิ่งที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะต้องพัฒนาผมยังเชื่อว่า ท่านยังสามารถที่จะเป็นเครื่องยนต์กลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ครับ อาทิตย์หน้าท่านจะมีอายุครบ ๒๗ ปี ถ้าเป็นคนก็เกิน วัยเบญจเพสแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นอย่ากั๊กครับ ถ้าจะเน้นผลประกอบการก็ทำกำไร เยอะ ๆ ไปเลย แล้วส่งเงินเข้าหลวง หลวงจะได้เอาเงินมาช่วยคนเดือดร้อน แต่ไม่ใช่บอกว่า ผลประกอบการแบบนี้ก็มาอ้างบอกว่าท่านไม่ได้ทำเพื่อกำไรแต่ทำเพื่อช่วยคน ถ้าท่านทำ เพื่อช่วยคนจริงผมถามอย่างนี้ครับว่าลองไปถามผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้า ๑๐ ราย ดูสิครับว่ามีถึง ๒ รายไหมที่ได้รับความช่วยเหลือที่หยิบยื่นมาจากท่าน ก็ต้องขออนุญาตฝาก ประเด็นต่าง ๆ ทั้ง ๔ ประเด็นนี้ว่าเป็นข้อสังเกต แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าท่านจะได้นำไปปรับปรุงแล้วก็พัฒนาการทำงานของท่าน เพื่อประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งกับประเทศไทยแล้วก็กับผู้ประกอบการไดเรกต์ (Direct) ของไทย ก็ต้องขออนุญาตฝากไว้ครับ ขอบคุณครับ