พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ขอบคุณสมาชิกสภาและตอบคำถาม 3 เรื่อง ได้แก่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และกฎหมายไทยที่ไม่ด้อยกว่ากฎหมายของกลุ่มประเทศอียู นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมตัวและความพร้อมในการจัดงานวันเข้าข้างในของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมตัวและความมั่นใจในการจัดงานนี้
กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบพระคุณอีกครั้งนะครับที่ได้สอบถาม คือผมขออนุญาตตอบประเด็นสั้น ๆ เลยครับ ทั้ง ๓ เรื่อง ตัวอย่างที่ได้ยกมา
ในเรื่องของการควบคุมดูแลข้อมูลของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างที่ ผมเรียนไปแล้ว เรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ (Online) ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีข่าวว่า หลุดออกไปจากบริษัทที่ให้บริการของพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งของไปรษณีย์ไทย ที่เมื่อสักครู่บอกว่าอยู่ในกำกับดูแลของผมนี่นะครับ ก็ในส่วนแรกได้สอบถามแล้ว แล้วก็ ได้ระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างเต็มที่นะครับ ผมกราบเรียนว่าในทางเทคนิคได้เชิญ ผู้ประกอบการที่ให้บริการพวกซื้อขายออนไลน์ (Online) ที่เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ใหญ่ ๆ ในประเทศไทยมาพบหมดแล้วนะครับ ปัญหาที่ผ่านมาแล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องใหม่จริง ๆ เราได้สอบถามว่ามันหลุดจากเขาหรือไม่นะครับ เมื่อไปสอบถามแล้ว ปรากฏว่าเมื่อไปดูในกระบวนการในการทำงานนี่ การซื้อขายข้อมูล แล้วก็ข้อมูลของพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะที่อยู่ในการซื้อขายออนไลน์ (Online) มีเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเวลา เขาทำงานของบริษัทใหญ่ ๆ หรือแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นต่างประเทศที่เราใช้กัน ได้ยินชื่อกันบ่อย ๆ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ เขาก็จะมีเหมือนพ่อค้าคนกลาง ที่จะเป็นคนไปบริหารจัดการอีกครั้งหนึ่งในการที่จะไปรับส่ง รับของ รับเรื่องเพื่อมารายงาน มาซื้อของในแพลตฟอร์ม (Platform) ของต่างประเทศ ฉะนั้นสิ่งที่เราได้แก้ไขปัญหา ก็คือเราได้เชิญแล้วก็จัดลงทะเบียนให้ความรู้ แล้วก็ลงทะเบียนผู้ที่จะให้บริการที่มารับหรือว่า เป็นพ่อค้าคนกลางที่อยู่ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ๑๐๐ กว่ารายที่มาลงทะเบียนกับเรา แล้ววันนี้ก็แสดงตัวตนชัดเจนว่าเขาคือใครที่จะมาให้บริการพวกนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหลังจากนี้ถ้ามีอะไรที่จะรั่วหรืออะไร แล้วบริษัทใหญ่บอกว่าไม่ใช่ปัญหา ของเขา ไปรั่วอยู่ตรงกลาง เป็นพ่อค้าคนกลางที่มารับไปสู่ประชาชน อันนี้จะไม่มีปัญหา อย่างนั้นเกิดขึ้นอีก เพราะว่าบริษัททั้งหมดนี้เราได้ดึงมาลงทะเบียน แล้วก็อบรม ให้ความรู้ตามที่ได้บอกไปหมดแล้วว่าถ้าเกิดเขาเกิดรั่วไหลขึ้นมา เขามีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอันนี้วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราลงทะเบียน ๑๐๐ กว่ารายใน ประเทศไทย ขึ้นทะเบียนอยู่กับเอ็ตดา (ETDA) นะครับ เป็นหน่วยงานหนึ่งของทาง กระทรวงเรียบร้อยหมดแล้ว
ในส่วนที่ ๒ ก็คือของไปรษณีย์ไทย ผมเรียนจริง ๆ ครับว่าเป็นข้อมูลเดิม ของพนักงานภายใน ซึ่งที่หลุดออกไปนี่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้เป็นข้อมูลที่ลงรายละเอียดอะไรมาก เป็นการเหมือนลอง แล้วก็เอาของ อย่างเช่น ชื่อ นามสกุล หลุดไปซึ่งก็ไม่ทราบว่า ชื่อ นามสกุล นั้น ไม่ได้อัปเดต (Update) หรือว่าอยู่ตั้งแต่กี่สิบปีที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้ย้ำไป แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเก่าหรือใหม่ ก็ควรต้องมีระบบป้องกันให้ดีกว่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ กระทบกับข้อมูลของใคร เพราะฉะนั้นวันนี้ไปรษณีย์ไทยก็ได้ประกาศออกไปแล้วนะครับว่า เป็นข้อมูลที่เขาก็ต้องติดตามตรวจสอบ แล้วก็ดูในหน่วยงานของเขาเองว่าทำไมถึงปล่อยให้ ข้อมูลหลุดออกไปได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กระทบกับใครก็ตามนะครับ
ในคำถามที่ถามบอกว่าทางกระทรวงนี่ได้ดำเนินการอะไรไปบ้างนะครับ ผมเรียนว่ากระทรวงได้จัดสัมมนาอบรมหรือแม้กระทั่งสิ่งที่ท่านกังวล ก็คือเราได้เปิดรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มนะครับ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ โรงแรม บริษัททัวร์ โรงพยาบาลและหน่วยงานราชการ เราได้จัดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดเพื่อให้ความรู้ว่า เขาก็ต้องเตรียมการเหมือนกัน ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เต็ม อย่างเช่น ในวันที่ ๑ มิถุนายนที่จะถึงนี้ เขาต้องเตรียมอะไรบ้าง แล้วก็ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก โดยเฉพาะ ทางโรงพยาบาล ธนาคาร และหน่วยงานที่เขาต้องเก็บข้อมูลของลูกค้าหรือข้อมูลของ ประชาชนไว้เยอะ ๆ นี่ เขาก็มาหารือ แล้วก็มาแนวทางสัมมนาพูดคุยกับเรามาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญจริงครับ
แล้วที่ท่านพูดถึงในเรื่องของกฎหมายในกลุ่มประเทศอียู (EU) ที่เขาใช้ระบบ ของเขาเองในการที่จะไปบังคับใช้กฎหมาย ไปเทียบเคียงดูได้ว่า พ.ร.บ. ของเราไม่ได้ ด้อยกว่าเขาเลยนะครับ หลาย ๆ เรื่องเราทำมา เราหยิบของเขามาดูเพื่อเป็นตัวอย่าง แล้วเราก็เพิ่มความกังวลของเราไปนี่มากกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่แน่นอนถ้าคิดเป็นตัวเลขการปรับ เราอาจจะไม่ได้เป็นร้อย ๆ ล้านยูโร (EURO) แบบเขา แต่เราก็อยู่บนพื้นฐานที่ถือว่าสูงมาก ถ้าผมจำไม่ผิดนี่บทบังคับสูงสุดในโทษปรับถึง ๕ ล้านบาท ซึ่งไม่ค่อยมีกฎหมายที่ระบุไว้ สูงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็ มีทั้งโทษจำโทษปรับทั้ง ๒ อย่าง อย่างที่ท่านสมาชิกได้บอก
ส่วนในส่วนสุดท้ายที่ท่านบอกว่าการดำเนินการต่าง ๆ ผมก็เรียนว่าทำเต็มที่ แล้วก็ท่านบอกให้ประเมินคะแนนให้ผมในว่าทำให้ความสำคัญแค่ไหนนะครับ ผมคิดว่า ด้วยกระบวนการที่ผ่านมาตลอดตั้งแต่ผมเข้ามานี่ ผมก็ไม่เคยหยุดนิ่งเลยนะครับ แล้วผม ถึงได้รายงานตามตารางที่เมื่อสักครู่ได้รายงานท่านได้ทุกเดือนนะครับว่าแต่ละเดือนทำอะไร ไปบ้าง สัมมนาอะไรไปบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือถ้าเราไม่ทำนี่ ผมเชื่อว่าความตื่นตัวของ ภาคเอกชนและประชาชนไม่มากเท่านี้ครับ วันนี้ทุกหน่วยงาน ผมเรียนนะครับ ด้วยความสำคัญมาก แม้กระทั่งสภาผู้แทนราษฎรหรือแม้กระทั่งท่านประธานรัฐสภาเอง ท่านยังให้ความสำคัญเรื่องนี้ครับ เรานั่งกันอยู่ตรงนี้นี่นะครับ ท่านประธานได้ส่งตัวแทน ซึ่งเป็นฝ่ายคอมพิวเตอร์ของรัฐสภาได้ไปหารือกับทางกระทรวงว่าข้อมูลของสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการโหวต ข้อมูลในการลงทะเบียนต่าง ๆ นี่ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าในฐานะที่ผมก็เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ในทุกเรื่องที่เป็นปัญหาเราก็ต้องระมัดระวัง แต่ในบางเรื่องถ้าออกไปเร็ว แล้วมันไปกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน นั่นคือเหตุผลที่เราได้เสนอเลื่อนไปเมื่อปีที่แล้ว แต่แน่นอนครับเมื่อเวลาผ่านไปปีหนึ่ง ประชาชนตั้งหลักทัน หน่วยงานเอกชน หน่วยงานรัฐที่เขาต้องเตรียมตัว เขาก็มีเวลาเตรียมตัว แล้ววันที่ ๑ มิถุนายน ผมคิดว่าถ้าจำเป็นนี่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่มันสาหัสจริง ๆ ผมคิดว่าก็ไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องเลื่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูตามสถานการณ์ ณ วันนั้นด้วยนะครับว่า ประเทศไทยสามารถที่จะแก้ไขปัญหาหรือว่าแบ่งเบาในเรื่องของความเดือดร้อนของ ประชาชนได้มากแค่ไหน การเตรียมตัวจะมีมากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็ต้องมาทบทวน ในภาคของประชาชน แต่ผมเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าในส่วนของรัฐบาลแล้วก็ทางกระทรวงนี่ ทำอย่างเต็มที่ แล้วก็ยืนยันว่าให้ความสำคัญ แล้วก็ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะทำเรื่องนี้ให้เต็มที่ แล้วก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่น ๆ ที่ท่านได้ยกตัวอย่างมากครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ