พิมพ์รพี ชี้แผนพลังงานใหม่กระทบเกษตรกร ห่วงยกเลิกน้ำมันชีวภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแผนปฏิรูปพลังงานที่ละเลยผลกระทบต่อเกษตรกร โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงนโยบายกองทุนพลังงานที่อาจทำให้เกษตรกรผู้ปลูกราษฎร์พืชพลังงานอย่างอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมันได้รับความเดือดร้อนรุนแรง หากไม่มีการทบทวนและวางแผนรองรับอย่างรอบด้าน

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ สุขสันต์วันตรุษจีนนะคะ วันนี้ เราทุกคนตั้งใจมาทำงานวันนี้เพื่อตั้งคำถามต่อสภาปฏิรูปประเทศ หวังว่าการปฏิรูป ที่จะตั้งใจทำนี้จะเป็นประโยชน์ตรงลงไปที่ประชาชน ท่านประธานคะดิฉันมีคำถามสั้น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับเจตจำนงหรืองานที่ต้องทำภายในข้างหน้านี้ ในเรื่องของการปฏิรูป ด้านพลังงาน ท่านประธานคะ ในแผนปฏิรูปด้านพลังงานนี้ก็ได้กล่าวถึงการใช้พลังงาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างกลไกลราคาที่เป็นธรรมก็ว่ากันไปในระบบ แต่ดิฉันมีคำถามว่าได้ลืมเกษตรกรไปหรือเปล่าคะ เพราะอย่าลืมว่าพลังงานทางเลือก โดยใช้ในกองทุนพลังงานตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ นี้ได้ก่อให้เกิดผลมากมายต่อเกษตรกร ท่านประธานคะ เรามีพลังงานทางเลือกเป็นเอทานอล (Ethanol) จากมันสำปะหลัง จากอ้อย และมีไบโอดีเซล (Biodiesel) จากปาล์ม แผนแผนนี้ถูกบรรจุไปในแผนพัฒนา พลังงานเป็นแผนพลังงานแห่งชาติ เมื่อ ๒๐ ปีก่อน แล้วเกษตรกรก็ปลูกปาล์ม ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่เขียนไว้นี่นะคะ แต่ท่านประธานคะ ดิฉัน ค้นพบว่ากองทุนพลังงานน้ำมันพลังงานเชื้อเพลิงที่มีตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗ นี้ได้รับ การเปลี่ยนแปลงโดย สนช. เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นั่นคือมีการทำงานเพียงแค่ ๓ เดือนนะคะท่านประธานได้ปลดความสำคัญของพลังงานทางเลือกจากแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) ออก นั่นคือให้คำจำกัดความของคำว่า น้ำมัน เชื้อเพลิงต้องมาจากปิโตรเลียมเท่านั้น มันแปลว่าอย่างไรท่านประธาน มันแปลว่าเมื่อแผนนี้ ได้รับการใช้จริง นั่นคือ ๓ ปีหลังจากนี้เมื่อเริ่มทำนี่นะคะ อ้อยขายไม่ได้แล้ว มันสำปะหลัง เพื่อการพลังงานขายไม่ได้แล้ว ปาล์มน้ำมันเพื่อการพลังงานขายไม่ได้แล้วสูญเสียเท่าไร ท่านประธานคะ ดิฉันค้นพบว่าวันนี้นะคะอ้อยจะสูญเสียเป็นจำนวน ๓.๖ ล้านลิตร หรือมูลค่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท มันสำปะหลัง ๒.๒๙ ล้านลิตร ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเช่นกัน และปาล์มท่านประธานคะที่ดิฉันมีมาวัน ๆ หนึ่งเราใช้ปาล์มประมาณ เป็นมูลค่าวันหนึ่ง ประมาณ ๑.๕ ล้านตัน เราจะสูญเสียเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการยกเลิก โครงการนี้ มันเป็นการยอกย้อน ย้อนแย้งกับแนวคิดของรัฐบาลที่บอกให้เกษตรกรทำ เมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา แล้ว ๑๐ ปีนี้สัญญาณนี้ก็ยังไม่ชัด วันนี้ยังไม่มีสัญญาณบอกว่าเลย ปาล์ม อ้อยจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นการปฏิรูปประเทศที่ไม่มองอย่างรอบด้าน ไม่ได้คำนึงถึง ผลประโยชน์ของประชาชนที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศอาจจะสร้างปัญหาในระยะยาว วันนี้ท่านประธานคะเราบอกว่าปาล์มเราใช้บี ๑๐ (B 10) เป็นน้ำมันพื้นฐานตั้งแต่ เดือนมีนาคมเมื่อปีที่ผ่านมา ท่านประธานทราบไหมว่าวัน ๆ หนึ่งน้ำมันดีเซลเราใช้ ๖๐ หรือ ๖๕ ล้านลิตร เป็นบี ๑๐ (B 10) เพียงแค่ ๒๔ ล้านลิตร หรือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นบี ๗ (B 7) ๔๐ ล้านลิตร หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ บี ๒๐ (B 20) ที่เคยคิดว่าจะช่วยพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ใช้แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ ส่วนพรีเพียมดีเซล (Premium Diesel) ไม่ต้องคิดน้อยมากคือ ๓ เปอร์เซ็นต์ มันแปลว่ามันย้อนแย้งสิ่งที่รัฐบาลเป็นนโยบายกับ การกระทำจริงมันสวนทางกัน สัญญาณที่ให้เกษตรกรที่ปลูกปาล์ม ปลูกยาง หรือปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่ามันจะย้อนแย้งอย่างไร วันดีคืนดีบอกว่าให้ปลูก ปาล์มมากขึ้น แล้วอีก ๓ ปีข้างหน้าก็จะให้กองทุนน้ำมันนี้เลิกใช้แล้วปาล์ม อ้อย มันสำปะหลังก็จะพังทั้งระบบ ปฏิรูปประเทศต้องรองรับสิ่งนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันหวังว่า แนวทางแบบนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างละเอียดลออ ไม่ใช่ว่าปฏิรูปแล้วประชาชนไม่ได้ ประโยชน์ อาจจะเป็นประชาชนกลุ่มเล็ก ๆ ในกลุ่มที่อยู่ในหุ้นที่มีการขายหุ้นด้วยราคาดี ๆ เพราะบอกไปแล้วว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแค่ปิโตรเลียมจากฟอสซิล (Fossil) เท่านั้น แต่ความเสียหายของเกษตรกรไทยที่มีพืชหลักอยู่แค่ ๕ อย่าง คือ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ๓ อย่างใน ๕ อย่างถูกกองทุนพลังงานยกเลิกไปแล้ว ถ้าเราไม่แก้ไขกองทุน ปฏิรูปประเทศลืมที่จะมอง ๓ ปีข้างหน้ากว่าครึ่งของเกษตรกรทั้งหมดของประเทศ จะเดือดร้อนอย่างมหาศาล ดิฉันขอตั้งคำถามว่าการปฏิรูปประเทศนี้ได้มองอย่างรอบด้าน หรือยังคะ และประโยชน์ที่เห็นนี้เห็นตรงลงที่ประชาชนจริง ๆ หรือเปล่า ได้คำนวณ ค่าเสียโอกาส ดิฉันพูดว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของอ้อย ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของมันสำปะหลัง และ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทของปาล์มน้ำมันลงไปในแผนนี้หรือยังว่าความเสียหายนี้จะเกิดขึ้น และจะมีการทดแทนแก้ไขอย่างไร รัฐบาลยังให้สัญญาณที่ผิดอีกว่าให้บี ๒๐ (B 20) ใช้อย่าง จริง ๆ จัง ๆ แต่วันนี้บี ๒๐ (B 20) ใช้แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ และกำลังจะยกเลิก ในขณะที่ มาเลเซียใช้ไป บี ๓๐ (B 30) แล้ว ดิฉันขอนะคะ ขอท่านประธานพยักหน้าดิฉันก็ขอบพระคุณที่เข้าใจและดิฉันหวังว่า ท่านประธานจะบอกผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการทุกท่านนำสิ่งนี้ไปพูดและให้มันเห็น ชัดกับประชาชน ท่านประธานคะ ปาล์ม ยาง จะต้องจบ เพราะกว่าร้อยละ ๖๐ วันนี้ ยางลำบากมากแล้วเพราะเป็นความล้มเหลวในการจัดการของรัฐบาล รัฐต้องรับความจริง วันนี้ปาล์มท่านประธานคะ ร้อยละ ๖๐ ใช้เพื่อการพลังงาน เรามี ๓ ล้านตัน ๑.๘ ล้านตัน ใช้เพื่อการพลัง ถ้าสิ่งนี้ไม่ใช้แล้วจะตอบคำถามประชาชนอย่างไร คำถามคือเลิกปลูกปาล์ม และให้ประชาชนปลูกอะไรคะ เคยไปดูไหมคะว่าในมูลค่าทั้งหมดปาล์มเป็นพืชที่มีมูลค่าจาก ชาวบ้านที่สูงที่สุดในรายได้เฉลี่ยต่อไร่ต่อปี เราพยายามจะให้ชาวบ้านปลูกปาล์มคุณภาพ มากขึ้นแต่ไม่มีใด ๆ ที่เอื้อเลย รัฐบาลยังเห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ผลประโยชน์ เฉพาะกลุ่ม ซึ่งดิฉันอาจจะตั้งคำถามว่าอาจจะเป็นความไม่รู้ แต่ดิฉันอยากจะให้ความเห็น ของดิฉันในวันนี้นะคะ ตั้งเป็นข้อคำถามฝากถึงท่านประธานผ่านไปกรรมาธิการขอให้สิ่งนี้ เป็นอั่งเปาให้กับประชาชนชาวไทยทุกคนที่เป็นเกษตรกรด้วย ขอบคุณมากค่ะ